TKT
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TKT
บริษัท ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
0.74
+0.00 (+0.00%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3395 out_tok=2058 at=2026-07-26T09:19:53 --> # TKT Q1/2566 กำไรสุทธิวูบ 70% เหตุต้นทุนพุ่ง-รับงานใหม่ยังไม่คุ้มค่า ## ยอดขายชิ้นส่วนพลาสติก-แม่พิมพ์โต แต่ต้นทุนผลิต-ค่าไฟฟ้าพุ่ง กดดัน GPM หด บริษัท ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TKT รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 2.36 ล้านบาท ลดลง 5.40 ล้านบาท หรือกว่า 70% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ายอดขายรวมจะเติบโตขึ้น 18.07% โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนขายและต้นทุนให้บริการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากงานใหม่ที่ยังไม่สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพได้เต็มที่ ประกอบกับค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมาก ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่ หัวใจสำคัญที่กดดันผลประกอบการของ TKT ในไตรมาส 1/2566 คือ **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและต้นทุนให้บริการที่มากกว่าการเติบโตของยอดขาย ส่งผลให้กำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ** ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักคือ **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและต้นทุนให้บริการ 69.74 ล้านบาท หรือ 25.59%** ซึ่งสูงกว่าการเพิ่มขึ้นของยอดขาย 59.18 ล้านบาท (18.07%) ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 10.56 ล้านบาท แม้ว่ายอดขายจะเติบโตได้ตามเป้าหมาย โดยเฉพาะจากชิ้นส่วนพลาสติกและงานแม่พิมพ์ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและต้นทุนให้บริการเกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ: * **งานใหม่ (งานวง๐๒ ต๐4๕) ที่รับเข้ามายังไม่สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดีเท่าที่ควร:** หมายถึง กระบวนการผลิตหรือการบริหารจัดการต้นทุนสำหรับคำสั่งซื้อใหม่ยังไม่เข้าที่ ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ * **ค่าไฟฟ้าผันแปรที่สูงขึ้นมากเมื่อเทียบปริมาณการใช้ไฟที่ใกล้เคียง:** แม้ปริมาณการใช้ไฟอาจไม่ต่างจากปีก่อน แต่ต้นทุนค่าไฟฟ้าต่อหน่วยที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต การเพิ่มขึ้นของต้นทุนเหล่านี้ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) โดยตรง ทำให้แม้จะมียอดขายเพิ่มขึ้น แต่กำไรสุทธิกลับลดลงอย่างมาก ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** ฝ่ายจัดการระบุว่า "งานวง๐๒ ต๐4๕ ที่บริษัทฯรับมาใหม่ยังไม่สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดีเท่าที่ควร" ซึ่งบ่งชี้ว่าสถานการณ์นี้อาจเป็นลักษณะของการปรับตัวในช่วงเริ่มต้นรับงานใหม่ หากบริษัทฯสามารถบริหารจัดการและปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตสำหรับงานดังกล่าวได้ดีขึ้นในไตรมาสถัดไป ต้นทุนอาจจะลดลงได้ อย่างไรก็ตาม การที่ค่าไฟฟ้าผันผวนสูงยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิลดลง 70.36% YoY:** จาก 7.76 ล้านบาทใน Q1/2565 เหลือ 2.36 ล้านบาทใน Q1/2566 * **ยอดขายรวมเติบโต 18.07% YoY:** มาจากชิ้นส่วนพลาสติกเพิ่มขึ้น 16.29% (46.64 ล้านบาท) และงานแม่พิมพ์เพิ่มขึ้น 30.40% (12.54 ล้านบาท) * **ต้นทุนขายและบริการพุ่ง 25.59% YoY:** เป็นปัจจัยหลักกดดัน GPM จากงานใหม่ที่ยังไม่คุ้มค่าและค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น * **กำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง 10.56 ล้านบาท:** เนื่องจากต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นมากกว่ายอดขาย * **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 1.96 ล้านบาท:** แต่เมื่อเทียบสัดส่วนต่อยอดขายลดลง 1.57% ## ภาพรวมผลประกอบการ บริษัท ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TKT รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2566 มีกำไรสุทธิ 2.36 ล้านบาท ลดลง 5.40 ล้านบาท หรือคิดเป็นการลดลงมากกว่าร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (ปี 2565 กำไรสุทธิ 7.76 ล้านบาท) โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและต้นทุนในการให้บริการที่สูงกว่าการเพิ่มขึ้นของยอดขาย ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง แม้ว่ายอดขายรวมจะเติบโตขึ้น 18.07% ## โอกาส * **ยอดขายชิ้นส่วนพลาสติกและงานแม่พิมพ์เติบโต:** แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการหาคำสั่งซื้อใหม่ๆ และการตอบรับที่ดีจากลูกค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์เหล่านี้ * **การขายเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้:** บ่งชี้ว่าฝ่ายบริหารมีการวางแผนและคาดการณ์ยอดขายได้ค่อนข้างแม่นยำ ## ความเสี่ยง * **ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น:** โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบ (หากมีการกล่าวถึงในเอกสาร) และค่าไฟฟ้าผันแปรที่สูงขึ้น เป็นความเสี่ยงต่ออัตรากำไรขั้นต้น * **ประสิทธิภาพการผลิตงานใหม่:** ความล่าช้าหรือต้นทุนที่สูงกว่าคาดในการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตสำหรับคำสั่งซื้อใหม่ อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรในระยะสั้น * **ความผันผวนของค่าไฟฟ้า:** เป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยากและส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตสำหรับงานใหม่:** บริษัทฯ จะสามารถลดต้นทุนและเพิ่ม GPM จากคำสั่งซื้อใหม่ได้หรือไม่ในไตรมาสถัดไป * **แนวโน้มค่าไฟฟ้า:** หากค่าไฟฟ้ายังคงอยู่ในระดับสูง จะเป็นแรงกดดันต่อต้นทุนการผลิตอย่างต่อเนื่อง * **การบริหารจัดการต้นทุนขายและต้นทุนให้บริการ:** บริษัทฯ จะมีมาตรการใดในการควบคุมและลดต้นทุน เพื่อชดเชยผลกระทบจากปัจจัยภายนอก * **ทิศทางยอดขายในกลุ่มชิ้นส่วนพลาสติกและงานแม่พิมพ์:** จะยังคงเติบโตต่อเนื่องได้หรือไม่ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล utilization โดยตรง แต่การกล่าวถึง "งานวง๐๒ ต๐4๕ ที่บริษัทฯรับมาใหม่ยังไม่สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดีเท่าที่ควร" อาจบ่งชี้ว่า utilization ในส่วนงานใหม่ยังไม่เต็มที่ หรือมีปัญหาคอขวดในการผลิต * **Order Book:** ยอดขายที่เพิ่มขึ้น 18.07% บ่งชี้ว่ามี order book ที่แข็งแกร่งพอสมควร โดยเฉพาะในกลุ่มชิ้นส่วนพลาสติกและงานแม่พิมพ์ * **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่เน้นไปที่ต้นทุนการผลิตและค่าไฟฟ้า * **GPM:** กำไรขั้นต้นลดลง 10.56 ล้านบาท เป็นประเด็นสำคัญที่สะท้อนถึงแรงกดดันด้านต้นทุน * **ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนการขายในประเทศหรือต่างประเทศ * **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน * **สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลสินค้าคงคลัง ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ ในไตรมาส 1 ปี 2566 ## สรุปท้าย TKT ในไตรมาส 1/2566 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากงานใหม่ที่ยังไม่สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพได้เต็มที่และค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นหดตัว แม้ว่ายอดขายจะเติบโตได้ตามเป้าหมายจากกลุ่มชิ้นส่วนพลาสติกและงานแม่พิมพ์ นักลงทุนควรจับตาดูความสามารถของบริษัทฯ ในการบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสำหรับงานใหม่ รวมถึงแนวโน้มค่าไฟฟ้าในไตรมาสถัดไป เพื่อประเมินโอกาสในการฟื้นตัวของอัตรากำไร
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TKT ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
264.78 ล้านบาท
↓ 6.4% YoY
กำไรขั้นต้น
41.13 ล้านบาท
↑ 23.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.54 %
กำไรสุทธิ
0.38 ล้านบาท
↓ 75.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.14 %
D/E Ratio
0.72
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
265
↓ -6.4% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
41
↑ + 23.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
0
↓ -75.9% YoY
D/E Ratio
0.72

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TKT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
264.78
-6.45%
283.03
-28.92%
398.20
+14.36%
348.19
+3.33%
336.96
+14.07%
กำไรขั้นต้น
41.13
+23.17%
33.40
-28.81%
46.91
-18.14%
57.30
+3.02%
55.62
+63.31%
ค่าใช้จ่ายรวม
30.22
+7.24%
28.18
-30.33%
40.45
+13.38%
35.68
-0.40%
35.82
+1.55%
กำไรสุทธิ
0.38
-75.95%
1.56
+140.01%
-3.90
-135.52%
10.97
+335.48%
-4.66
-1,458.31%
กำไรต่อหุ้น
0.00
-75.00%
0.00
+136.36%
-0.01
-135.48%
0.03
+338.46%
-0.01
-1,400.00%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
15.54
+31.69%
11.80
+0.17%
11.78
-28.43%
16.46
-0.30%
16.51
+43.19%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
11.41
+14.56%
9.96
-1.97%
10.16
-0.88%
10.25
-3.57%
10.63
-10.97%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
0.14
-74.55%
0.55
+156.12%
-0.98
-131.11%
3.15
+328.26%
-1.38
-1,250.00%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%)
-0.22
+94.90%
-4.31
-232.62%
3.25
+3.17%
3.15
+137.02%
-8.51
-21,175.00%
ROA(%)
1.50
+350.00%
-0.60
-116.95%
3.54
+18.39%
2.99
+357.76%
-1.16
-175.32%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.79
-5.95%
0.84
-20.00%
1.05
-34.78%
1.61
-3.01%
1.66
+93.02%
P/E
-100.00
-100.00
-430.69%
30.24
0.00
0.00
-100.00%
P/BV
0.86
-21.10%
1.09
-27.81%
1.51
+52.53%
0.99
+86.79%
0.53
+10.42%
BV
1.83
+3.98%
1.76
-35.77%
2.74
+52.22%
1.80
-4.26%
1.88
-7.39%
YIELD(%)
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ราคาหุ้น
1.57
-18.23%
1.92
-31.43%
2.80
+57.30%
1.78
+97.78%
0.90
-8.16%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.72
ROE (%)
0.30
ROA (%)
2.05
Book Value/หุ้น
1.86

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TKT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
523.13
-0.84%
557.98
-21.01%
712.83
+36.88%
520.78
+14.85%
453.45
-2.57%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
589.26
-5.17%
621.89
+0.48%
612.51
-1.91%
624.45
-7.87%
677.82
-2.60%
รวมสินทรัพย์
1,112.39
-3.18%
1,179.87
-10.98%
1,325.34
+15.73%
1,145.23
+1.23%
1,131.28
-2.59%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
382.19
-6.68%
476.24
-23.79%
624.94
-5.77%
663.21
+1.87%
651.04
-2.89%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
82.53
-15.70%
60.75
+10.34%
55.06
+26.48%
43.53
-21.33%
55.34
-2.75%
รวมหนี้สิน
464.72
-8.42%
536.99
-21.03%
680.00
-3.78%
706.74
+0.05%
706.38
-2.88%
รวมส่วนของเจ้าของ
647.67
+0.97%
642.88
-0.38%
645.34
+47.17%
438.49
+3.20%
424.90
-2.09%
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
0.30
-4.31
3.25
3.15
-8.51
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
2.05
-0.60
3.54
2.99
-1.16
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.37
1.17
1.14
0.79
0.70
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.98
0.89
0.75
0.51
0.43
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
79.89
0.00
0.00
74.14
91.54
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
34.65
0.00
0.00
31.94
35.76
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
53.04
0.00
0.00
61.82
61.96
วงจรเงินสด
61.50
0.00
0.00
44.26
65.34
D/E
0.72
0.84
1.05
1.61
1.66
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-105
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TKT

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-105.20
-49.88%
-209.88
+171.76%
-77.23
-7.58%
-83.56
+145.76%
-34.00
-162.71%
54.22
-58.71%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
2.84
-91.50%
33.42
+699.52%
4.18
-108.32%
-50.26
+51.29%
-33.22
+37.84%
-24.10
-40.39%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
39.97
-47.60%
76.28
-33.93%
115.46
-247.68%
-78.18
+63.49%
-47.82
-7.74%
-51.83
+196.51%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-16.76
-83.27%
-100.19
-336.19%
42.42
-131.82%
-133.31
+1,468.35%
-8.50
-60.85%
-21.71
-129.57%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
151.72
-4.48%
158.83
+34.17%
118.38
+65.50%
71.53
+31.46%
54.41
-28.52%
76.12
+2,708.86%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
106.10
-30.07%
151.72
-4.48%
158.83
+34.17%
118.38
+65.50%
71.53
+31.46%
54.41
-28.52%