บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
0.42
+0.02 (+5.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4548 out_tok=2091 at=2026-07-26T09:07:47 -->
# THRE พลิกกำไร Q2/65 หลังโควิดคลี่คลาย ตั้งสำรองภาษี 19.4 ล้านบาท
## รายได้-กำไรฟื้นตัวตามคาด หลังกรมธรรม์ "เจอ-จ่าย-จบ" หมดอายุ ฝ่ายบริหารเน้นการเติบโตของเบี้ยประกันภัยต่อรับในระยะยาว
บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน) หรือ THRE รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 4 ล้านบาทในงบการเงินเฉพาะกิจการ จากที่ขาดทุน 245 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของผลขาดทุนจากการรับประกันภัยต่อ หลังกรมธรรม์ประเภท "เจอ-จ่าย-จบ" ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ COVID-19 ได้หมดอายุลง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้มีการตั้งสำรองภาษีเงินได้รอตัดบัญชีจำนวน 19.4 ล้านบาท ซึ่งหากไม่รวมรายการนี้ ผลประกอบการจะใกล้จุดคุ้มทุนสำหรับงบการเงินรวม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ THRE ในไตรมาส 2/2565 พลิกกลับมาดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การลดลงอย่างมากของผลขาดทุนจากการรับประกันภัยต่อ** ซึ่งคิดเป็น 52 ล้านบาท ลดลงถึง 79% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2565 ที่มีขาดทุนสูงถึง 245 ล้านบาท ปัจจัยนี้ส่งผลให้ผลประกอบการเฉพาะกิจการพลิกจากขาดทุนเป็นกำไร 4 ล้านบาท (หากไม่รวมการตั้งสำรองภาษี)
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักที่ทำให้ผลขาดทุนจากการรับประกันภัยต่อลดลงอย่างมาก มาจากการที่ **กรมธรรม์ประเภท "เจอ-จ่าย-จบ" ซึ่งเป็นผลกระทบหลักจากสถานการณ์ COVID-19 ได้หมดอายุลงแล้วในเดือนเมษายน 2565** ทำให้บริษัทฯ ไม่ต้องแบกรับภาระขาดทุนจากกรมธรรม์ดังกล่าวอีกต่อไป นอกจากนี้ เบี้ยประกันภัยต่อรับยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยเติบโต 18% จากไตรมาส 1/2565 และหากไม่รวมเบี้ยประกันภัย COVID-19 จะเติบโต 5% จากปีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนการขยายตัวของทั้งงาน Personal Line และ Commercial Line
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่ผลกระทบจาก COVID-19 จากกรมธรรม์ "เจอ-จ่าย-จบ" ได้สิ้นสุดลงแล้ว และบริษัทฯ ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตของเบี้ยประกันภัยต่อรับสุทธิอย่างต่อเนื่องจากการขยายตัวของทั้งงาน Personal Line และ Commercial Line อย่างไรก็ตาม การตั้งสำรองภาษีเงินได้รอตัดบัญชีจำนวน 19.4 ล้านบาท อาจส่งผลกระทบต่อกำไรในระยะสั้น หากบริษัทฯ ไม่สามารถใช้ประโยชน์ทางภาษีได้ทันเวลา
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรสุทธิเฉพาะกิจการ 4 ล้านบาท** ในไตรมาส 2/2565 จากขาดทุน 245 ล้านบาทในไตรมาส 1/2565 (ไม่รวมสำรองภาษี)
* **ผลขาดทุนจากการรับประกันภัยต่อลดลง 79%** เหลือ 52 ล้านบาท หลังกรมธรรม์ "เจอ-จ่าย-จบ" หมดอายุ
* **เบี้ยประกันภัยต่อรับเติบโต 18% QoQ** และ 5% YoY (ไม่รวมเบี้ย COVID-19) จากการขยายตัวทั้ง Personal และ Commercial Line
* **รายได้จากการลงทุนสุทธิ 28 ล้านบาท** เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน แต่ลดลง YoY จากการปรับมูลค่ายุติธรรมเงินลงทุนที่ติดลบ
* **รายได้จากการให้บริการสุทธิ 15 ล้านบาท** เพิ่มขึ้น 36% QoQ จากการกลับมาให้บริการอบรมสัมมนา และการใช้เทคโนโลยี AI ในการเคลมสินไหมรถยนต์
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2/2565 บริษัทฯ มีผลการดำเนินงานเฉพาะกิจการพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 4 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 245 ล้านบาทในไตรมาส 1/2565 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของผลขาดทุนจากการรับประกันภัยต่อ ซึ่งเป็นผลมาจากการหมดอายุของกรมธรรม์ "เจอ-จ่าย-จบ" ที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 รายได้จากการลงทุนสุทธิอยู่ที่ 28 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน แต่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากมีกำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมเงินลงทุนในปีก่อน ขณะที่ไตรมาสนี้มีขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรม ส่วนรายได้จากการให้บริการสุทธิอยู่ที่ 15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% จากไตรมาสก่อนหน้า
สำหรับผลการดำเนินงานรอบครึ่งปีแรก 2565 บริษัทฯ มีขาดทุนสุทธิ 204 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 โดยเบี้ยประกันภัยต่อรับสุทธิลดลง 3% จากปีก่อน หากไม่รวมเบี้ยประกันภัย COVID-19 จะเติบโต 3-4% ผลการรับประกันภัยต่อมีขาดทุน 297 ล้านบาท แต่หากไม่รวมผลกระทบ COVID-19 จะมีกำไร 207 ล้านบาท หรือ combined ratio ที่ 89% ซึ่งดีขึ้นจากปีก่อน
## โอกาส
* การเติบโตของเบี้ยประกันภัยต่อรับสุทธิอย่างต่อเนื่องทั้งในส่วนของงาน Personal Line และ Commercial Line
* การกลับมาให้บริการอบรมสัมมนาได้ตามปกติ
* การเติบโตของรายได้จากการให้บริการใหม่โดยใช้เทคโนโลยี AI ในการให้บริการสินไหมทดแทนสำหรับรถยนต์
* โอกาสในการใช้ประโยชน์ทางภาษีจากผลขาดทุนในอดีต ซึ่งจะส่งผลให้สำรองภาษีเงินได้รอตัดบัญชีกลับมาเป็นกำไรได้
## ความเสี่ยง
* ความผันผวนของตลาดหลักทรัพย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลกระทบต่อรายได้จากการลงทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรม
* ภาวะสงครามรัสเซีย-ยูเครน และแรงกดดันจากการคาดการณ์ปรับขึ้นดอกเบี้ยจากธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งผลต่อความผันผวนของตลาด
* การไม่สามารถใช้ประโยชน์ทางภาษีจากผลขาดทุนบางส่วน อาจทำให้สำรองภาษีเงินได้รอตัดบัญชีส่งผลกระทบต่อกำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเติบโตของเบี้ยประกันภัยต่อรับสุทธิในไตรมาสถัดไป
* ผลกระทบจากการตั้งสำรองภาษีเงินได้รอตัดบัญชี 19.4 ล้านบาท และโอกาสในการใช้ประโยชน์ทางภาษี
* ความผันผวนของตลาดทุน และผลกระทบต่อรายได้จากการลงทุน
* การขยายตัวของธุรกิจให้บริการใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี AI
* การปรับโครงสร้างและแผนการนำบริษัทย่อยเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
**ผลการรับประกันภัยต่อ:** เบี้ยประกันภัยต่อรับสุทธิเติบโต 5% YoY (ไม่รวมเบี้ย COVID-19) จากการขยายตัวของ Personal Line และ Commercial Line แม้ว่าผลการรับประกันภัยต่อจะมีขาดทุน 52 ล้านบาท แต่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากผลกระทบจาก COVID-19 ที่ลดลง
**รายได้จากการลงทุน:** รายได้จากการลงทุนสุทธิ 28 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/2565 เนื่องจากเป็นช่วงรับเงินปันผล แต่ลดลง 56% YoY เนื่องจากปีก่อนมีกำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรม 14 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาสนี้มีขาดทุน 1 ล้านบาท จากความผันผวนของตลาดทุน
**รายได้จากการให้บริการ:** รายได้จากการให้บริการสุทธิ 15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% QoQ จากการกลับมาให้บริการอบรมสัมมนา และการเติบโตของบริการใหม่ด้วยเทคโนโลยี AI ในการเคลมสินไหมรถยนต์
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรงในส่วน MD&A นี้
## สรุปท้าย
THRE พลิกกลับมามีกำไรสุทธิเฉพาะกิจการในไตรมาส 2/2565 จากการคลี่คลายของสถานการณ์ COVID-19 และการหมดอายุของกรมธรรม์ "เจอ-จ่าย-จบ" ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันหลักในปีก่อนหน้า การเติบโตของเบี้ยประกันภัยต่อรับสุทธิอย่างต่อเนื่องเป็นสัญญาณบวกสำหรับธุรกิจหลัก อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของตลาดทุนยังคงส่งผลกระทบต่อรายได้จากการลงทุน และการตั้งสำรองภาษีเงินได้รอตัดบัญชีเป็นประเด็นที่ต้องจับตาว่าบริษัทฯ จะสามารถใช้ประโยชน์ทางภาษีได้หรือไม่ เพื่อให้ผลประกอบการกลับมาแข็งแกร่งในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ THRE ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
140.83
ล้านบาท
↓ 90.6% YoY
กำไรขั้นต้น
639.20
ล้านบาท
↓ 58.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
453.87
%
กำไรสุทธิ
-86.28
ล้านบาท
↓ 211.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-61.27
%
D/E Ratio
0.69
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
141
↓ -90.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
639
↓ -58.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-86
↓ -211.3%
YoY
D/E Ratio
0.69
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — THRE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.69
ROE (%)
-0.07
ROA (%)
0.33
Book Value/หุ้น
0.90
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — THRE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-187
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+23
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — THRE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-187.03
+57.46%
|
-118.78
-110.70%
|
1,110.43
-512.00%
|
-269.52
-57.71%
|
-637.27
-1,100.11%
|
63.72
-127.72%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
22.56
-170.17%
|
-32.15
-93.36%
|
-484.16
-3,450.59%
|
14.45
+67.44%
|
8.63
-123.94%
|
-36.05
+22.58%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
12.09
+28.89%
|
9.38
-101.41%
|
-665.56
-61,160.55%
|
1.09
-99.36%
|
169.87
-7,517.90%
|
-2.29
-38.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-152.37
+7.63%
|
-141.57
+260.23%
|
-39.30
-84.53%
|
-253.99
-44.64%
|
-458.78
-1,907.64%
|
25.38
-109.65%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
362.59
+11.82%
|
324.26
+12.09%
|
289.29
+1.28%
|
285.64
+36.12%
|
209.85
+13.68%
|
184.60
-58.63%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
-100.00%
|
324.26
+12.09%
|
289.29
+1.28%
|
285.64
+36.12%
|
209.85
+13.68%
|