เข้าสู่ระบบ
+ สมัครสมาชิก
วิธีใช้งาน AiO
ห้องเรียนหุ้น
หน้าระบบ
STOCK INFO
ข้อมูลหุ้น
จุดเด่น
สรุปงบล่าสุด
สรุป OPPDAY
Dash Box
DCA
IAA Consensus
ProjectX
เงินปันผล
ราคาหุ้น
กราฟราคา
Matrix ราคาที่เปลี่ยนแปลง
ข่าวออนไลน์
รายชื่อกรรมการล่าสุด
ผู้ถือหุ้นใหญ่
การซื้อขายของผู้บริหาร
งบการเงิน
งบการเงิน
กำไรขาดทุน
ฐานะทางการเงิน
กระแสเงินสด
Data / Community
Blog & Event
(บทความ&ข่าวสาร&กิจกรรม)
Live & Video
วิดีโอและไลฟ์สด
Community
(ชุมชน)
Data / Tools
ค่าเงิน & วัตถุดิบ
บาทดอลลาร์
น้ำมัน
ถ่านหิน
ค่าระวางเรือ
ทองแดง
เหล็ก
น้ำตาลทราย
ยางพารา
กาแฟ
กราฟ SET
SET INDEX
ข่าวหุ้น
ข่าวหุ้น
OPPDAY
เงินปันผล
Basket List
Virtual Port
Deep
เปรียบเทียบหุ้น
Stock Filter
การซื้อขายของผู้บริหาร
Activity
AIO Reward
Change Log
AiO Version 3.9
สรุป OPPDAY หุ้น THRE
Home
สรุป OPPDAY หุ้น THRE
THRE
บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน)
Oppday
ไตรมาสที่ 4 ปี 2568
-- รอบที่ --
4Q2568
2Q2568
1Q2568
4Q2567
สรุป OPPDAY
📅
ข้อมูลสำคัญ
- ปีงบประมาณปัจจุบัน: พ.ศ. 2568 / ค.ศ. 2025 - ปีก่อนหน้า: พ.ศ. 2567 / ค.ศ. 2024 --- ### 1.
สรุปภาพรวมเชิงกลยุทธ์ (Executive Summary)
บริษัทไทยรับประกันภัยต่อจำกัด(มหาชน) (THRE) รายงานผลประกอบการงวดปี พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) โดยแสดงกำไรสุทธิในภาพรวมเป็นลบ เนื่องจากมีผลกระทบจากการตั้งสำรองความเสียหายจากภัยพิบัติขนาดใหญ่สองเหตุการณ์ ได้แก่ แผ่นดินไหวและน้ำท่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในไตรมาสที่ 4 ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ส่งผลให้บริษัทต้องบันทึกรายได้อื่นจากคดีความฟ้องร้องผ่านกระบวนการ Application Process โดยได้รับเงินจำนวนรวม 221 ล้านบาท และบันทึกเป็นรายได้ในไตรมาสแรกของปีถัดไป แม้ว่าบริษัทจะเผชิญภัยพิบัติรุนแรงแต่ยังคงรักษาความสามารถในการดำเนินงานได้อย่างมั่นคง โดยเฉพาะในธุรกิจ Non-Conventional ที่เน้นผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง เช่น Personal Line และ Specialty Lines โดยมีเป้าหมายเติบโตในปีงบประมาณถัดไป (พ.ศ. 2569) เติบโตด้าน Non-ANH Portfolio อยู่ที่ประมาณ 8% และ ANH Portfolio เติบโตได้ถึง 9% บริษัทยังมุ่งเน้นการขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ผ่านรูปแบบพันธมิตรท้องถิ่น และยังคงพัฒนาแนวทางใหม่ๆ เพื่อลดความเสี่ยงจาก Medical Inflation รวมถึงสำรวจโอกาสในการใช้เทคโนโลยี AI และการจัดการข้อมูล (Data Governance) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในระยะยาว --- ### 2.
ผลการดำเนินงานและตัวชี้วัดสำคัญ (Financial & KPI Analysis)
####
ตารางสรุปผลประกอบการ (หน่วย: ล้านบาท)
| รายการ | พ.ศ. ก่อนหน้า (ค.ศ. 2024) | พ.ศ. ปัจจุบัน (ค.ศ. 2025) | |-------------------------------------------|----------------|---------------| | รายได้รวม | 5,310 | 5,280 | | กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT / Core Profit) | - | - | | กำไรสุทธิ (Net Profit) | 19 | (-81) | | Combined Ratio | 85.1 | 98.3 | | Loss Ratio | - | - | | Expense Ratio | - | - | | Investment Yield | 2.6 | 2.5 | | Embedded Value | - | - | | VNB | - | - | | Policy in Force | - | - | ####
การวิเคราะห์ Core vs Non-Core
-
Non-Conventional (Core)
: - มีการปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอเพื่อลดผลกระทบจาก Medical Inflation โดยเน้นผลิตภัณฑ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับอัตราค่าใช้จ่ายสุขภาพ เช่น Personal Line และ Specialty Lines - Combined Ratio ปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่
97.5%
จากปีก่อนหน้าที่อยู่ที่ 104% -
Conventional
: - มีผลกระทบจากภัยพิบัติขนาดใหญ่ โดยเฉพาะแผ่นดินไหวและน้ำท่วม ส่งผลให้ Combined Ratio เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนมาอยู่ที่
108.1%
- มีการเติบโตของเบี้ยประกันภัยในงาน Property และ Motor Lines โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภัยธรรมชาติ --- ### 3.
ปัจจัยขับเคลื่อนและอุปสรรค (Drivers & Constraints)
####
ปัจจัยภายใน
- ✅
กลยุทธ์ที่ได้ผล
: - การปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอ Non-Conventional เพื่อลดผลกระทบจาก Medical Inflation และควบคุม Loss Ratio - การพัฒนาธุรกิจลูกบริษัท Blue Venture Actually โดยเฉพาะในด้านการ Implement มาตรฐานการบัญชีฉบับใหม่ (Standard 17) ส่งผลให้รายได้เพิ่มขึ้นถึง
16%
- ⚠️
ปัญหาที่กำลังแก้ไข
: - การตั้งสำรองความเสียหายจากภัยพิบัติขนาดใหญ่ซึ่งส่งผลให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 4 - การปรับตัวของ Medical Inflation ที่ยังคงเป็นภัยคุกคามต่อ Margin ของผลิตภัณฑ์ Personal Line ####
ปัจจัยภายนอก
- 📉
เศรษฐกิจมหภาค
: อัตราดอกเบี้ยลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ Investment Yield ปรับตัวลงมาอยู่ที่ 2.5% จากปีก่อนหน้าที่อยู่ที่ 2.6% - 📉
นโยบายรัฐ
: การเปลี่ยนแปลงของมาตรการบริหารจัดการภัยพิบัติและสภาพภูมิอากาศส่งผลให้บริษัทต้องปรับแผนป้องกันความเสี่ยง - ⚠️
คู่แข่ง
: การเติบโตของบริษัทประกันภัยต่างประเทศที่เน้นการใช้เทคโนโลยีและบริการเฉพาะทาง เช่น AI และ Cyber Insurance ทำให้เกิดแรงกดดันในตลาด --- ### 4.
เจาะลึกช่วงถาม-ตอบ (Q&A Deep Dive)
Q: สรุปตัวเลขการตั้งสำรองสำหรับกรณีแผ่นดินไหวและน้ำท่วมหัดใหญ่เป็นเท่าไหร่ และมองโอกาสรีโคลเวอร์ได้กี่เปอร์เซ็นต์? A: การตั้งสำรองรวมกับการจ่ายสินไหมจากทั้งสองเหตุการณ์อยู่ที่ประมาณ
1,300 ล้านบาท
โดยคาดว่าจะสามารถรีโคลเวอร์ได้ประมาณ
1,000 ล้านบาท
ส่งผลให้ Net Impact กับบริษัทอยู่ที่ประมาณ
300 ล้านบาท
Q: เป้าหมายทางการเงินสำหรับปี 2569 จะโต segment ใดในช่วงที่ตลาดรถยนต์ยังซบเซา? A: ธุรกิจมอเตอร์ (Motor) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงาน Non-Niche เช่น Motor Highsum และ Product อื่นๆ ที่บริษัทยังคงเป็นผู้พัฒนาและกำหนดราคาได้ Q: การจัดการ Medical Inflation มีแนวทางอย่างไรเพื่อไม่ให้กระทบต่อ Margin? A: มีการจำกัดการเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีผลกระทบจาก Medical Inflation และเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม ANH ที่ไม่เกี่ยวข้องกับอัตราค่าใช้จ่ายสุขภาพ Q: อัปเดตภาวะสงครามในปัจจุบันจะได้อนิสงส์บวกจากภาพของตลาดฮาร์ดมาร์เก็ตชัดเจนแค่ไหน? A: ภาพรวมยังไม่ชัดเจนมากนัก เนื่องจากภัยพิบัติจากสงครามยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อไทย แต่บริษัทมองว่ามีโอกาสลงทุนในหุ้นที่มี Dividend Yield สูงและราคาหุ้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ Q: การบันทึกกำไรพิเศษจากคดีความจะบันทึกเข้ามาเป็นรายได้เท่าไหร่ในไตรมาสแรก? A: จากคดีความฟ้องร้องได้รับเงินรวมจำนวน
221 ล้านบาท
โดยมีส่วนต่างจากหนี้เก่าประมาณ
80 ล้านบาท
ซึ่งบันทึกเป็นรายได้อื่นในไตรมาสแรกของปี 2569 Q: ธุรกิจ Actually ช่วยขยายความนิดนึง เราให้บริการอย่างไร และความสามารถในการเติบโตเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด? A: เป็นบริษัทลูกชื่อ Blue Venture Actually ให้บริการด้านนักคณิตศาสตร์ประกันภัย โดยเฉพาะในด้าน Implement มาตรฐานฉบับใหม่ (Standard 17) และการตั้งสำรอง ส่งผลให้รายได้เติบโตสูงถึง
16%
Q: Investment Yield แตกต่างจาก Return on Investment อย่างไร? A: Investment Yield เป็นผลตอบแทนจากการลงทุนเฉพาะด้าน เช่น หุ้นหรือตราสารหนี้ ในขณะที่ Return on Investment เป็นผลรวมของการลงทุนทั้งหมดของบริษัท โดยคำนวณจากรายได้สุทธิจากการลงทุนลบด้วยค่าใช้จ่าย Q: สัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศเป็นเท่าใด และเป็นหุ้นหรือตราสารหนี้? A: สัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศอยู่ประมาณ
ไม่เกิน 15%
โดยส่วนใหญ่เป็นพันธบัตรรัฐบาล --- ### 5.
สรุปวิเคราะห์ท้ายบทความ (Conclusion)
####
เป้าหมาย (Targets)
-
ระยะสั้น (ปี 2569)
: - ธุรกิจมอเตอร์และ ANH เติบโตได้ตามเป้าหมายประมาณ
8–9%
- การปรับตัวของ Combined Ratio ให้อยู่ในระดับ
90–95%
โดยเฉพาะใน Non-Conventional -
ระยะยาว
: - พัฒนาศักยภาพการขยายตลาดต่างประเทศอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ - ลดความเสี่ยงจาก Medical Inflation และภัยธรรมชาติผ่านกลยุทธ์การป้องกันความเสี่ยง ####
สิ่งที่ต้องจับตามอง (Key Watch-out)
- การปรับตัวของ Medical Inflation ที่อาจส่งผลให้ Loss Ratio เพิ่มขึ้นได้ - อัตราดอกเบี้ยที่ลดต่อเนื่อง ส่งผลต่อผลตอบแทนจากการลงทุน (Investment Yield) - การเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศและภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นบ่อยครั้งในอนาคต - การแข่งขันจากบริษัทประกันภัยต่างประเทศที่เน้นเทคโนโลยีและบริการเฉพาะทาง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของคุณ การเข้าใช้เว็บไซต์นี้ถือว่าคุณยอมรับ
นโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับทั้งหมด
ไม่ยอมรับ