บริษัท ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
0.72
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3473 out_tok=2091 at=2026-07-27T13:26:25 -->
# TKT Q2/2564 พลิกกำไรสุทธิโตกว่า 20% รับยอดขายชิ้นส่วนพลาสติกพุ่ง
## ยอดขายพลาสติกฟื้นตัวแรง หนุนกำไร TKT พลิกบวก ขณะต้นทุนคุมได้ดีกว่ายอดขาย
บริษัท ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TKT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 2.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 26.75 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของยอดขายชิ้นส่วนพลาสติกที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด สวนทางกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่า
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
หัวใจสำคัญที่ทำให้ TKT พลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของยอดขายชิ้นส่วนพลาสติก ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่ทำได้ดีกว่าการเติบโตของยอดขาย**
### 1) หัวใจคืออะไร
ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TKT ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **ยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 107.32% หรือ 154.07 ล้านบาท** โดยมีแรงหนุนหลักจากยอดขายชิ้นส่วนพลาสติกที่เติบโตถึง 140.38% หรือ 156.81 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้บริษัทพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 2.94 ล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 26.75 ล้านบาทในปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของยอดขายชิ้นส่วนพลาสติกมีสาเหตุมาจากการที่ **ยอดการผลิตรถยนต์ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2564 สูงขึ้นถึง 32.92% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน** ซึ่งส่งผลให้ยอดขายของ TKT เพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศ และสูงกว่าแผนที่วางไว้
แม้ว่าต้นทุนขายและต้นทุนในการให้บริการจะเพิ่มขึ้น 78.49% ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น แต่ฝ่ายจัดการระบุว่า **ต้นทุนดังกล่าวเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่าการเพิ่มขึ้นของยอดขาย** อันเป็นผลมาจากความพยายามในการลดต้นทุน เช่น การปรับปรุงกระบวนการผลิต และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการผลิต ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 42.58 ล้านบาท
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร แม้จะเพิ่มขึ้น 11.61 ล้านบาท แต่เมื่อคิดเป็นสัดส่วนต่อยอดขายกลับลดลงจาก 21.48% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 14.26% ในไตรมาสนี้ เมื่อรวมปัจจัยทั้งหมด ทั้งรายได้อื่นที่ลดลงและดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง หักลบกับภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตกว่า 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่ายอดขายจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญและสูงกว่าแผนที่วางไว้ แต่เอกสารไม่ได้ระบุถึงแนวโน้มของคำสั่งซื้อในอนาคต หรือปัจจัยที่จะสนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว การฟื้นตัวของยอดขายที่ผูกกับอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งมีความผันผวนสูง อาจทำให้การเติบโตในลักษณะนี้เป็นไปในลักษณะครั้งคราว
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ:** TKT มีกำไรสุทธิ 2.94 ล้านบาทใน Q2/2564 เพิ่มขึ้น 29.69 ล้านบาท หรือมากกว่า 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 26.75 ล้านบาท
* **ยอดขายพุ่ง 107%:** รายได้จากการขายเพิ่มขึ้นอย่างมาก 154.07 ล้านบาท คิดเป็น 107.32% โดยมีแรงหนุนหลักจากชิ้นส่วนพลาสติกที่เติบโต 156.81 ล้านบาท
* **ต้นทุนคุมได้ดีกว่ายอดขาย:** ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 78.49% ซึ่งน้อยกว่าการเพิ่มขึ้นของยอดขาย ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 42.58 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายบริหารลดลงเมื่อเทียบกับยอดขาย:** สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายลดลงจาก 21.48% ในปีก่อน เหลือ 14.26% ในไตรมาสนี้
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ที.กรุงไทยอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ TKT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564 มีกำไรสุทธิ 2.94 ล้านบาท พลิกกลับมาจากการขาดทุนสุทธิ 26.75 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 29.69 ล้านบาท หรือมากกว่า 20% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขาย 107.32% และการบริหารจัดการต้นทุนที่ทำได้ดีกว่าการเติบโตของยอดขาย ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** การที่ยอดการผลิตรถยนต์สูงขึ้นเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ส่งผลให้ยอดขายชิ้นส่วนพลาสติกของ TKT เพิ่มขึ้นอย่างมาก
* **ศักยภาพในการลดต้นทุน:** ความสำเร็จในการปรับปรุงกระบวนการผลิตและการควบคุมค่าใช้จ่ายในการผลิต แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอุตสาหกรรมยานยนต์:** ยอดขายที่พึ่งพาการผลิตรถยนต์ ทำให้ TKT มีความเสี่ยงจากความผันผวนของอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น การขาดแคลนชิ้นส่วน หรือภาวะเศรษฐกิจ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** แม้จะไม่มีการระบุในเอกสาร แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์และพลาสติกยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มยอดขายชิ้นส่วนพลาสติก:** จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบพลาสติกมีแนวโน้มอย่างไร และจะส่งผลกระทบต่อ GPM หรือไม่
* **การผลิตรถยนต์ในอนาคต:** แนวโน้มการผลิตรถยนต์ในไตรมาสถัดไปจะเป็นอย่างไร
* **คำสั่งซื้อใหม่ๆ:** บริษัทมีแผนในการขยายฐานลูกค้า หรือรับคำสั่งซื้อใหม่ๆ เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาวหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการใช้กำลังการผลิตโดยตรง แต่การที่ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมากบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **Order Book:** ไม่มีการระบุข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าของ Order Book ในเอกสาร
* **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงราคาวัตถุดิบพลาสติกโดยตรง แต่ระบุว่าต้นทุนขายเพิ่มขึ้นตามยอดขาย
* **GPM (Gross Profit Margin):** กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 42.58 ล้านบาท และสัดส่วนต้นทุนขายและให้บริการต่อยอดขายลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งบ่งชี้ถึง GPM ที่ดีขึ้น
* **การส่งออก:** ยอดขายเพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศ แต่ไม่ได้ระบุสัดส่วนที่ชัดเจน
* **ค่าเงิน:** ไม่มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** ไม่มีการระบุข้อมูลเกี่ยวกับระดับสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท
## สรุปท้าย
TKT พลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 2 ปี 2564 จากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของยอดขายชิ้นส่วนพลาสติกที่ได้รับอานิสงส์จากการผลิตรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่ทำได้ดีกว่าการเติบโตของยอดขาย อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามแนวโน้มการผลิตรถยนต์และศักยภาพในการรักษาการเติบโตของยอดขายในระยะยาว รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่อาจมีความผันผวน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TKT ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
264.78
ล้านบาท
↓ 6.4% YoY
กำไรขั้นต้น
41.13
ล้านบาท
↑ 23.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.54
%
กำไรสุทธิ
0.38
ล้านบาท
↓ 75.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
0.14
%
D/E Ratio
0.72
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
265
↓ -6.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
41
↑ + 23.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
0
↓ -75.9%
YoY
D/E Ratio
0.72
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TKT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.72
ROE (%)
0.30
ROA (%)
2.05
Book Value/หุ้น
1.84
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TKT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-105
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TKT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-105.20
-49.88%
|
-209.88
+171.76%
|
-77.23
-7.58%
|
-83.56
+145.76%
|
-34.00
-162.71%
|
54.22
-58.71%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2.84
-91.50%
|
33.42
+699.52%
|
4.18
-108.32%
|
-50.26
+51.29%
|
-33.22
+37.84%
|
-24.10
-40.39%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
39.97
-47.60%
|
76.28
-33.93%
|
115.46
-247.68%
|
-78.18
+63.49%
|
-47.82
-7.74%
|
-51.83
+196.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-16.76
-83.27%
|
-100.19
-336.19%
|
42.42
-131.82%
|
-133.31
+1,468.35%
|
-8.50
-60.85%
|
-21.71
-129.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
151.72
-4.48%
|
158.83
+34.17%
|
118.38
+65.50%
|
71.53
+31.46%
|
54.41
-28.52%
|
76.12
+2,708.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
106.10
-30.07%
|
151.72
-4.48%
|
158.83
+34.17%
|
118.38
+65.50%
|
71.53
+31.46%
|
54.41
-28.52%
|