บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · ธุรกิจการเกษตร
3.06
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8372 out_tok=2564 at=2026-07-26T07:54:28 -->
# TEGH กำไรสุทธิหด 71.89% ใน 9 เดือนแรกปี 66 รับราคาขายเฉลี่ยลดกระทบธุรกิจหลัก
## รายได้รวมวูบ 22% ปัจจัยหลักจากยางพาราและน้ำมันปาล์ม ขณะที่ต้นทุนลดลงตาม
บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEGH รายงานผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2566 มีกำไรสุทธิ 146.50 ล้านบาท ลดลง 71.89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงในธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติและน้ำมันปาล์มดิบ ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัทฯ แม้ต้นทุนขายและบริการจะลดลงตาม แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากราคาขายที่ลดลงได้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรและกำไรสุทธิของ TEGH ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในงวด 9 เดือนแรกปี 2566 คือ **การลดลงของราคาขายเฉลี่ยในธุรกิจหลักทั้งยางธรรมชาติและน้ำมันปาล์มดิบ** ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมลดลง 29.88% จาก 1,208.99 ล้านบาท เหลือ 847.77 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดลงถึง 71.89% จาก 521.22 ล้านบาท เหลือ 146.50 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจยางธรรมชาติ:** แม้ปริมาณการขายยางแท่งจะเพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยางล้อ แต่ราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงส่งผลให้รายได้จากธุรกิจยางธรรมชาติลดลง 16.26% และกำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้ลดลงจาก 103.02% ของรายได้ เหลือ 87.98% โดยมีสาเหตุหลักมาจากส่วนต่างของราคายางแท่งและยางก้อนถ้วยที่ลดลง
* **ธุรกิจน้ำมันปาล์มดิบ:** รายได้จากธุรกิจนี้ลดลงถึง 43.37% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของราคาขายเฉลี่ยของน้ำมันปาล์มดิบและน้ำมันเมล็ดในปาล์ม ซึ่งเป็นไปตามราคาตลาด แม้ปริมาณการขายน้ำมันปาล์มดิบจะเพิ่มขึ้นจากการตอบสนองความต้องการภายในประเทศ แต่ราคาขายที่ลดลงมากทำให้ธุรกิจนี้มีผลขาดทุนขั้นต้นในปีนี้ที่ 8.49% ของรายได้ จากที่เคยมีกำไรขั้นต้น 3.83% ในปีก่อน
* **ธุรกิจพลังงานทดแทนและบริหารจัดการกากอินทรีย์:** เป็นธุรกิจเดียวที่เติบโต โดยรายได้เพิ่มขึ้น 24.10% และมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 0.44% เป็น 2.11% ของรายได้ ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการรับกำจัดกากอินทรีย์และอัตราค่าบริการที่สูงขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว (มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น)** จากข้อมูลในเอกสาร ระบุว่าการลดลงของราคาขายเฉลี่ยเป็นไปตามราคาตลาด ซึ่งโดยทั่วไปราคาสินค้าโภคภัณฑ์มีความผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจและอุปสงค์อุปทาน อย่างไรก็ตาม การที่ปริมาณการขายในธุรกิจยางธรรมชาติเพิ่มขึ้น และธุรกิจพลังงานทดแทนเติบโตได้ดี บ่งชี้ถึงความสามารถในการปรับตัวของบริษัทฯ หากราคาขายเฉลี่ยในตลาดปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต ผลประกอบการของ TEGH มีโอกาสฟื้นตัวได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2566:** อยู่ที่ 146.50 ล้านบาท ลดลง 71.89% YoY
* **รายได้รวม 9 เดือนแรกปี 2566:** อยู่ที่ 9,204.38 ล้านบาท ลดลง 22.05% YoY
* **ธุรกิจยางธรรมชาติ:** รายได้ลดลง 16.26% YoY สาเหตุหลักจากราคาขายเฉลี่ยลดลง แม้ปริมาณขายเพิ่มขึ้น
* **ธุรกิจน้ำมันปาล์มดิบ:** รายได้ลดลง 43.37% YoY สาเหตุหลักจากราคาขายเฉลี่ยลดลง
* **ธุรกิจพลังงานทดแทน:** รายได้เติบโต 24.10% YoY จากปริมาณและราคาค่าบริการที่สูงขึ้น
* **กำไรขั้นต้นรวม:** ลดลง 29.88% YoY โดยอัตรากำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 9.21% จาก 10.24%
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการรวม 9,204.38 ล้านบาท ลดลง 22.05% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้หลักมาจากธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติ (83%) และธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ (16%) ต้นทุนขายและการให้บริการรวมลดลง 21.16% สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมลดลง 29.88% มาอยู่ที่ 847.77 ล้านบาท และเมื่อรวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น 8.55% และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้กำไรจากการดำเนินงานลดลง 60.67% และกำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 71.89% มาอยู่ที่ 146.50 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยางล้อ:** เป็นปัจจัยหนุนปริมาณการขายยางธรรมชาติ
* **การเติบโตของธุรกิจพลังงานทดแทน:** ปริมาณการรับกำจัดกากอินทรีย์เพิ่มขึ้น และการปรับขึ้นอัตราค่าบริการ ช่วยหนุนรายได้และกำไรของธุรกิจนี้
* **การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต:** ในธุรกิจน้ำมันปาล์มดิบ แม้ราคาขายจะลดลง แต่การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตช่วยลดผลขาดทุนขั้นต้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์:** ราคาขายเฉลี่ยของยางธรรมชาติและน้ำมันปาล์มดิบมีความอ่อนไหวต่อราคาตลาดโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไร
* **ต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น:** ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น
* **ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาขายเฉลี่ยของยางธรรมชาติและน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลก
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตในธุรกิจหลัก
* การขยายตัวของธุรกิจพลังงานทดแทนและบริหารจัดการกากอินทรีย์
* การเปลี่ยนแปลงของปริมาณการขายในแต่ละกลุ่มธุรกิจ
* ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนต่อผลประกอบการ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ยางธรรมชาติ:** รายได้จากการขายยางแท่งลดลง 1,311.66 ล้านบาท (15.34%) แม้ปริมาณขายเพิ่มขึ้น แต่ราคาขายเฉลี่ยลดลง รายได้จากน้ำยางข้นลดลง 168.98 ล้านบาท (33.78%) จากทั้งปริมาณและราคาขายที่ลดลง ต้นทุนธุรกิจยางธรรมชาติลดลง 12.46% หลักๆ จากต้นทุนวัตถุดิบลดลง กำไรขั้นต้นธุรกิจยางธรรมชาติลดลง โดยอัตรากำไรอยู่ที่ 87.98% จาก 103.02%
* **น้ำมันปาล์มดิบ:** รายได้รวมลดลง 1,154.30 ล้านบาท (43.37%) โดยรายได้น้ำมันปาล์มดิบลดลงจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณขายแต่ราคาขายเฉลี่ยลดลงมาก รายได้น้ำมันเมล็ดในปาล์มลดลงจากปริมาณและราคาขายที่ลดลง ต้นทุนธุรกิจน้ำมันปาล์มดิบลดลง 46.91% หลักๆ จากต้นทุนวัตถุดิบลดลง กำไรขั้นต้นธุรกิจน้ำมันปาล์มดิบพลิกจากขาดทุน 46.32 ล้านบาท มาเป็นกำไร 72.00 ล้านบาท โดยอัตรากำไรอยู่ที่ 8.49% จาก -3.83% ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต
* **พลังงานทดแทนและบริหารจัดการกากอินทรีย์:** รายได้เพิ่มขึ้น 19.08 ล้านบาท (24.10%) จากปริมาณการรับกำจัดกากอินทรีย์และอัตราค่าบริการที่สูงขึ้น ต้นทุนธุรกิจเพิ่มขึ้น 8.86% จากค่าขนส่ง ค่าเช่า และค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้น กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 5.33 ล้านบาท เป็น 17.87 ล้านบาท โดยอัตรากำไรอยู่ที่ 2.11% จาก 0.44%
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 สินทรัพย์รวมลดลง 7.62% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงจากการจ่ายเงินปันผล, ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นลดลงตามรายได้, และสินค้าคงเหลือลดลง ในขณะที่ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์เพิ่มขึ้นจากการก่อสร้างโครงการขยายกำลังการผลิตยางแท่งและ Biogas Zone 3
หนี้สินรวมลดลง 10.68% โดยหลักมาจากการลดลงของเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นตามการลดลงของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 4.14% จากการจ่ายเงินปันผล
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ TEGH ในงวด 9 เดือนแรกปี 2566 คือแรงกดดันจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงในธุรกิจยางธรรมชาติและน้ำมันปาล์มดิบ ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก แม้บริษัทฯ จะสามารถบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในบางส่วน รวมถึงการเติบโตของธุรกิจพลังงานทดแทน แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะชดเชยผลกระทบดังกล่าว ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม แนวโน้มราคาวัตถุดิบที่ผันผวนตามกลไกตลาด และการเติบโตของธุรกิจพลังงานทดแทน อาจเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนผลประกอบการให้ฟื้นตัวได้ในอนาคต หากราคาขายเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้น
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TEGH ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
4,186.46
ล้านบาท
↓ 20.9% YoY
กำไรขั้นต้น
311.02
ล้านบาท
↓ 52.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.43
%
กำไรสุทธิ
95.38
ล้านบาท
↓ 44.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.28
%
D/E Ratio
1.06
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,186
↓ -20.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
311
↓ -52.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
95
↓ -44.8%
YoY
D/E Ratio
1.06
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TEGH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.06
ROE (%)
14.11
ROA (%)
8.32
Book Value/หุ้น
3.65
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TEGH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,070
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+195
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TEGH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,069.97
-320.78%
|
1,390.51
-152.00%
|
-2,673.81
+8,615.16%
|
-30.68
-13.80%
|
-35.59
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
194.55
+29.58%
|
150.14
-52.57%
|
316.53
-397.55%
|
-106.38
-63.58%
|
-292.07
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,498.66
-261.17%
|
-1,550.28
-158.76%
|
2,638.50
-362.99%
|
-1,003.28
-497.13%
|
252.63
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-376.75
+3,808.20%
|
-9.64
-103.43%
|
281.23
-124.66%
|
-1,140.35
+1,420.06%
|
-75.02
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
111.41
+64.95%
|
67.54
-68.58%
|
214.97
+452.20%
|
38.93
-65.84%
|
113.96
+127.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
100.10
-10.15%
|
111.41
+64.95%
|
67.54
-68.58%
|
214.97
+452.20%
|
38.93
-65.84%
|