บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)
SET · ธุรกิจการเกษตร
3.06
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12627 out_tok=2354 at=2026-07-26T07:35:48 -->
# TEGH กำไรสุทธิ Q2/66 ดิ่ง 71% สวนทางรายได้ธุรกิจพลังงานทดแทนโต
## รายได้รวมหด 17.75% กดดันกำไรสุทธิ ขณะที่ธุรกิจพลังงานทดแทนยังเติบโตได้ดี
บริษัท ไทยอีสเทิร์น กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEGH รายงานผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกปี 2566 มีกำไรสุทธิ 106.15 ล้านบาท ลดลง 71.10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงในธุรกิจหลัก ขณะที่รายได้จากธุรกิจพลังงานทดแทนและบริหารจัดการกากอินทรีย์ยังคงเติบโตได้ดี
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ TEGH ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 ลดลง 71.10% มาจาก **ราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง** ในธุรกิจหลัก โดยเฉพาะยางธรรมชาติและน้ำมันปาล์มดิบ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้จากการขายและอัตรากำไรขั้นต้น แม้ว่าปริมาณการขายในบางส่วนจะปรับตัวดีขึ้นก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติ:** รายได้รวมลดลง 10.12% สาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายยางแท่งลดลง 8.79% แม้ว่าปริมาณการขายจะเพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยางล้อ แต่ **ราคาขายเฉลี่ยลดลง** ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้ลดลงจาก 94.56% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 83.02%
* **ธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ:** รายได้รวมลดลงถึง 43.35% แม้ปริมาณการขายน้ำมันปาล์มดิบจะเพิ่มขึ้นตามความต้องการภายในประเทศ แต่ **ราคาขายเฉลี่ยลดลงค่อนข้างมาก** ตามราคาตลาด ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้ปรับตัวดีขึ้นจาก 3.94% มาอยู่ที่ 13.95% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงตามราคาตลาดเช่นกัน
* **ธุรกิจพลังงานทดแทนและบริหารจัดการกากอินทรีย์:** เป็นธุรกิจเดียวที่ยังคงเติบโตได้ดี โดยรายได้เพิ่มขึ้น 23.79% จากปริมาณการรับกำจัดกากอินทรีย์ที่เพิ่มขึ้นและอัตราค่าบริการที่สูงขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 1.25% เป็น 1.71%
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 60.31% ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการส่งออก และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการขนส่งที่สูงขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว / ยังไม่ชัด ต้องติดตาม**
ปัจจัยด้านราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงในธุรกิจยางธรรมชาติและน้ำมันปาล์มดิบ เป็นปัจจัยที่ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดโลกและอุปสงค์อุปทาน ซึ่งอาจมีความผันผวนและไม่แน่นอน การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยางล้ออาจช่วยหนุนปริมาณการขายยางธรรมชาติได้ แต่การแข่งขันด้านราคายังคงเป็นปัจจัยกดดัน ส่วนธุรกิจน้ำมันปาล์มดิบก็ขึ้นอยู่กับราคาตลาดเช่นกัน ขณะที่ธุรกิจพลังงานทดแทนมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นและอัตราค่าบริการที่ปรับขึ้น
## Highlight สำคัญ
* กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 106.15 ล้านบาท ลดลง 71.10% YoY
* รายได้จากการขายรวม 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 6,202.68 ล้านบาท ลดลง 17.75% YoY
* ธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติ รายได้ลดลง 10.12% YoY จากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง แม้ปริมาณขายเพิ่มขึ้น
* ธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ รายได้ลดลง 43.35% YoY จากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง แม้ปริมาณขายเพิ่มขึ้น
* ธุรกิจพลังงานทดแทนและบริหารจัดการกากอินทรีย์ รายได้เติบโต 23.79% YoY จากปริมาณและอัตราค่าบริการที่สูงขึ้น
* อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงเล็กน้อยจาก 9.48% เป็น 9.38% โดยธุรกิจยางธรรมชาติ GPM ลดลง ขณะที่ธุรกิจปาล์มดิบ GPM เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 60.31% YoY
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการรวม 6,202.68 ล้านบาท ลดลง 17.75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้ในธุรกิจผลิตและจำหน่ายยางธรรมชาติ 10.12% และธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบ 43.35% อย่างไรก็ตาม ธุรกิจพลังงานทดแทนและบริหารจัดการกากอินทรีย์มีการเติบโต 23.79% ต้นทุนขายและการให้บริการลดลง 17.66% สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมลดลง 18.58% มาอยู่ที่ 582.07 ล้านบาท เมื่อรวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้น เช่น ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 71.10% มาอยู่ที่ 106.15 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยางล้อ:** เป็นปัจจัยบวกต่อปริมาณการขายยางธรรมชาติ
* **ความต้องการภายในประเทศเพิ่มขึ้น:** สำหรับน้ำมันปาล์มดิบ ช่วยหนุนปริมาณการขาย
* **การเติบโตของธุรกิจพลังงานทดแทน:** จากความต้องการบริการจัดการกากอินทรีย์ที่เพิ่มขึ้น และการปรับขึ้นอัตราค่าบริการ
* **การลงทุนขยายกำลังการผลิต:** โครงการขยายกำลังการผลิตยางแท่งของ EQR และ TEI รวมถึงการก่อสร้าง Biogas Zone 3 ในธุรกิจพลังงานทดแทน จะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์:** ราคาขายเฉลี่ยของยางธรรมชาติและน้ำมันปาล์มดิบมีความอ่อนไหวต่อสภาวะตลาดโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไร
* **ต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น:** ส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในงวดนี้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาขายเฉลี่ยของยางธรรมชาติและน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลก
* ปริมาณการขายและอัตรากำไรของธุรกิจยางธรรมชาติและน้ำมันปาล์มดิบ
* การเติบโตของรายได้และกำไรในธุรกิจพลังงานทดแทนและบริหารจัดการกากอินทรีย์
* ผลกระทบจากค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น
* ความคืบหน้าของโครงการขยายกำลังการผลิต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ยางธรรมชาติ:** รายได้ลดลง 10.12% เป็น 5,117.10 ล้านบาท โดยรายได้ยางแท่งลดลง 8.79% แม้ปริมาณขายเพิ่มขึ้น แต่ราคาขายเฉลี่ยลดลง อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 94.56% เป็น 83.02%
* **น้ำมันปาล์มดิบ:** รายได้ลดลง 43.35% เป็น 1,014.58 ล้านบาท โดยรายได้น้ำมันปาล์มดิบลดลงจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง แม้ปริมาณขายเพิ่มขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 3.94% เป็น 13.95% จากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง
* **พลังงานทดแทน:** รายได้เพิ่มขึ้น 23.79% เป็น 65.00 ล้านบาท จากปริมาณการรับกำจัดกากอินทรีย์และอัตราค่าบริการที่สูงขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 1.25% เป็น 1.71%
* **ต้นทุน:** ต้นทุนขายรวมลดลง 17.66% โดยต้นทุนยางธรรมชาติลดลง 7.64% จากราคาวัตถุดิบที่ลดลง ส่วนต้นทุนน้ำมันปาล์มดิบลดลง 47.05% จากราคาวัตถุดิบที่ลดลง
* **ค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 60.31% จากค่าสงเคราะห์สวนยางและค่าขนส่งที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 6.90% จากค่าวิจัยพัฒนา
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 สินทรัพย์รวมลดลง 14.05% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากเงินสดลดลงจากการจ่ายปันผล, ลูกหนี้การค้าลดลงตามรายได้ และสินค้าคงเหลือลดลง อย่างไรก็ตาม ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในโครงการขยายกำลังการผลิต หนี้สินรวมลดลง 21.68% ส่วนใหญ่จากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะสั้น ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 5.38% จากการจ่ายเงินปันผล
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TEGH ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
4,186.46
ล้านบาท
↓ 20.9% YoY
กำไรขั้นต้น
311.02
ล้านบาท
↓ 52.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.43
%
กำไรสุทธิ
95.38
ล้านบาท
↓ 44.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.28
%
D/E Ratio
1.06
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,186
↓ -20.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
311
↓ -52.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
95
↓ -44.8%
YoY
D/E Ratio
1.06
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TEGH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.06
ROE (%)
14.11
ROA (%)
8.32
Book Value/หุ้น
3.65
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TEGH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,070
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+195
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TEGH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,069.97
-320.78%
|
1,390.51
-152.00%
|
-2,673.81
+8,615.16%
|
-30.68
-13.80%
|
-35.59
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
194.55
+29.58%
|
150.14
-52.57%
|
316.53
-397.55%
|
-106.38
-63.58%
|
-292.07
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,498.66
-261.17%
|
-1,550.28
-158.76%
|
2,638.50
-362.99%
|
-1,003.28
-497.13%
|
252.63
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-376.75
+3,808.20%
|
-9.64
-103.43%
|
281.23
-124.66%
|
-1,140.35
+1,420.06%
|
-75.02
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
111.41
+64.95%
|
67.54
-68.58%
|
214.97
+452.20%
|
38.93
-65.84%
|
113.96
+127.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
100.10
-10.15%
|
111.41
+64.95%
|
67.54
-68.58%
|
214.97
+452.20%
|
38.93
-65.84%
|