บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
0.42
+0.02 (+5.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3959 out_tok=2445 at=2026-07-26T08:52:51 -->
# THRE กำไร Q3/2566 พุ่ง 355% รับเบี้ยประกันภัยต่อรับสุทธิโตต่อเนื่อง
## รายได้จากการรับประกันภัยต่อและปรับพอร์ตลงทุนหนุนผลงาน ขณะที่ฝ่ายจัดการคาดสภาวะ Hard Market หนุนกำไรระยะยาว
บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน) หรือ THRE รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 56 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 355% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับปัจจัยหนุนหลักจากการปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องของผลการรับประกันภัยต่อ และการขยายตัวของเบี้ยประกันภัยต่อรับสุทธิที่เติบโตถึง 32% ในไตรมาสนี้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ THRE ในไตรมาส 3 ปี 2566 ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 355% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ 1) การปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของผลการรับประกันภัยต่อ โดยมีกำไรจากการรับประกันภัยต่อเพิ่มขึ้นถึง 167% และ 2) การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของเบี้ยประกันภัยต่อรับสุทธิที่เพิ่มขึ้นถึง 32% ซึ่งสะท้อนถึงการดำเนินงานที่กลับมามีประสิทธิภาพและสภาวะตลาดที่เป็นใจ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ผลการรับประกันภัยต่อที่ดีขึ้น** เป็นผลมาจากการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เข้มข้นขึ้น ประกอบกับการปรับกลยุทธ์หลังสถานการณ์ COVID-19 ทำให้ Combined ratio อยู่ที่ 96.9% ซึ่งใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ดีขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19
**เบี้ยประกันภัยต่อรับสุทธิที่ขยายตัว** มาจากการปรับกลยุทธ์ของบริษัทฯ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน รวมถึงการใช้ประโยชน์จากสภาวะตลาดประกันภัยต่อโดยรวมที่ยังอยู่ในช่วง "Hard Market" ซึ่งหมายถึงอัตราเบี้ยประกันภัยต่อรับที่สูงขึ้น ทำให้บริษัทฯ สามารถขยายตลาดได้ทั้งในและต่างประเทศ ทั้งในส่วนของ Personal line และ Commercial line
นอกจากนี้ **รายได้จากการลงทุน** ก็มีส่วนช่วยสนับสนุน โดยเพิ่มขึ้น 56% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการปรับพอร์ตการลงทุนโดยเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในเงินฝากและพันธบัตร ซึ่งมีสัดส่วนมากกว่า 70% เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายรับจากดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ผลขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** ฝ่ายจัดการระบุว่าสภาวะ Hard Market ที่อัตราเบี้ยประกันภัยต่อรับสูงขึ้นนี้ คาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในอนาคตอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การปรับกลยุทธ์หลัง COVID-19 และการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการให้บริการสินไหมทดแทนรถยนต์ ยังคงเติบโตได้ตามแผนที่วางไว้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 เติบโต 355% YoY** แตะ 56 ล้านบาท จากผลการรับประกันภัยต่อที่ดีขึ้นและเบี้ยประกันภัยต่อรับสุทธิที่ขยายตัว
* **เบี้ยประกันภัยต่อรับสุทธิ Q3/2566 เพิ่มขึ้น 32% YoY** จากการขยายตัวทั้ง Personal line และ Commercial line
* **กำไรจากการรับประกันภัยต่อ Q3/2566 เพิ่มขึ้น 167% YoY** โดยมี Combined ratio ที่ 96.9%
* **รายได้จากการลงทุน Q3/2566 เพิ่มขึ้น 56% YoY** จากการปรับพอร์ตเน้นเงินฝากและพันธบัตร
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2566 เพิ่มขึ้น 159% YoY** แตะ 132 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับผลการดำเนินงานรอบ 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 132 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 159% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิจากไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 355% เมื่อเทียบกับปีก่อน และยังคงทำกำไรต่อเนื่องจากไตรมาส 2 ปี 2566 ที่มีกำไรสุทธิ 65 ล้านบาท
เบี้ยประกันภัยต่อรับสุทธิในรอบ 9 เดือน เติบโต 20% จากปีก่อน จากการขยายตัวทั้ง Personal line และ Commercial line ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์หลัง COVID-19 และสภาวะ Hard Market
ผลการรับประกันภัยต่อในรอบ 9 เดือน มีกำไรจากการรับประกันภัยต่อ 73 ล้านบาท (Combined ratio 97.2%) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมากจากปีก่อนที่มีขาดทุน 355 ล้านบาท เนื่องจากช่วงเดียวกันของปีก่อนยังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19
รายได้จากการลงทุนสุทธิในรอบ 9 เดือน อยู่ที่ 40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน
รายได้จากการให้บริการสุทธิในรอบ 9 เดือน อยู่ที่ 43 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อน โดยการเติบโตจากการให้บริการใหม่โดยใช้เทคโนโลยี AI ในการให้บริการสินไหมทดแทนสำหรับรถยนต์เป็นไปตามแผน แต่ถูกหักล้างด้วยค่าใช้จ่ายครั้งเดียวที่เกี่ยวเนื่องกับการปรับโครงสร้างการบริหารงานในไตรมาส 2 ปี 2566
## โอกาส
* **สภาวะ Hard Market ต่อเนื่อง:** อัตราเบี้ยประกันภัยต่อรับที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่คาดว่าจะหนุนผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในอนาคต
* **การขยายตลาด:** บริษัทฯ สามารถขยายตลาดได้ทั้งในและต่างประเทศ ทั้งในส่วนของ Personal line และ Commercial line
* **การนำเทคโนโลยี AI มาใช้:** การให้บริการสินไหมทดแทนสำหรับรถยนต์ด้วยเทคโนโลยี AI เติบโตได้ตามแผนที่วางไว้
* **การปรับพอร์ตลงทุน:** การเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในเงินฝากและพันธบัตร ช่วยเพิ่มสัดส่วนรายรับจากดอกเบี้ยและลดความผันผวน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของตลาดทุน:** แม้จะมีการปรับพอร์ตเพื่อลดความเสี่ยง แต่ตลาดทุนยังคงมีความผันผวน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าเงินลงทุน
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** แม้จะอยู่ในสภาวะ Hard Market แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมประกันภัยต่อยังคงมีอยู่
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจประกันภัยต่อ อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มสภาวะ Hard Market:** จะยืดเยื้อต่อไปนานเพียงใด และส่งผลต่อการกำหนดเบี้ยประกันภัยต่อรับอย่างไร
* **การขยายตลาดในต่างประเทศ:** ประสิทธิภาพและผลตอบแทนจากการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ
* **การพัฒนาและนำเทคโนโลยี AI มาใช้:** ความสำเร็จในการนำ AI มาใช้ในกระบวนการต่างๆ และผลกระทบต่อประสิทธิภาพการดำเนินงาน
* **การบริหารจัดการความเสี่ยง:** ความสามารถในการบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจประกันภัยต่อ
* **การปรับพอร์ตการลงทุน:** การบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนให้สมดุลระหว่างการสร้างผลตอบแทนและความเสี่ยง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในส่วนของธุรกิจประกันภัยต่อ (Reinsurance) ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ THRE การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในไตรมาสนี้คือการเติบโตของเบี้ยประกันภัยต่อรับสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 32% YoY ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันและการขยายฐานลูกค้าภายใต้สภาวะตลาดที่เอื้ออำนวย (Hard Market) โดยฝ่ายจัดการได้ปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์หลัง COVID-19 และสามารถขยายตลาดได้ทั้งในและต่างประเทศ
ผลการรับประกันภัยต่อมีกำไรจากการรับประกันภัยต่อเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 167% YoY โดยมี Combined ratio ที่ 96.9% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการควบคุมต้นทุนค่าสินไหมทดแทนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ยังได้รับผลกระทบจาก COVID-19
รายได้จากการลงทุนมีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ โดยเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูงอย่างเงินฝากและพันธบัตร ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนมากกว่า 70% ของพอร์ตการลงทุน เพื่อเพิ่มรายรับจากดอกเบี้ยและลดความผันผวนจากมูลค่าเงินลงทุน ส่งผลให้รายได้จากการลงทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 56% YoY
รายได้จากการให้บริการมีการเติบโตที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในกระบวนการสินไหมทดแทนรถยนต์ ซึ่งเป็นไปตามแผนที่วางไว้ แม้ว่าผลประกอบการในส่วนนี้จะได้รับผลกระทบจากค่าใช้จ่ายครั้งเดียวจากการปรับโครงสร้างองค์กรในไตรมาสก่อนหน้า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่จากข้อมูลผลประกอบการที่แสดงถึงกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการปรับพอร์ตการลงทุนไปเน้นสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง สะท้อนถึงการบริหารจัดการทางการเงินที่มุ่งเน้นความมั่นคงและสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอ
## สรุปท้าย
THRE โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 355% YoY เป็นผลมาจากหัวใจสำคัญคือการปรับปรุงผลการรับประกันภัยต่อให้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และการขยายตัวของเบี้ยประกันภัยต่อรับสุทธิที่ได้อานิสงส์จากสภาวะ Hard Market ประกอบกับการปรับพอร์ตการลงทุนที่เน้นความมั่นคง ฝ่ายจัดการคาดว่าสภาวะตลาดที่เป็นใจนี้จะส่งผลดีต่อผลประกอบการในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มสภาวะ Hard Market และการขยายตลาดในต่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินโอกาสและความเสี่ยงในการเติบโตต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ THRE ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
140.83
ล้านบาท
↓ 90.6% YoY
กำไรขั้นต้น
639.20
ล้านบาท
↓ 58.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
453.87
%
กำไรสุทธิ
-86.28
ล้านบาท
↓ 211.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-61.27
%
D/E Ratio
0.69
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
141
↓ -90.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
639
↓ -58.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-86
↓ -211.3%
YoY
D/E Ratio
0.69
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — THRE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.69
ROE (%)
-0.07
ROA (%)
0.33
Book Value/หุ้น
0.90
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — THRE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-187
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+23
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — THRE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-187.03
+57.46%
|
-118.78
-110.70%
|
1,110.43
-512.00%
|
-269.52
-57.71%
|
-637.27
-1,100.11%
|
63.72
-127.72%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
22.56
-170.17%
|
-32.15
-93.36%
|
-484.16
-3,450.59%
|
14.45
+67.44%
|
8.63
-123.94%
|
-36.05
+22.58%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
12.09
+28.89%
|
9.38
-101.41%
|
-665.56
-61,160.55%
|
1.09
-99.36%
|
169.87
-7,517.90%
|
-2.29
-38.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-152.37
+7.63%
|
-141.57
+260.23%
|
-39.30
-84.53%
|
-253.99
-44.64%
|
-458.78
-1,907.64%
|
25.38
-109.65%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
362.59
+11.82%
|
324.26
+12.09%
|
289.29
+1.28%
|
285.64
+36.12%
|
209.85
+13.68%
|
184.60
-58.63%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
-100.00%
|
324.26
+12.09%
|
289.29
+1.28%
|
285.64
+36.12%
|
209.85
+13.68%
|