บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · ธุรกิจการเกษตร
3.06
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10873 out_tok=2420 at=2026-07-26T07:10:49 -->
# TEGH กำไรสุทธิปี 2565 พุ่ง 21.58% รับแรงหนุนธุรกิจยางธรรมชาติฟื้นตัว
## รายได้รวมโต 38.92% จากธุรกิจยาง-ปาล์มดิบขยายตัว ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูง
บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEGH รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิ 684.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.58% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากปริมาณและราคาขายที่ปรับตัวสูงขึ้น สอดคล้องกับการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยางล้อทั่วโลก ขณะที่ธุรกิจน้ำมันปาล์มดิบก็มีการเติบโตของรายได้ที่โดดเด่นเช่นกัน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TEGH ในปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติ** ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการเติบโตของรายได้ในธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจยางธรรมชาติ:** การเพิ่มขึ้นของรายได้ 28.96% มาจากปริมาณการขายยางแท่งที่เพิ่มขึ้น 30.93% ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยางล้อตามเศรษฐกิจโลก และราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคายางในตลาด นอกจากนี้ ปริมาณการขายน้ำยางข้นก็เพิ่มขึ้นจากความต้องการของผู้ผลิตเส้นด้ายยางยืดที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจยางธรรมชาติเพิ่มขึ้นจาก 12.18% เป็น 13.45%
* **ธุรกิจน้ำมันปาล์มดิบ:** รายได้รวมของธุรกิจนี้เพิ่มขึ้นถึง 91.12% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้น้ำมันปาล์มดิบจากการขายที่เพิ่มขึ้นและราคาที่สูงขึ้น รวมถึงการรับรู้รายได้จากการขายน้ำมันเมล็ดในปาล์มเข้ามาเต็มปีหลังการเข้าซื้อหุ้น TETSO ทำให้บริษัทฯ ควบคุมกิจการได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและค่าซ่อมแซมเครื่องจักร ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้ติดลบที่ (0.59%) จากที่เคยเป็นบวก 3.35% ในปีก่อนหน้า
* **ต้นทุนรวม:** ต้นทุนขายและการให้บริการเพิ่มขึ้น 39.53% โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนวัตถุดิบยางพาราที่สูงขึ้น และต้นทุนวัตถุดิบปาล์มที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาด
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจยางธรรมชาติ เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุว่าการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยางล้อเป็นไปตามเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว ซึ่งแนวโน้มนี้อาจดำเนินต่อไปได้หากเศรษฐกิจโลกยังคงเติบโต อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคายางพาราและน้ำมันปาล์มดิบ รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 เติบโต 21.58%** มาอยู่ที่ 684.05 ล้านบาท จาก 562.64 ล้านบาทในปี 2564
* **รายได้รวมปี 2565 เพิ่มขึ้น 38.92%** แตะ 15,403.32 ล้านบาท จาก 11,087.76 ล้านบาท
* **ธุรกิจยางธรรมชาติมีรายได้เพิ่มขึ้น 28.96%** จากปริมาณและราคาขายที่สูงขึ้น
* **ธุรกิจน้ำมันปาล์มดิบมีรายได้เติบโตโดดเด่น 91.12%** จากปริมาณ ราคา และการรับรู้รายได้จาก TETSO เต็มปี
* **อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงเล็กน้อย** จาก 10.68% เป็น 10.29% โดยธุรกิจน้ำมันปาล์มดิบติดลบ
* **ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 39.53%** โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบยางพาราและปาล์ม
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 85.57%** จากค่าใช้จ่ายเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์สวนยางและค่าขนส่ง
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 23.88%** จากโบนัสพนักงานและการปรับปรุงผลประโยชน์
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการรวม 15,403.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.92% เมื่อเทียบกับ 11,087.76 ล้านบาทในปี 2564 โดยมีกำไรสุทธิ 684.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.58% เมื่อเทียบกับ 562.64 ล้านบาทในปี 2564 อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงเล็กน้อยจาก 10.68% เป็น 10.29% ขณะที่อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 5.07% เป็น 4.44%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยางล้อทั่วโลก:** เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อปริมาณและราคาขายยางธรรมชาติ
* **การขยายฐานลูกค้าของ TETSO:** ช่วยเพิ่มรายได้จากการขายน้ำมันเมล็ดในปาล์ม
* **การเติบโตของธุรกิจพลังงานทดแทน:** การเพิ่มขึ้นของปริมาณและอัตราค่าบริการกำจัดกากอินทรีย์
* **การรับรู้รายได้เงินอุดหนุนจากรัฐบาล:** สำหรับโครงการส่งเสริมเทคโนโลยีชีวภาพ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคายางธรรมชาติและน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลก:** ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้และต้นทุน
* **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น:** โดยเฉพาะยางพาราและปาล์มสด กดดันอัตรากำไรขั้นต้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น:** จากค่าเงินสมทบกองทุนและค่าขนส่ง
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่การส่งออกเป็นสัดส่วนสำคัญ
* **การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการส่งมอบสินค้า:** เช่น DAP อาจส่งผลต่อต้นทุนการขนส่ง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบยางพาราและน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลก
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิต
* การขยายตลาดและฐานลูกค้าในธุรกิจน้ำมันปาล์มดิบและพลังงานทดแทน
* ผลกระทบจากค่าใช้จ่ายเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์สวนยางที่เพิ่มขึ้น
* ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังราคาขาย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ธุรกิจยางธรรมชาติ:** รายได้เพิ่มขึ้น 28.96% โดยยางแท่งโต 30.93% และน้ำยางข้นโต 2.16% อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 12.18% เป็น 13.45% จากปริมาณและราคาขายที่สูงขึ้น
* **ธุรกิจน้ำมันปาล์มดิบ:** รายได้รวมเพิ่มขึ้น 91.12% โดยน้ำมันปาล์มดิบโต 33.86% และน้ำมันเมล็ดในปาล์มมีรายได้ 931.44 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ธุรกิจนี้มีอัตรากำไรขั้นต้นติดลบที่ (0.59%) จากต้นทุนวัตถุดิบและค่าซ่อมแซมที่สูงขึ้น
* **ธุรกิจพลังงานทดแทน:** รายได้เพิ่มขึ้น 40.92% จากปริมาณและอัตราค่าบริการที่สูงขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 2.88% เป็น 8.99%
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันอัตรากำไร โดยเฉพาะยางพาราและปาล์มสด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 7.03% เป็น 6,936.96 ล้านบาท จาก 6,481.18 ล้านบาท โดยมีลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น และที่ดินอาคารและอุปกรณ์เพิ่มขึ้นจากการรวมงบการเงินของ TETSO และการขยายกำลังการผลิต
หนี้สินรวมลดลง 16.04% เป็น 3,700.03 ล้านบาท จาก 4,405.39 ล้านบาท โดยหลักมาจากการลดลงของเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 55.70% เป็น 3,245.63 ล้านบาท จาก 2,084.49 ล้านบาท โดยมีสาเหตุจากการเพิ่มทุนจดทะเบียนและการเสนอขายหุ้น IPO
## สรุปท้าย
TEGH โชว์ผลประกอบการปี 2565 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 21.58% จากการฟื้นตัวของธุรกิจยางธรรมชาติที่ได้รับอานิสงส์จากเศรษฐกิจโลก และการเติบโตของธุรกิจน้ำมันปาล์มดิบ แม้จะเผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งกดดันอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจปาล์มดิบให้ติดลบ อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนและราคาขาย รวมถึงการขยายตลาดในธุรกิจพลังงานทดแทน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาเพื่อประเมินความต่อเนื่องของผลประกอบการในปีถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TEGH ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
4,186.46
ล้านบาท
↓ 20.9% YoY
กำไรขั้นต้น
311.02
ล้านบาท
↓ 52.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.43
%
กำไรสุทธิ
95.38
ล้านบาท
↓ 44.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.28
%
D/E Ratio
1.06
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,186
↓ -20.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
311
↓ -52.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
95
↓ -44.8%
YoY
D/E Ratio
1.06
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TEGH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.06
ROE (%)
14.11
ROA (%)
8.32
Book Value/หุ้น
3.65
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TEGH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,070
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+195
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TEGH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,069.97
-320.78%
|
1,390.51
-152.00%
|
-2,673.81
+8,615.16%
|
-30.68
-13.80%
|
-35.59
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
194.55
+29.58%
|
150.14
-52.57%
|
316.53
-397.55%
|
-106.38
-63.58%
|
-292.07
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,498.66
-261.17%
|
-1,550.28
-158.76%
|
2,638.50
-362.99%
|
-1,003.28
-497.13%
|
252.63
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-376.75
+3,808.20%
|
-9.64
-103.43%
|
281.23
-124.66%
|
-1,140.35
+1,420.06%
|
-75.02
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
111.41
+64.95%
|
67.54
-68.58%
|
214.97
+452.20%
|
38.93
-65.84%
|
113.96
+127.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
100.10
-10.15%
|
111.41
+64.95%
|
67.54
-68.58%
|
214.97
+452.20%
|
38.93
-65.84%
|