บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน)
SET · ธนาคาร
86.25
1.25 (1.43%)
สรุปสั้น
กำไรที่ลดลงจาก 4Q65 สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย จากกําไรจากการรับชําระหนี้ และกําไรจากทรัพย์สินรอการขาย แต่อย่างไรก็ตามบริษัทย่อย และบริษัทร่วมยังมีผลการดําเนินงานที่เติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน
เทียบกับปีที่แล้วกำไรสุทธิลดลงเล็กน้อย โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยปรับตัวลดลง จากค่านายหน้าจากธุรกิจหลักทรัพย์ และกําไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่ายุติธรรมผ่านกําไรหรือขาดทุน ประกอบกับบริษัทย่อยมีการตั้งสํารองพิเศษ (Management Overlay) เพิ่มเติมเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านเครดิตที่ อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ในขณะที่ผลการดําเนินงานของบริษัทย่อยยังอยู่ในเกณฑ์ดี
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=26151 out_tok=2618 at=2026-07-26T07:34:40 -->
# TCAP กำไร Q2/66 พุ่ง 19.5% รับแรงหนุนจากบริษัทร่วมและดอกเบี้ยขาขึ้น
## รายได้ดอกเบี้ยสุทธิและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน คือปัจจัยหลักที่ผลักดันผลประกอบการ TCAP ในไตรมาส 2/66
บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทฯ อยู่ที่ 1,777 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 198 ล้านบาท หรือ 12.54% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 548 ล้านบาท หรือ 19.52% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ปรับตัวดีขึ้นจากการเติบโตของสินเชื่อและอัตราดอกเบี้ยในตลาด รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นตามผลการดำเนินงานของบริษัทเหล่านั้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรของ TCAP ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ** และ **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยกำไรสุทธิส่วนของบริษัทฯ อยู่ที่ 1,777 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.52% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ:** ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 มีจำนวน 1,682 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.36% จากงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินให้สินเชื่อของบริษัทย่อย (เช่น ราชธานีลิสซิ่ง และ ธนชาต พลัส) ประกอบกับการปรับตัวขึ้นของอัตราดอกเบี้ยในตลาด ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้สินเชื่อและเงินลงทุนปรับเพิ่มขึ้น แม้ว่าต้นทุนดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นตามอัตราดอกเบี้ยตลาดและปริมาณตราสารหนี้ที่ออกเพื่อรองรับการเติบโต
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม:** มีจำนวน 2,253 ล้านบาท ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า (เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลขเปรียบเทียบ 6 เดือนแรกปี 65 ในส่วนนี้ แต่ระบุว่าเพิ่มขึ้นตามผลการดำเนินงานของบริษัทรวมที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะธนาคารทหารไทยธนชาต (ttb) ที่มีผลการดำเนินงานปรับตัวเพิ่มขึ้น 33.6%) ซึ่งสะท้อนถึงผลประกอบการที่ดีของบริษัทที่ TCAP ถือหุ้นอยู่
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ เนื่องจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยยังคงมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นตามมติคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เพื่อสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ซึ่งจะส่งผลดีต่อ NIM ของกลุ่มธุรกิจการเงิน อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมนั้นจะขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของบริษัทเหล่านั้นเป็นหลัก ซึ่งจากข้อมูลในเอกสารระบุว่าผลการดำเนินงานของบริษัทร่วมปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ttb ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่อาจส่งผลต่อเนื่องได้ แต่ก็ต้องจับตาภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความเสี่ยงและหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพสินเชื่อในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนของบริษัทฯ เติบโต 19.52% YoY** ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 3,356 ล้านบาท
* **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 15.36% YoY** ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 เป็น 1,682 ล้านบาท จากการเติบโตของสินเชื่อและอัตราดอกเบี้ยตลาด
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยเฉพาะจาก ttb ซึ่งมีผลการดำเนินงานดีขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น 74.59% YoY** ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 เป็น 316 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อด้อยคุณภาพของบริษัทย่อย
* **มูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์เฉลี่ยต่อวันลดลง** ส่งผลให้รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจหลักทรัพย์ปรับตัวลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิรวม 1,973 ล้านบาท โดยกำไรสุทธิส่วนของบริษัทฯ อยู่ที่ 1,777 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.54% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 19.52% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) โดยมีกำไรต่อหุ้น (EPS) อยู่ที่ 1.69 บาท
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิรวม 3,760 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนของบริษัทฯ อยู่ที่ 3,356 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.52% YoY โดยมี EPS อยู่ที่ 3.20 บาท
## โอกาส
* **การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย:** เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ดอกเบี้ยสุทธิของกลุ่มธุรกิจการเงิน
* **การเติบโตของสินเชื่อ:** จากบริษัทย่อย เช่น ราชธานีลิสซิ่ง และ ธนชาต พลัส
* **ผลการดำเนินงานที่ดีของบริษัทร่วม:** โดยเฉพาะ ttb ที่มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **การบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์:** แม้จะมีสินเชื่อด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้น แต่บริษัทมีการติดตามและบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทย
* **ปัญหาหนี้ครัวเรือนระดับสูง:** อาจส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้ารายย่อย
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น:** จากการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อด้อยคุณภาพของบริษัทย่อย
* **ปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ลดลง:** ส่งผลกระทบต่อรายได้ค่าธรรมเนียมของบริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบาย:** และผลกระทบต่อ NIM ของกลุ่ม
* **คุณภาพสินทรัพย์:** โดยเฉพาะสินเชื่อด้อยคุณภาพที่อาจเพิ่มขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจ
* **ผลการดำเนินงานของบริษัทร่วม:** โดยเฉพาะ ttb และแนวโน้มการเติบโต
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร
* **ภาวะตลาดทุน:** และผลกระทบต่อธุรกิจหลักทรัพย์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
* **NIM (Net Interest Margin):** ได้รับแรงหนุนจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยในตลาด และการเติบโตของสินเชื่อจากบริษัทย่อย
* **NII (Net Interest Income):** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการขยายตัวของสินเชื่อและการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย
* **Non-NII (Non-Interest Income):** มีการปรับตัวลดลงในส่วนของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ จากธุรกิจหลักทรัพย์ที่ปริมาณการซื้อขายลดลง แต่ได้รับการชดเชยจากรายได้จากการดำเนินงานอื่น ๆ ที่เพิ่มขึ้น เช่น รายได้จากการรับประกันภัย และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน
* **NPL (Non-Performing Loan):** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข NPL โดยตรง แต่กล่าวถึง "การเพิ่มขึ้นของสินเชื่อที่มีการด้อยคุณภาพของบริษัท ย่อย" ซึ่งส่งผลให้ค่าใช้จ่ายผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น
* **Coverage Ratio:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Coverage Ratio โดยตรง
* **Credit Cost:** ค่าใช้จ่ายผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น 74.59% YoY ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 เป็น 316 ล้านบาท
* **สัดส่วนสินเชื่อ:** สินเชื่อของบริษัทย่อย เช่น ราชธานีลิสซิ่ง และ ธนชาต พลัส มีการเติบโต
* **เงินฝาก:** เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับเงินฝากโดยตรง แต่กล่าวถึงการบริหารสภาพคล่อง
* **CASA:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล CASA
* **CAR/Basel:** สำหรับบริษัท ธนชาตประกันภัย มีอัตราเงินกองทุนอยู่ที่ 537.22% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ คปภ. กำหนด
* **รายได้ค่าธรรมเนียม:** ลดลงในส่วนของธุรกิจหลักทรัพย์ แต่มีรายได้อื่น ๆ ที่เพิ่มขึ้น
* **กำไรพิเศษครั้งเดียว:** ไม่พบรายการกำไรพิเศษครั้งเดียวที่สำคัญในงวดนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2566 อยู่ที่ 161,082 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.54% จากสิ้นปี 2565
* **หนี้สินรวม:** ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2566 อยู่ที่ 87,241 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.17% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่มาจากการออกและเสนอขายหุ้นกู้เพื่อรองรับการเติบโต
* **ส่วนของเจ้าของรวม:** ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2566 อยู่ที่ 73,841 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.81% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากกำไรจากการดำเนินงาน
* **D/E Ratio:** อยู่ที่ 1.18 เท่า ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2566 (ข้อมูลจากตารางสรุป)
* **เงินสด:** เงินสดและรายการระหว่างธนาคารและตลาดเงินสุทธิ – เงินฝากสถาบันการเงิน ลดลง 24.15% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากการบริหารสภาพคล่อง
## สรุปท้าย
TCAP โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 ที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทฯ เติบโต 19.52% YoY เป็นผลจากการบริหารจัดการที่ดีทั้งในส่วนของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้นจากการเติบโตของสินเชื่อและอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและหนี้ครัวเรือนที่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบต่อคุณภาพสินเชื่อในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TCAP ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
5,262.89
ล้านบาท
↓ 4.3% YoY
กำไรขั้นต้น
12,203.75
ล้านบาท
↓ 13.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
231.88
%
กำไรสุทธิ
2,288.86
ล้านบาท
↑ 33.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
43.49
%
D/E Ratio
0.80
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
5,263
↓ -4.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
12,204
↓ -13.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,289
↑ + 33.2%
YoY
D/E Ratio
0.80
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TCAP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.80
ROE (%)
10.00
ROA (%)
6.73
Book Value/หุ้น
78.84
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TCAP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-6,723
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4,475
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TCAP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-6,723.07
-833.51%
|
916.56
+21.67%
|
753.31
-94.07%
|
12,714.04
-1,582.65%
|
-857.52
-104.49%
|
19,112.42
+70.07%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
4,475.43
-2,447.70%
|
-190.63
-106.73%
|
2,832.44
-222.86%
|
-2,305.46
-70.72%
|
-7,873.54
-170.02%
|
11,245.43
-193.70%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,234.51
-165.11%
|
-3,431.80
-4.41%
|
-3,590.31
-65.53%
|
-10,415.35
-219.39%
|
8,723.49
-135.55%
|
-24,537.86
-3,342.57%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|