บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
0.42
+0.02 (+5.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3769 out_tok=2427 at=2026-07-26T08:40:07 -->
# THRE พลิกขาดทุน Q1/65 เป็นกำไรจากการดำเนินงาน หลังคุมโควิด-19 ได้ดีขึ้น
## รายได้บริการพุ่ง 120% รับเทคโนโลยี AI หนุน ขณะเบี้ยประกันต่อโตต่อเนื่อง
บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน) หรือ THRE รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีผลขาดทุนสุทธิ 184 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะผลการดำเนินงานจากการรับประกันภัยต่อที่ไม่รวมผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 บริษัทฯ จะมีกำไร 87 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้จากการให้บริการสุทธิปรับตัวดีขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 120% จากไตรมาสก่อนหน้า
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ THRE ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 โดยเฉพาะจากกรมธรรม์ประเภท "เจอ-จ่าย-จบ"** ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯ พลิกจากสถานะขาดทุนจากการรับประกันภัยต่อ (หากไม่รวมผลกระทบโควิด-19) มาเป็นกำไร 87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 142% จาก 36 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2564 นอกจากนี้ **รายได้จากการให้บริการสุทธิที่เพิ่มขึ้นถึง 120%** จากไตรมาสก่อนหน้า ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนผลประกอบการ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักที่ทำให้ผลกระทบจากโควิด-19 ลดลง มาจากการที่กรมธรรม์ประเภท "เจอ-จ่าย-จบ" ส่วนใหญ่จะหมดอายุลงในช่วงเดือนเมษายน 2565 และบริษัทฯ ได้ทำการตั้งสำรองค่าสินไหมทดแทนจนครบอายุกรมธรรม์แล้ว ทำให้คาดว่าจะไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญอีกต่อไป ในขณะที่การเติบโตของรายได้จากการให้บริการสุทธิ มาจากการเพิ่มรูปแบบการให้บริการอบรมสัมมนาแบบออนไลน์ และการเริ่มให้บริการใหม่โดยใช้เทคโนโลยี AI ในการให้บริการสินไหมทดแทนสำหรับรถยนต์ ซึ่งเริ่มให้บริการตั้งแต่ปลายไตรมาส 4 ปี 2564
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของรายได้จากการให้บริการที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทฯ ได้ลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการสินไหมทดแทนสำหรับรถยนต์ และยังคงขยายรูปแบบการให้บริการอบรมสัมมนาออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ส่วนผลกระทบจากกรมธรรม์ "เจอ-จ่าย-จบ" คาดว่าจะสิ้นสุดลงหลังจากเดือนเมษายน 2565 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม การเติบโตของเบี้ยประกันภัยต่อรับที่ยังคงขยายตัวทั้งในส่วน personal line และ commercial line เป็นปัจจัยบวกที่คาดว่าจะส่งผลดีต่อผลประกอบการในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 184 ล้านบาท** ในไตรมาส 1 ปี 2565 แต่หากไม่รวมผลกระทบจากโควิด-19 (กรมธรรม์เจอ-จ่าย-จบ) จะมีกำไรจากการรับประกันภัยต่อ 87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 142% จากปีก่อน
* **รายได้จากการให้บริการสุทธิเพิ่มขึ้น 120%** จากไตรมาส 4 ปี 2564 เป็น 11 ล้านบาท จากการให้บริการอบรมสัมมนาออนไลน์ และการใช้เทคโนโลยี AI ในการให้บริการสินไหมทดแทนรถยนต์
* **เบี้ยประกันภัยต่อรับเติบโตต่อเนื่อง 3%** จากปีก่อน จากการขยายตัวทั้งในส่วน personal line และ commercial line
* **กำไรจากการลงทุนสุทธิลดลง 91%** จากไตรมาสก่อนหน้า และ 88% จากปีก่อน เป็น 1 ล้านบาท เนื่องจากขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนจากความผันผวนของตลาดหลักทรัพย์ฯ และผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน) หรือ THRE มีผลขาดทุนสุทธิ 184 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากค่าใช้จ่ายสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์ประเภท "เจอ-จ่าย-จบ" ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะผลการดำเนินงานจากการรับประกันภัยต่อที่ไม่รวมผลกระทบจากโควิด-19 บริษัทฯ จะมีกำไรจากการรับประกันภัยต่อ 87 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 36 ล้านบาท
ในส่วนของรายได้จากการให้บริการสุทธิ ปรับตัวดีขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 120% จากไตรมาส 4 ปี 2564 เป็น 11 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มรูปแบบการให้บริการอบรมสัมมนาแบบออนไลน์ และการเริ่มให้บริการใหม่โดยใช้เทคโนโลยี AI ในการให้บริการสินไหมทดแทนสำหรับรถยนต์ ซึ่งเริ่มให้บริการตั้งแต่ปลายไตรมาส 4 ปี 2564
สำหรับรายได้จากการลงทุนสุทธิ มีจำนวน 1 ล้านบาท ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าและปีก่อนหน้า เนื่องจากมีขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน ซึ่งได้รับผลกระทบจากความผันผวนของตลาดหลักทรัพย์ฯ จากภาวะสงครามรัสเซีย-ยูเครน และการคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
## โอกาส
* **การขยายตัวของเบี้ยประกันภัยต่อรับ:** การเติบโตอย่างต่อเนื่องของเบี้ยประกันภัยต่อรับทั้งในส่วน personal line และ commercial line บ่งชี้ถึงความสามารถในการแข่งขันและการขยายฐานลูกค้า
* **การนำเทคโนโลยี AI มาใช้:** การนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการให้บริการสินไหมทดแทนสำหรับรถยนต์ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างความแตกต่างในการให้บริการ
* **การให้บริการอบรมสัมมนาออนไลน์:** การเพิ่มรูปแบบการให้บริการอบรมสัมมนาแบบออนไลน์ ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป และเป็นการเพิ่มช่องทางรายได้ใหม่
## ความเสี่ยง
* **ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19:** แม้จะคาดว่าจะลดลง แต่การระบาดของสายพันธุ์ใหม่ๆ หรือการกลับมาระบาดซ้ำ อาจส่งผลกระทบต่อค่าสินไหมทดแทนได้อีก
* **ความผันผวนของตลาดการลงทุน:** ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจโลก เช่น สงคราม ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย อาจส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนจากการลงทุน
* **การปรับโครงสร้างบริษัทย่อย:** การปรับโครงสร้างและเตรียมความพร้อมสำหรับการนำบริษัทย่อยเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai อาจมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มค่าสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์ "เจอ-จ่าย-จบ"** หลังหมดอายุในช่วงเดือนเมษายน 2565
* **การเติบโตของรายได้จากการให้บริการ** ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI และการอบรมสัมมนาออนไลน์
* **ผลตอบแทนจากการลงทุน** ท่ามกลางความผันผวนของตลาดการเงินโลก
* **ความคืบหน้าในการนำบริษัทย่อยเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai**
* **การเติบโตของเบี้ยประกันภัยต่อรับ** ในกลุ่ม personal line และ commercial line
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในส่วนของการรับประกันภัยต่อ บริษัทฯ มีเบี้ยประกันภัยต่อรับเติบโต 3% จากปีก่อน โดยมีการขยายตัวทั้งในส่วน personal line และ commercial line อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ผลการรับประกันภัยต่อในไตรมาสนี้มีขาดทุน 245 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลกระทบจากกรมธรรม์ "เจอ-จ่าย-จบ" ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 หากไม่รวมผลกระทบดังกล่าว บริษัทฯ จะมีกำไรจากการรับประกันภัยต่อ 87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 142% จากปีก่อน เนื่องจากค่าสินไหมทดแทนในส่วนของการรับประกันภัยประเภท personal line และ commercial line มีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น
รายได้จากการลงทุนสุทธิอยู่ที่ 1 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน ซึ่งได้รับผลกระทบจากความผันผวนของตลาดหลักทรัพย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ จากปัจจัยลบ เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน และการคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
รายได้จากการให้บริการสุทธิมีการเติบโตที่โดดเด่นถึง 120% จากไตรมาสก่อนหน้า เป็น 11 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มรูปแบบการให้บริการอบรมสัมมนาแบบออนไลน์ และการเริ่มให้บริการใหม่โดยใช้เทคโนโลยี AI ในการให้บริการสินไหมทดแทนสำหรับรถยนต์ อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า รายได้ส่วนนี้ลดลง 9 ล้านบาท เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างบริษัทย่อยและค่าใช้จ่ายเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการนำบริษัทย่อยเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่จากข้อมูลผลประกอบการที่ระบุถึงการตั้งสำรองค่าสินไหมทดแทนจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการรับประกันภัย
## สรุปท้าย
THRE ในไตรมาส 1 ปี 2565 เผชิญกับผลขาดทุนสุทธิ 184 ล้านบาท แต่หัวใจสำคัญคือการที่ผลประกอบการจากการดำเนินงานปกติ โดยเฉพาะการรับประกันภัยต่อที่ไม่รวมผลกระทบโควิด-19 พลิกกลับมามีกำไร 87 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ประกอบกับการเติบโตที่โดดเด่นของรายได้จากการให้บริการที่ 120% จากการนำเทคโนโลยี AI มาใช้และบริการอบรมสัมมนาออนไลน์ ซึ่งเป็นโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดการลงทุน และการบริหารจัดการค่าสินไหมทดแทนที่อาจเกิดขึ้นจากปัจจัยภายนอก ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ THRE ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
140.83
ล้านบาท
↓ 90.6% YoY
กำไรขั้นต้น
639.20
ล้านบาท
↓ 58.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
453.87
%
กำไรสุทธิ
-86.28
ล้านบาท
↓ 211.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-61.27
%
D/E Ratio
0.69
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
141
↓ -90.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
639
↓ -58.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-86
↓ -211.3%
YoY
D/E Ratio
0.69
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — THRE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.69
ROE (%)
-0.07
ROA (%)
0.33
Book Value/หุ้น
0.90
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — THRE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-187
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+23
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — THRE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-187.03
+57.46%
|
-118.78
-110.70%
|
1,110.43
-512.00%
|
-269.52
-57.71%
|
-637.27
-1,100.11%
|
63.72
-127.72%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
22.56
-170.17%
|
-32.15
-93.36%
|
-484.16
-3,450.59%
|
14.45
+67.44%
|
8.63
-123.94%
|
-36.05
+22.58%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
12.09
+28.89%
|
9.38
-101.41%
|
-665.56
-61,160.55%
|
1.09
-99.36%
|
169.87
-7,517.90%
|
-2.29
-38.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-152.37
+7.63%
|
-141.57
+260.23%
|
-39.30
-84.53%
|
-253.99
-44.64%
|
-458.78
-1,907.64%
|
25.38
-109.65%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
362.59
+11.82%
|
324.26
+12.09%
|
289.29
+1.28%
|
285.64
+36.12%
|
209.85
+13.68%
|
184.60
-58.63%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
-100.00%
|
324.26
+12.09%
|
289.29
+1.28%
|
285.64
+36.12%
|
209.85
+13.68%
|