บริษัท ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
0.74
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3494 out_tok=2176 at=2026-07-26T09:09:37 -->
# TKT Q2/2565 กำไรสุทธิพุ่งกว่า 20% รับแรงหนุนงานผลิตแม่พิมพ์
## ยอดขายแม่พิมพ์โตเด่น ดันกำไรขั้นต้นพุ่ง ขณะคุมต้นทุนขาย-ค่าใช้จ่ายบริหารได้ดี
บริษัท ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TKT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 6.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของยอดขายงานผลิตแม่พิมพ์ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ TKT ในไตรมาส 2 ปี 2565 เติบโตอย่างโดดเด่น มาจาก **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของยอดขายงานผลิตแม่พิมพ์** ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักคือ **ยอดขายงานผลิตแม่พิมพ์ที่เติบโตถึง 69.70% หรือ 20.29 ล้านบาท** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสูงกว่าแผนที่วางไว้ ปัจจัยนี้ส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้น 6.08 ล้านบาท เนื่องจากงานแม่พิมพ์มีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่สูงกว่าผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนพลาสติก นอกจากนี้ บริษัทยังสามารถควบคุมต้นทุนขายและต้นทุนในการให้บริการให้เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่ายอดขาย และสามารถลดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลงได้ 2.44 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของยอดขายงานแม่พิมพ์มาจาก **การได้รับคำสั่งซื้อสำหรับผลิตชิ้นส่วนพลาสติกทั้งในอุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า** ซึ่งเป็นไปตามแผนที่วางไว้และเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ แม้ว่ายอดขายชิ้นส่วนพลาสติกจะลดลงเล็กน้อย 4.28% หรือ 11.48 ล้านบาท เนื่องจากลูกค้าบางรายมีการจำหน่ายและส่งออกลดลง แต่การเติบโตที่แข็งแกร่งของงานแม่พิมพ์ได้เข้ามาทดแทนและส่งผลบวกต่อภาพรวมรายได้และกำไร
ในด้านต้นทุนขายและต้นทุนในการให้บริการ แม้จะเพิ่มขึ้นตามยอดขาย แต่การบริหารจัดการกระบวนการผลิตและการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงสัดส่วนยอดขายแม่พิมพ์ที่มีต้นทุนต่ำกว่าเมื่อเทียบกับยอดขายชิ้นส่วนพลาสติก ทำให้ต้นทุนขายและให้บริการต่อยอดขายลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 2.44 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนต่อยอดขายที่ 13.06% จากเดิม 14.26% ในปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายของบริษัท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่ายอดขายงานแม่พิมพ์สูงกว่าแผนที่วางไว้ แต่การเติบโตดังกล่าวมาจากการได้รับงานเฉพาะสำหรับผลิตชิ้นส่วนพลาสติก ซึ่งอาจมีความผันผวนตามคำสั่งซื้อของลูกค้าในแต่ละช่วงเวลา ขณะที่ยอดขายชิ้นส่วนพลาสติกยังคงมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย ปัจจัยสำคัญที่จะชี้วัดความต่อเนื่องคือการได้รับคำสั่งซื้อใหม่ๆ ในอนาคต และแนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่บริษัทเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนให้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 6.57 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 3.64 ล้านบาท หรือมากกว่า 20% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2564
* **ยอดขายรวม 305.60 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 8.81 ล้านบาท หรือ 2.96%
* **ยอดขายงานแม่พิมพ์โตเด่น:** เพิ่มขึ้น 69.70% หรือ 20.29 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 6.08 ล้านบาท:** จากการเพิ่มขึ้นของยอดขายแม่พิมพ์ที่มี GPM สูงกว่า
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง:** 2.44 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนต่อยอดขายลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TKT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้จากการขาย 305.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.96% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตของยอดขายงานผลิตแม่พิมพ์ที่เพิ่มขึ้นถึง 69.70% ขณะที่ยอดขายชิ้นส่วนพลาสติกลดลงเล็กน้อย 4.28% ต้นทุนขายและต้นทุนในการให้บริการเพิ่มขึ้น 1.07% ในสัดส่วนที่น้อยกว่ายอดขาย ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 6.08 ล้านบาท ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง 2.44 ล้านบาท ทำให้กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 8.52 ล้านบาท เมื่อรวมผลกระทบจากรายได้อื่นและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 6.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การได้รับคำสั่งซื้องานแม่พิมพ์ที่สูงกว่าแผน:** แสดงถึงศักยภาพในการผลิตและตอบสนองความต้องการของลูกค้าในอุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า
* **การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของยอดขายชิ้นส่วนพลาสติก:** การที่ลูกค้าบางรายมีการจำหน่ายและส่งออกลดลง อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในส่วนนี้
* **การพึ่งพิงคำสั่งซื้อจากลูกค้า:** ยอดขายงานแม่พิมพ์ที่เติบโตสูง อาจขึ้นอยู่กับคำสั่งซื้อเฉพาะกิจ ซึ่งอาจไม่ต่อเนื่องในระยะยาว
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนพลาสติกและแม่พิมพ์มีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อราคาขายและอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มคำสั่งซื้องานแม่พิมพ์ในไตรมาสถัดไป:** เพื่อประเมินความต่อเนื่องของการเติบโต
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า:** ซึ่งเป็นตลาดหลักของบริษัท
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้จะไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่เป็นปัจจัยสำคัญต่อ GPM ในอุตสาหกรรมนี้
* **การรักษา GPM ของผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนพลาสติก:** เพื่อชดเชยความผันผวนของยอดขาย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** ไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate ในเอกสาร
* **Order Book:** มีการกล่าวถึง "งานทำแม่พิมพ์สำหรับผลิตชิ้นส่วนพลาสติกทั้งรถยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้าสูงกว่าแผนที่วางไว้" ซึ่งบ่งชี้ถึง Order Book ที่แข็งแกร่งในส่วนงานแม่พิมพ์
* **ราคาวัตถุดิบ:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่การที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่ายอดขาย อาจบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ดี หรือการส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้าได้
* **GPM:** กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 6.08 ล้านบาท โดยระบุว่าเกิดจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายในส่วนการผลิตแม่พิมพ์ที่มีกำไรขั้นต้นสูงกว่าชิ้นงานพลาสติก และสัดส่วนของต้นทุนขายและให้บริการต่อยอดขายต่ำลง
* **ส่งออก:** มีการกล่าวถึง "บางลูกค้าจำหน่ายและส่งออกได้ลดลง" ซึ่งส่งผลกระทบต่อยอดขายชิ้นส่วนพลาสติก
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในเอกสาร
* **สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงิน
## สรุปท้าย
TKT โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 ที่น่าประทับใจ โดยมีกำไรสุทธิเติบโตกว่า 20% จากแรงหนุนสำคัญของยอดขายงานผลิตแม่พิมพ์ที่สูงกว่าคาด ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่ายอดขายชิ้นส่วนพลาสติกจะยังคงเผชิญแรงกดดัน แต่การเติบโตของงานแม่พิมพ์ได้เข้ามาช่วยหนุนภาพรวม อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องของผลประกอบการในอนาคตยังคงต้องจับตาดูแนวโน้มคำสั่งซื้อใหม่ๆ และการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมหลักที่บริษัทเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนให้
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TKT ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
264.78
ล้านบาท
↓ 6.4% YoY
กำไรขั้นต้น
41.13
ล้านบาท
↑ 23.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.54
%
กำไรสุทธิ
0.38
ล้านบาท
↓ 75.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.14
%
D/E Ratio
0.72
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
265
↓ -6.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
41
↑ + 23.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
0
↓ -75.9%
YoY
D/E Ratio
0.72
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TKT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.72
ROE (%)
0.30
ROA (%)
2.05
Book Value/หุ้น
1.86
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TKT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-105
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TKT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-105.20
-49.88%
|
-209.88
+171.76%
|
-77.23
-7.58%
|
-83.56
+145.76%
|
-34.00
-162.71%
|
54.22
-58.71%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2.84
-91.50%
|
33.42
+699.52%
|
4.18
-108.32%
|
-50.26
+51.29%
|
-33.22
+37.84%
|
-24.10
-40.39%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
39.97
-47.60%
|
76.28
-33.93%
|
115.46
-247.68%
|
-78.18
+63.49%
|
-47.82
-7.74%
|
-51.83
+196.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-16.76
-83.27%
|
-100.19
-336.19%
|
42.42
-131.82%
|
-133.31
+1,468.35%
|
-8.50
-60.85%
|
-21.71
-129.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
151.72
-4.48%
|
158.83
+34.17%
|
118.38
+65.50%
|
71.53
+31.46%
|
54.41
-28.52%
|
76.12
+2,708.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
106.10
-30.07%
|
151.72
-4.48%
|
158.83
+34.17%
|
118.38
+65.50%
|
71.53
+31.46%
|
54.41
-28.52%
|