บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
0.42
+0.02 (+5.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4335 out_tok=2351 at=2026-07-26T08:49:17 -->
THRE กำไรจากการรับประกันภัยต่อฟื้นตัวแรง Q3/64 หลังคุม COVID-19 ได้ดีขึ้น
ฝ่ายจัดการ THRE ชี้ผลประกอบการไตรมาส 3/2564 ฟื้นตัวชัดเจน โดยเฉพาะกำไรจากการรับประกันภัยต่อที่เพิ่มขึ้นกว่า 200% หากไม่รวมผลกระทบจาก COVID-19 ขณะที่เบี้ยประกันภัยต่อยังคงเติบโตต่อเนื่อง
บริษัท ไทยรับประกันภัยต่อ จำกัด (มหาชน) หรือ THRE รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 โดยภาพรวมผลการดำเนินงานในส่วนของการรับประกันภัยต่อมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่คลี่คลายลง ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการค่าสินไหมทดแทนได้ดีขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ THRE ในไตรมาส 3/2564 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของกำไรจากการรับประกันภัยต่อ** ซึ่งหากไม่รวมผลกระทบจาก COVID-19 บริษัทฯ มีกำไรจากการรับประกันภัยต่อถึง 150 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 206% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สาเหตุหลักที่ทำให้กำไรจากการรับประกันภัยต่อปรับตัวดีขึ้น มาจากการบริหารจัดการค่าสินไหมทดแทนที่เกี่ยวข้องกับเบี้ยประกันภัยประเภท "เจอ-จ่าย-จบ" ได้ดีขึ้น แม้ว่าในช่วงไตรมาส 3/2564 จะมีการตั้งสำรองเพิ่มเติมสำหรับค่าสินไหมทดแทนที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 อีก 373 ล้านบาท แต่เมื่อพิจารณาเฉพาะส่วนที่ไม่รวมผลกระทบจาก COVID-19 พบว่าการรับประกันภัยประเภทรถยนต์และทรัพย์สินมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการบริหารความเสี่ยงและอัตราการรับประกันภัยที่เหมาะสม
สำหรับแนวโน้มในอนาคต ฝ่ายจัดการได้พิจารณาปรับปรุงสมมติฐาน Ultimate Loss ทั้งในส่วนของการตั้งสำรองเผื่อค่าสินไหมทดแทนที่ยังไม่ได้รับรายงาน (IBNR) และสำรองเผื่อค่าสินไหมทดแทนในอนาคตไปจนสิ้นสุดความคุ้มครองตามกรมธรรม์ เพื่อให้สอดรับกับอัตราการติดเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งการตั้งสำรองเพิ่มเติมนี้จะช่วยลดผลกระทบจาก COVID-19 ต่อผลประกอบการของบริษัทฯ ในอนาคตได้อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ปัจจัยบวกจากการบริหารจัดการความเสี่ยงและการเติบโตของเบี้ยประกันภัยในกลุ่มรถยนต์และทรัพย์สิน **มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่อง**
## Highlight สำคัญ
* **กำไรจากการรับประกันภัยต่อฟื้นตัวแรง:** หากไม่รวมผลกระทบจาก COVID-19 บริษัทฯ มีกำไรจากการรับประกันภัยต่อ 150 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 206% YoY
* **เบี้ยประกันภัยต่อเติบโตต่อเนื่อง:** เบี้ยประกันภัยต่อรับสุทธิเพิ่มขึ้น 6% YoY ในไตรมาส 3/2564 จากการขยายตัวในกลุ่มประกันภัยรถยนต์และทรัพย์สิน
* **ตั้งสำรอง COVID-19 เพิ่ม:** มีการตั้งสำรองเพิ่มเติม 373 ล้านบาทสำหรับเบี้ยประกันภัยประเภท "เจอ-จ่าย-จบ" และประกันสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19
* **รายได้จากการลงทุนลดลง:** กำไรจากการลงทุนสุทธิลดลง 22% YoY เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลรับลดลงจากสถานการณ์ COVID-19
* **รายได้จากการให้บริการลดลง:** ลดลง 8% YoY จากมาตรการ Lockdown และข้อจำกัดการเดินทาง
* **ฐานะเงินกองทุนแข็งแกร่ง:** อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) อยู่ที่ 250% สูงกว่าเกณฑ์ คปภ. ที่ 120%
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3/2564 THRE มีเบี้ยประกันภัยต่อรับสุทธิเพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตของเบี้ยประกันภัยในกลุ่มรถยนต์และทรัพย์สิน อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เบี้ยประกันภัยต่อรับสุทธิลดลง 13% เนื่องจากเป็นช่วงที่งานรับประกันภัยเป็นไปตามฤดูกาล
ในส่วนของผลการรับประกันภัยต่อ บริษัทฯ มีขาดทุนจำนวน 452 ล้านบาท แต่หากไม่รวมผลกระทบจาก COVID-19 ซึ่งส่วนใหญ่มาจากค่าสินไหมทดแทนของเบี้ยประกันภัยประเภท "เจอ-จ่าย-จบ" บริษัทฯ จะมีกำไรจากการรับประกันภัยต่อจำนวน 150 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 206% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2563 ที่มีกำไร 49 ล้านบาท
รายได้จากการลงทุนสุทธิในไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 21 ล้านบาท ลดลง 67% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากเป็นช่วงฤดูการจ่ายเงินปันผล และลดลง 22% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลรับลดลง
รายได้จากการให้บริการสุทธิอยู่ที่ 12 ล้านบาท ลดลง 29% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 8% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อรายได้จากการบริการจากมาตรการ Lockdown และข้อจำกัดการเดินทาง
สำหรับผลการดำเนินงานรอบ 9 เดือนปี 2564 เบี้ยประกันภัยต่อรับสุทธิเพิ่มขึ้น 3% YoY โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของประกันภัยรถยนต์และทรัพย์สิน ผลการรับประกันภัยต่อมีขาดทุน 423 ล้านบาท แต่หากไม่รวมผลกระทบจาก COVID-19 จะมีกำไร 221 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 689% YoY รายได้จากการลงทุนสุทธิลดลง 15% YoY และรายได้จากการให้บริการสุทธิเพิ่มขึ้น 4% YoY
## โอกาส
* **การเติบโตของเบี้ยประกันภัยรถยนต์และทรัพย์สิน:** การขยายตัวอย่างต่อเนื่องในกลุ่มประกันภัยเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนรายได้จากการรับประกันภัยต่อ
* **การบริหารจัดการความเสี่ยง COVID-19 ที่ดีขึ้น:** การตั้งสำรองที่ครอบคลุมและปรับปรุงสมมติฐาน Ultimate Loss จะช่วยลดผลกระทบจาก COVID-19 ในอนาคต
* **ฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง:** CAR ที่สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานสะท้อนถึงความมั่นคงทางการเงินและศักยภาพในการรองรับธุรกิจที่เติบโต
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์ COVID-19 ที่ยังไม่แน่นอน:** แม้จะมีการตั้งสำรองเพิ่มเติม แต่การระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อค่าสินไหมทดแทน
* **ผลกระทบจากมาตรการ Lockdown และข้อจำกัดการเดินทาง:** ความผันผวนของมาตรการภาครัฐยังคงส่งผลต่อรายได้จากการให้บริการ
* **ความผันผวนของรายได้จากการลงทุน:** สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและอัตราดอกเบี้ยที่ผันผวนอาจส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนจากการลงทุน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการตั้งสำรองค่าสินไหมทดแทนที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 ในไตรมาสถัดไป
* การเติบโตของเบี้ยประกันภัยในกลุ่มรถยนต์และทรัพย์สิน
* ผลกระทบจากมาตรการผ่อนคลายหรือเข้มงวดของภาครัฐต่อรายได้จากการให้บริการ
* ผลตอบแทนจากการลงทุนในสภาวะตลาดที่ผันผวน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในส่วนของผลการรับประกันภัยต่อ แม้จะมีขาดทุนจากการรับประกันภัยรวม 452 ล้านบาทในไตรมาส 3/2564 แต่หากพิจารณาเฉพาะส่วนที่ไม่รวมผลกระทบจาก COVID-19 จะเห็นว่าบริษัทฯ มีกำไรจากการรับประกันภัยต่อถึง 150 ล้านบาท ซึ่งเป็นการปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน (49 ล้านบาท) การเติบโตนี้มาจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของประกันภัยรถยนต์และทรัพย์สิน ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจหลักที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญ
การตั้งสำรองเพิ่มเติม 373 ล้านบาทสำหรับเบี้ยประกันภัยประเภท "เจอ-จ่าย-จบ" และค่ารักษาพยาบาลจาก COVID-19 สะท้อนถึงการบริหารความเสี่ยงเชิงรุกของฝ่ายจัดการ เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทฯ มีความพร้อมในการรองรับภาระผูกพันในอนาคต แม้ว่าการตั้งสำรองนี้จะส่งผลกระทบต่อผลกำไรในระยะสั้น แต่เป็นการสร้างความมั่นคงในระยะยาว
รายได้จากการลงทุนสุทธิที่ลดลง 22% YoY เป็นผลมาจากสภาวะตลาดที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทฯ มีการตั้งสำรองเผื่อค่าสินไหมทดแทนที่เพียงพอ จะช่วยลดแรงกดดันต่อผลกำไรในอนาคตได้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3/2564 บริษัทฯ มีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) อยู่ที่ 250% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ คปภ. กำหนดไว้ที่ 120% อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและความสามารถในการรองรับการดำเนินธุรกิจและการเติบโตในอนาคต
## สรุปท้าย
THRE ในไตรมาส 3/2564 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของผลการดำเนินงานจากการรับประกันภัยต่อ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการบริหารจัดการความเสี่ยง COVID-19 ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการเติบโตของเบี้ยประกันภัยในกลุ่มรถยนต์และทรัพย์สิน แม้จะมีการตั้งสำรองเพิ่มเติมเพื่อรองรับสถานการณ์ COVID-19 แต่การบริหารจัดการเชิงรุกนี้จะช่วยลดผลกระทบในระยะยาว ขณะที่ฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่งยังคงเป็นจุดแข็งสำคัญที่สนับสนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ THRE ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
140.83
ล้านบาท
↓ 90.6% YoY
กำไรขั้นต้น
639.20
ล้านบาท
↓ 58.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
453.87
%
กำไรสุทธิ
-86.28
ล้านบาท
↓ 211.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-61.27
%
D/E Ratio
0.69
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
141
↓ -90.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
639
↓ -58.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-86
↓ -211.3%
YoY
D/E Ratio
0.69
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — THRE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.69
ROE (%)
-0.07
ROA (%)
0.33
Book Value/หุ้น
0.90
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — THRE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-187
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+23
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — THRE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-187.03
+57.46%
|
-118.78
-110.70%
|
1,110.43
-512.00%
|
-269.52
-57.71%
|
-637.27
-1,100.11%
|
63.72
-127.72%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
22.56
-170.17%
|
-32.15
-93.36%
|
-484.16
-3,450.59%
|
14.45
+67.44%
|
8.63
-123.94%
|
-36.05
+22.58%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
12.09
+28.89%
|
9.38
-101.41%
|
-665.56
-61,160.55%
|
1.09
-99.36%
|
169.87
-7,517.90%
|
-2.29
-38.93%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-152.37
+7.63%
|
-141.57
+260.23%
|
-39.30
-84.53%
|
-253.99
-44.64%
|
-458.78
-1,907.64%
|
25.38
-109.65%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
362.59
+11.82%
|
324.26
+12.09%
|
289.29
+1.28%
|
285.64
+36.12%
|
209.85
+13.68%
|
184.60
-58.63%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
-100.00%
|
324.26
+12.09%
|
289.29
+1.28%
|
285.64
+36.12%
|
209.85
+13.68%
|