SSPF
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SSPF
กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ศาลาแอทสาทร
SET · กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
3.10
0.10 (3.13%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 2 ปี 2564

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11373 out_tok=2593 at=2026-07-27T12:54:19 --> # SSPF กำไรสุทธิปี 2563 ชะลอตัวเล็กน้อย รับผลกระทบดอกเบี้ยลด-COVID-19 ## รายได้ดอกเบี้ยทรงตัว แต่ค่าธรรมเนียมหด เหตุปัจจัยลบระยะสั้น ฝ่ายจัดการมั่นใจปี 2564 ฟื้นตัว ด้วยผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการปรับลดเพดานอัตราดอกเบี้ยตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการของบริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC ในปี 2563 มีกำไรสุทธิ 5,332 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้รายได้ดอกเบี้ยจะยังคงเติบโตได้ แต่รายได้ค่าธรรมเนียมกลับปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการยังคงมองว่าพอร์ตลูกหนี้มีคุณภาพดี และมั่นใจว่าผลการดำเนินงานในปี 2564 จะสามารถเติบโตได้ดีกว่าปีที่ผ่านมา ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ KTC ในปี 2563 คือ **ผลกระทบจากการปรับลดเพดานอัตราดอกเบี้ย** ตามประกาศของ ธปท. ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563 และส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทเต็มไตรมาสในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ประกอบกับ **การชะลอตัวของปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตร** อันเนื่องมาจากสถานการณ์โควิด-19 แม้ว่าบริษัทจะสามารถควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ได้ดี และมีกำไรก่อนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นใกล้เคียงปีก่อน แต่กำไรสุทธิโดยรวมปรับลดลงเล็กน้อยจาก 5,524 ล้านบาทในปี 2562 เป็น 5,332 ล้านบาทในปี 2563 ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การปรับลดเพดานอัตราดอกเบี้ยส่งผลโดยตรงต่อ **รายได้ดอกเบี้ย** ของบริษัท ซึ่งแม้จะยังเติบโตได้ 4.1% (yoy) แต่เป็นการชะลอตัวลงจากงวดเก้าเดือนที่เคยเติบโตถึง 7.3% (yoy) โดยเฉพาะในไตรมาสที่สี่ที่รายได้ดอกเบี้ยลดลงไปบ้าง นอกจากนี้ **รายได้ค่าธรรมเนียม** (ไม่รวมค่าธรรมเนียมในการใช้วงเงิน) ยังลดลงถึง -11.0% (yoy) เนื่องจากรายได้ค่าธรรมเนียม Interchange Fee, ค่าธรรมเนียมเบิกถอนเงินสด และค่าธรรมเนียมธุรกิจร้านค้าลดลง ซึ่งสอดคล้องกับปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรที่ลดลง -7.7% (yoy) แม้ว่าบริษัทจะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารได้ดีขึ้น (-6.0% yoy) และมีหนี้สูญได้รับคืนในระดับที่น่าพอใจ แต่ผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงก็มีน้ำหนักมากกว่า ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่องในระยะสั้น แต่คาดว่าจะฟื้นตัวในปี 2564** ฝ่ายจัดการระบุว่าผลกระทบจากการลดเพดานอัตราดอกเบี้ยจะมีผลต่อรายได้ในช่วง 5 เดือนสุดท้ายของปี 2563 และส่งผลต่อรายได้ดอกเบี้ยในไตรมาสที่สี่ อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ปรับกลยุทธ์และสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงการเน้นการคัดกรองลูกค้าและการบริหารความเสี่ยงหนี้สินอย่างเข้มงวด นอกจากนี้ แผนงานในปี 2564 ยังมุ่งเน้นการเติบโตทั้งปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรและพอร์ตลูกหนี้ โดยเฉพาะธุรกิจสินเชื่อมีหลักประกัน "เคทีซีพี่เบิ้ม" ที่ตั้งเป้าหมายสินเชื่อเติบโต 1,000 ล้านบาท และการศึกษาธุรกิจระบบการชำระเงินใหม่ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้บ่งชี้ถึงความพยายามในการสร้างการเติบโตและชดเชยผลกระทบจากปัจจัยลบที่เกิดขึ้น ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิปี 2563 อยู่ที่ 5,332 ล้านบาท** ลดลงเล็กน้อยจาก 5,524 ล้านบาทในปี 2562 * **รายได้รวมปี 2563 เท่ากับ 22,056 ล้านบาท** ลดลง -2.5% (yoy) โดยรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 4.1% แต่รายได้ค่าธรรมเนียมลดลง -11.0% * **ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรลดลง -7.7% (yoy)** แต่ยังดีกว่าอุตสาหกรรมที่ -13.1% โดย KTC มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 12.0% * **พอร์ตลูกหนี้รวมเติบโต 4.3%** สู่ระดับ 90,149 ล้านบาท โดยลูกหนี้บัตรเครดิต 60,235 ล้านบาท และสินเชื่อบุคคล 29,915 ล้านบาท * **NPL รวมอยู่ที่ 1.8%** ลดลงจาก 1.9% ในไตรมาส 3/2563 และ NPL Coverage Ratio เพิ่มเป็น 460.4% * **Cost to Income Ratio อยู่ที่ 32.9%** ลดลงจาก 34.1% (yoy) ## ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 2563 บริษัทมีกำไรสุทธิ 5,332 ล้านบาท ลดลง 3.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีกำไรก่อนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 13,262 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อน รายได้รวมอยู่ที่ 22,056 ล้านบาท ลดลง 2.5% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 4.1% แต่ถูกหักล้างด้วยรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลงถึง 11.0% ต้นทุนทางการเงินลดลงเล็กน้อย 2% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 6.0% อย่างไรก็ตาม ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น 2.7% เป็น 6,605 ล้านบาท ## โอกาส * **การเติบโตของพอร์ตลูกหนี้:** บริษัทตั้งเป้าหมายให้พอร์ตลูกหนี้รวมมีการเติบโตในปี 2564 โดยเฉพาะธุรกิจสินเชื่อมีหลักประกัน "เคทีซีพี่เบิ้ม" ที่คาดว่าจะเติบโต 1,000 ล้านบาท * **การปรับกลยุทธ์ธุรกิจ:** การเน้นส่งเสริมการตลาดออนไลน์มากขึ้นสำหรับธุรกิจบัตรเครดิต และการพัฒนาฟังก์ชัน "รูด โอน กด ผ่อน" สำหรับสินเชื่อบุคคล * **ธุรกิจใหม่ด้านระบบการชำระเงิน:** อยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อสร้างโอกาสการเติบโตในระยะยาว * **การรักษาฐานสมาชิก:** การส่งเสริมการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์เพื่อสร้างความผูกพันกับสมาชิกปัจจุบัน ## ความเสี่ยง * **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ:** การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ และผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยที่ยังคงมีความไม่แน่นอน * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคล * **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายของ ธปท. ที่อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และต้นทุนทางการเงิน * **คุณภาพสินทรัพย์:** แม้ปัจจุบัน NPL จะอยู่ในระดับต่ำ แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังคุณภาพสินทรัพย์อย่างใกล้ชิด ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **การฟื้นตัวของปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตร:** การกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการบริโภคภาคเอกชน * **ผลการดำเนินงานของสินเชื่อ "เคทีซีพี่เบิ้ม":** ความสามารถในการขยายตลาดและสร้างรายได้ตามเป้าหมาย * **ความคืบหน้าในการศึกษาธุรกิจระบบการชำระเงิน:** ศักยภาพในการสร้างรายได้ใหม่ให้กับบริษัท * **การบริหารจัดการหนี้เสีย:** การควบคุม NPL และการตั้งสำรองหนี้สูญให้มีประสิทธิภาพ * **การปรับตัวต่อมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้:** การบริหารจัดการลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: การเงินและธนาคาร) * **รายได้ดอกเบี้ย:** แม้จะได้รับผลกระทบจากการลดเพดานดอกเบี้ย แต่รายได้ดอกเบี้ยรวมยังเติบโต 4.1% โดยรายได้จากบัตรเครดิตเพิ่ม 6% และสินเชื่อบุคคลเพิ่ม 3% สะท้อนการบริหารจัดการพอร์ตที่ดี * **รายได้ค่าธรรมเนียม:** ลดลง 11.0% โดยเฉพาะ Interchange Fee และค่าธรรมเนียมธุรกิจร้านค้า ซึ่งสอดคล้องกับการใช้จ่ายที่ลดลง * **NPL และการตั้งสำรอง:** NPL รวมลดลงมาอยู่ที่ 1.8% และ NPL Coverage Ratio เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็น 460.4% แสดงถึงการบริหารจัดการคุณภาพหนี้ที่ดีเยี่ยม * **ต้นทุนทางการเงิน:** มีการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีต้นทุนเงินทุนเฉลี่ย 2.67% และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) อยู่ที่ 14.66% * **Cost to Income Ratio:** ลดลงมาอยู่ที่ 32.9% สะท้อนการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ดี ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นปี 2563 สินทรัพย์รวมของบริษัทอยู่ที่ 88,403 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยมีเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้และดอกเบี้ยค้างรับสุทธิคิดเป็น 94% ของสินทรัพย์รวม บริษัทมีเงินกู้ยืมรวม 57,439 ล้านบาท โครงสร้างแหล่งเงินทุนมาจากทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยมีหุ้นกู้เป็นสัดส่วนหลักในระยะยาว อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2.87 เท่า ซึ่งต่ำกว่าภาระผูกพันที่กำหนดไว้ที่ 10 เท่า ## สรุปท้าย หัวใจหลักของผลประกอบการ KTC ในปี 2563 คือผลกระทบจากการปรับลดเพดานอัตราดอกเบี้ยและภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากโควิด-19 ซึ่งส่งผลให้รายได้ค่าธรรมเนียมลดลงและรายได้ดอกเบี้ยเติบโตชะลอลง อย่างไรก็ตาม บริษัทได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ โดย NPL อยู่ในระดับต่ำและ NPL Coverage Ratio สูง ขณะที่การควบคุมค่าใช้จ่ายและการบริหารต้นทุนทางการเงินยังคงมีประสิทธิภาพ แม้จะเผชิญความท้าทาย ฝ่ายจัดการยังคงมองเห็นโอกาสในการเติบโตในปี 2564 จากการปรับกลยุทธ์ธุรกิจ การขยายสินเชื่อมีหลักประกัน และการศึกษาธุรกิจใหม่ ซึ่งต้องจับตาการดำเนินการตามแผนงานเหล่านี้เพื่อขับเคลื่อนผลประกอบการให้กลับมาเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SSPF ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
45.82 ล้านบาท
↑ 7.3% YoY
กำไรขั้นต้น
29.06 ล้านบาท
↑ 27.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
63.42 %
กำไรสุทธิ
20.45 ล้านบาท
↑ 43.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
44.63 %
D/E Ratio
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
46
↑ + 7.3% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
29
↑ + 27.5% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
20
↑ + 43.5% YoY
D/E Ratio

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SSPF

ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
11.04

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SSPF

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2562
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์
1,877.17
-0.76%
1,882.88
+0.12%
1,880.56
-2.51%
1,948.17
+0.90%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สิน
13.22
-33.54%
20.05
+21.71%
16.47
-51.16%
42.22
-3.26%
รวมส่วนของเจ้าของ
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SSPF

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2562
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-0.58
8.11
-78.55%
37.81
79.77
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
0.00
0.00
0.00
0.00
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
0.00
0.00
0.00
-76.20
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-0.58
8.11
-78.55%
37.81
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
80.08
+8.88%
67.93
+187.11%
23.66
-71.36%
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
63.62
-20.55%
73.55
+8.27%
67.93
+187.17%
0.00