บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · ธุรกิจการเกษตร
3.06
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12404 out_tok=3119 at=2026-07-26T07:20:43 -->
# TEGH พลิกกำไรโต 15 เท่าปี 2564 รับอานิสงส์ราคายาง-ปาล์มพุ่ง
## รายได้-กำไรโตแรงตามราคาวัตถุดิบโลก ฝ่ายจัดการชี้การฟื้นตัวเศรษฐกิจหนุนอุปสงค์
บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEGH รายงานผลประกอบการปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 562.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก ส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยของยางธรรมชาติและน้ำมันปาล์มดิบปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TEGH ในปี 2564 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของราคาขายเฉลี่ยและปริมาณการขายของธุรกิจหลักทั้งยางธรรมชาติและน้ำมันปาล์มดิบ** ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 37.65 ล้านบาทในปี 2563 เป็น 562.64 ล้านบาทในปี 2564 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 15 เท่า
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกหลังสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้อุปสงค์ในอุตสาหกรรมที่ใช้ยางธรรมชาติเป็นวัตถุดิบ เช่น อุตสาหกรรมยางล้อ ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้ปริมาณการขายยางแท่งเกรดพรีเมียมของ TEGH เพิ่มขึ้นถึง 36.13% ประกอบกับราคาขายเฉลี่ยของยางในตลาดที่ปรับตัวสูงขึ้นตามอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้รายได้จากธุรกิจยางธรรมชาติเติบโตถึง 33.16% และมีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 9.31% เป็น 12.18%
ในส่วนของธุรกิจน้ำมันปาล์มดิบ ก็ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมเช่นกัน ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันปาล์มดิบเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ปริมาณการขายและราคาขายเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันปาล์มดิบที่รายได้เพิ่มขึ้นถึง 76.67% แม้ว่ารายได้จากเมล็ดในปาล์มจะลดลงเล็กน้อยเนื่องจาก TETSO ชะลอการผลิตชั่วคราว แต่ภาพรวมธุรกิจน้ำมันปาล์มดิบก็พลิกกลับมามีกำไรขั้นต้นที่ 3.35% จากที่ขาดทุน 3.47% ในปีก่อนหน้า
นอกจากนี้ ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้า (TETSO) ก็เพิ่มขึ้นตามผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของธุรกิจหลักเช่นกัน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก** ฝ่ายจัดการระบุว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้และกำไรในปี 2564 เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลดีต่อธุรกิจของบริษัทฯ แนวโน้มในอนาคตจะขึ้นอยู่กับทิศทางเศรษฐกิจโลกและความต้องการสินค้าโภคภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการการส่งมอบสินค้าได้อย่างเหมาะสมท่ามกลางข้อจำกัดด้านตู้คอนเทนเนอร์และสายเรือ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง
ประเด็นที่ต้องจับตาคือ การที่บริษัทฯ จะเข้าถือหุ้นใน TETSO 100% ตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม 2565 เป็นต้นไป ซึ่งจะทำให้ผลประกอบการของ TETSO ถูกรวมเข้ามาในงบการเงินรวมเต็มจำนวน อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานของ TETSO ในปี 2564 ยังคงขาดทุนอยู่ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2564 พุ่ง 562.64 ล้านบาท** เพิ่มขึ้น 15 เท่าจาก 37.65 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้รวมเติบโต 35.28%** แตะ 11,087.76 ล้านบาท จาก 8,196.25 ล้านบาทในปี 2563
* **ธุรกิจยางธรรมชาติทำรายได้สูงสุด 9,214.23 ล้านบาท** เพิ่มขึ้น 33.16% จากราคาและปริมาณขายที่สูงขึ้น
* **ธุรกิจน้ำมันปาล์มดิบรายได้โต 50.26%** เป็น 1,779.58 ล้านบาท จากราคาและปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น** จาก 7.43% เป็น 10.68% โดยธุรกิจยางธรรมชาติมี GPM สูงถึง 12.18%
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 TEGH มีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการรวม 11,087.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.28% จากปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติที่เติบโต 33.16% เป็น 9,214.23 ล้านบาท และธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบที่เติบโต 50.26% เป็น 1,779.58 ล้านบาท การเติบโตนี้เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ยและปริมาณการขายที่สอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
ต้นทุนขายและการให้บริการรวมเพิ่มขึ้น 30.53% เป็น 9,903.40 ล้านบาท โดยต้นทุนธุรกิจยางธรรมชาติเพิ่มขึ้น 28.94% และต้นทุนธุรกิจน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มขึ้น 40.36% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาด
อัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 7.43% ในปี 2563 เป็น 10.68% ในปี 2564 โดยเฉพาะธุรกิจยางธรรมชาติที่ทำได้ถึง 12.18% และธุรกิจน้ำมันปาล์มดิบที่พลิกกลับมามีกำไรขั้นต้น 3.35%
ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 14.70% เป็น 297.10 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการส่งออกที่สูงขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 11.83% เป็น 185.25 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายผลประโยชน์ของพนักงานที่เพิ่มขึ้นจากการจ่ายโบนัสตามผลประกอบการที่ดี
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับปี 2564 เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 562.64 ล้านบาท จาก 37.65 ล้านบาทในปี 2563 คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ 5.06% จาก 0.46% ในปีก่อนหน้า
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก:** เป็นปัจจัยบวกหลักที่ส่งเสริมอุปสงค์ในสินค้าโภคภัณฑ์ที่ TEGH ผลิต
* **การเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน TETSO เป็น 100%:** จะทำให้บริษัทฯ ควบคุมและบริหารจัดการธุรกิจน้ำมันปาล์มได้อย่างเต็มที่ และรับรู้ผลประกอบการทั้งหมด (แม้ว่าปัจจุบัน TETSO จะยังขาดทุน)
* **ธุรกิจพลังงานทดแทน:** มีการเติบโตของรายได้จากการให้บริการบริหารจัดการกากอินทรีย์ที่เพิ่มขึ้น และมีศักยภาพในการสร้างรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว
* **การบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิต:** การปรับปรุงประสิทธิภาพการสกัดน้ำมันปาล์มในปี 2563 ส่งผลดีต่ออัตรากำไรในปี 2564
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์:** ราคายางธรรมชาติและน้ำมันปาล์มมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยเศรษฐกิจโลกและอุปทาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไร
* **ข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์:** แม้จะบริหารจัดการได้ดีในปี 2564 แต่ปัญหาตู้คอนเทนเนอร์และสายเรือที่ขาดแคลนยังคงเป็นความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการส่งมอบสินค้า
* **ผลการดำเนินงานของ TETSO:** การที่ TETSO ยังคงขาดทุน อาจเป็นภาระต่อผลประกอบการรวมของกลุ่มบริษัทฯ หากไม่สามารถพลิกฟื้นได้
* **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น:** แม้ราคาขายจะสูงขึ้น แต่ต้นทุนวัตถุดิบหลัก เช่น ยางก้อนถ้วย และผลปาล์มสด ก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรหากราคาขายไม่สามารถปรับขึ้นตามได้ทัน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาและปริมาณการขายยางธรรมชาติและน้ำมันปาล์มดิบ:** ติดตามทิศทางเศรษฐกิจโลกและอุปสงค์ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** การควบคุมต้นทุนท่ามกลางราคาวัตถุดิบที่ผันผวน
* **ผลประกอบการของ TETSO หลังการรวมงบการเงินเต็มรูปแบบ:** ประเมินความสามารถในการพลิกฟื้นธุรกิจของ TETSO
* **ความคืบหน้าของธุรกิจพลังงานทดแทน:** ศักยภาพในการเติบโตและสร้างรายได้ที่มั่นคง
* **สถานการณ์ด้านโลจิสติกส์:** ผลกระทบจากปัญหาการขนส่งระหว่างประเทศ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**ธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติ:** รายได้หลักมาจากยางแท่งเกรดพรีเมียม ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยางล้อทั่วโลก ปริมาณการขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ควบคู่ไปกับราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้สูงถึง 12.18% ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันและคุณภาพของผลิตภัณฑ์
**ธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ:** มีการเติบโตของรายได้ที่โดดเด่นจากการเพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและราคาขายเฉลี่ยของน้ำมันปาล์มดิบ การปรับปรุงประสิทธิภาพการสกัดน้ำมันในช่วงปลายปี 2563 ส่งผลให้ธุรกิจนี้พลิกกลับมามีกำไรขั้นต้นได้ในปี 2564
**ธุรกิจพลังงานทดแทนและบริหารจัดการกากอินทรีย์:** แม้จะมีสัดส่วนรายได้น้อย แต่มีการเติบโตของรายได้จากการให้บริการบริหารจัดการกากอินทรีย์ที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ กลับมาผลิตเพิ่มขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างรายได้ที่มั่นคงและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2564 สินทรัพย์รวมของกลุ่มบริษัทฯ อยู่ที่ 6,482.32 ล้านบาท โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนคิดเป็น 58.79% ของสินทรัพย์รวม หนี้สินรวมอยู่ที่ 4,397.83 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนคิดเป็น 85.49% ของหนี้สินรวม ทำให้มีหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ค่อนข้างสูง
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 2,084.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.95% จากปีก่อนหน้า ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสม
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในปี 2564 ติดลบ 35.59 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือและสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่น ขณะที่กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุนใช้ไป 292.07 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวดลดลงเหลือ 38.93 ล้านบาท แม้จะมีกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินเข้ามา 252.63 ล้านบาท
## สรุปท้าย
TEGH โชว์ผลประกอบการปี 2564 พลิกฟื้นอย่างแข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิที่ก้าวกระโดด 15 เท่า เป็นผลมาจากปัจจัยบวกจากราคาวัตถุดิบหลักอย่างยางธรรมชาติและน้ำมันปาล์มดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ประกอบกับปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น ทำให้ธุรกิจหลักทั้งสองสามารถสร้างอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าฐานะการเงินจะมีหนี้สินต่อทุนค่อนข้างสูง และกระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังติดลบ แต่การเติบโตของรายได้และกำไรที่แข็งแกร่งนี้เป็นสัญญาณที่ดี อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบโลก ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุน และผลการดำเนินงานของ TETSO ที่จะถูกรวมงบการเงินเต็มรูปแบบในปีถัดไป เพื่อประเมินโอกาสและความเสี่ยงในระยะยาวต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TEGH ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
4,186.46
ล้านบาท
↓ 20.9% YoY
กำไรขั้นต้น
311.02
ล้านบาท
↓ 52.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.43
%
กำไรสุทธิ
95.38
ล้านบาท
↓ 44.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.28
%
D/E Ratio
1.06
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,186
↓ -20.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
311
↓ -52.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
95
↓ -44.8%
YoY
D/E Ratio
1.06
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TEGH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.06
ROE (%)
14.11
ROA (%)
8.32
Book Value/หุ้น
3.65
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TEGH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,070
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+195
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TEGH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,069.97
-320.78%
|
1,390.51
-152.00%
|
-2,673.81
+8,615.16%
|
-30.68
-13.80%
|
-35.59
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
194.55
+29.58%
|
150.14
-52.57%
|
316.53
-397.55%
|
-106.38
-63.58%
|
-292.07
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,498.66
-261.17%
|
-1,550.28
-158.76%
|
2,638.50
-362.99%
|
-1,003.28
-497.13%
|
252.63
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-376.75
+3,808.20%
|
-9.64
-103.43%
|
281.23
-124.66%
|
-1,140.35
+1,420.06%
|
-75.02
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
111.41
+64.95%
|
67.54
-68.58%
|
214.97
+452.20%
|
38.93
-65.84%
|
113.96
+127.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
100.10
-10.15%
|
111.41
+64.95%
|
67.54
-68.58%
|
214.97
+452.20%
|
38.93
-65.84%
|