บริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
8.50
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นโดยส่วนใหญ่เกิดจากกลุ่มงาน OEM เพิ่มขึ้น 5,515 ล้านบาท เนื่องจาก
1) คําสั่งซื้อเครื่องปรับอากาศและโทรทัศน์เพิ่มขึ้น
2) การปรับราคาขาย ผลิตภัณฑ์ตู้เก็บเครื่องมือให้มีความเหมาะสมกับโครงสร้างต้นทุน
3) คําสั่งซื้อฮีทปั้มสําหรับเครื่องทําน้ําร้อน เพิ่มขึ้น
4) เงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับปีก่อน
และส่วนงาน EA PART รายได้เพิ่มขึ้น 846 ล้านบาท เกิดจากการปรับราคาขายเพิ่มขึ้นตามราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น และจากยอดขายชิ้นส่วนเครื่องปรับอากาศและเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8737 out_tok=2725 at=2026-07-26T04:54:20 -->
# SNC กำไรสุทธิปี 65 โต 17.8% รับธุรกิจโรงพยาบาลฟื้น-บริหารต้นทุนดี
## รายได้รวม 2.86 หมื่นล้านบาท เพิ่ม 0.7% ขณะที่กำไรสุทธิพุ่ง 17.8% จากการดำเนินงานโรงพยาบาลที่เติบโตอย่างมีนัยยะ และการบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ
บริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SNC รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้รวม 28,640 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% จากปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 2,772 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.8% การเติบโตดังกล่าวเป็นผลมาจากการฟื้นตัวอย่างมีนัยยะของธุรกิจโรงพยาบาล ประกอบกับการส่งมอบโครงการอสังหาริมทรัพย์ได้ตามแผน และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่ลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SNC ในปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างโดดเด่นของธุรกิจโรงพยาบาล ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพในทุกภาคส่วน** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตได้ถึง 17.8% ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงเปราะบาง
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **ธุรกิจโรงพยาบาลเติบโตอย่างก้าวกระโดด:** รายได้จากกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นถึง 348.3% จาก 270 ล้านบาทในปี 2564 เป็น 1,211 ล้านบาทในปี 2565 การเติบโตนี้มาจากการรับรู้รายได้เต็มปีหลังเปิดดำเนินการในปี 2564 ประกอบกับการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะของจำนวนผู้ป่วยนอก (เพิ่มขึ้น 3.3 เท่า) และผู้ป่วยใน (เพิ่มขึ้น 6.5 เท่า) นอกจากนี้ การรวมงบการเงินของโรงพยาบาลเทพธารินทร์เข้ามาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2565 ยังช่วยเสริมรายได้และผลการดำเนินงานให้แข็งแกร่งขึ้น การที่ต้นทุนกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นในอัตราที่น้อยกว่ารายได้ (170.8% เทียบกับ 348.3%) สะท้อนถึงการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ที่ดีขึ้น
2. **การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ:**
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** แม้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์สุทธิจะลดลง 3.0% แต่บริษัทฯ สามารถบริหารต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ให้ลดลง 6.9% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวดีขึ้นจาก 28.9% เป็น 31.5% ปัจจัยสนับสนุนมาจากความสามารถในการส่งมอบโครงการคอนโด 7 โครงการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการระดับกลางถึงบนที่มีอัตรากำไรดี รวมถึงการนำหลัก Value Engineering มาใช้ในการปรับปรุงวัสดุก่อสร้างและกระบวนการทำงาน เช่น การใช้แผ่นพื้นคอนกรีตสำเร็จรูปชนิดมีรูกลวง การออกแบบ Ground Beam และ Cement Jointing แบบใหม่ และการนำเทคโนโลยี Blockchain มาช่วยลดค่าขนส่งและชั่วโมงการทำงาน
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ต้นทุนทางการเงินลดลง 22.3% จาก 550 ล้านบาท เป็น 427 ล้านบาท เนื่องจากการลดลงของภาระหนี้หุ้นกู้และการบริหารจัดการอัตราดอกเบี้ยผ่านสัญญาแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจโรงพยาบาลที่ยังคงมีแผนขยายการลงทุน โดยในปี 2566 บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้รวม 30,000 ล้านบาท และจะเปิด Wellness Center เพิ่ม 3 แห่ง และเตรียมขยายโรงพยาบาลอีก 1 แห่ง นอกจากนี้ การบริหารจัดการต้นทุนยังคงเป็นกลยุทธ์หลัก โดยตั้งเป้าคงอัตรากำไรขั้นต้นมากกว่า 30% การลงทุนเชิงกลยุทธ์ในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องเพื่อสร้างรายได้ประจำก็เป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 เติบโต 17.8%:** อยู่ที่ 2,772 ล้านบาท จาก 2,353 ล้านบาทในปี 2564
* **รายได้รวมปี 2565 เพิ่มขึ้น 0.7%:** อยู่ที่ 28,640 ล้านบาท จาก 28,430 ล้านบาทในปี 2564
* **ธุรกิจโรงพยาบาลเติบโตโดดเด่น:** รายได้เพิ่มขึ้น 348.3% จากการรับรู้รายได้เต็มปีและจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะ
* **อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น:** อยู่ที่ 31.5% จาก 28.9% หนุนโดยโครงการคอนโดกำไรดีและ Value Engineering
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 22.3%:** จากการบริหารจัดการหนี้สินและอัตราดอกเบี้ย
* **ยอดขาย (Presales) ลดลง 33.1%:** อยู่ที่ 17,014 ล้านบาท จาก 25,428 ล้านบาท โดยเฉพาะกลุ่มทาวน์เฮาส์และคอนโด
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 28,640 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% จากปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 27,191 ล้านบาท ลดลง 3.0% แต่รายได้จากกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะถึง 348.3% เป็น 1,211 ล้านบาท และรายได้อื่น 238 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 99.7%
ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 6.9% ตามรายได้ ขณะที่ต้นทุนกิจการโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 170.8% ตามการขยายตัวของรายได้
กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 8,939 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.2% คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 31.5% เพิ่มขึ้นจาก 28.9% ในปีก่อน
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 8.9% เป็น 5,177 ล้านบาท ต้นทุนทางการเงินลดลง 22.3% เป็น 427 ล้านบาท
ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 15.9% เป็น 3,603 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 17.8% เป็น 2,772 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจโรงพยาบาล:** แผนเปิด Wellness Center เพิ่ม 3 แห่ง และขยายโรงพยาบาลอีก 1 แห่งในปี 2566
* **การเปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่:** ตั้งเป้าเปิด 23 โครงการ มูลค่ากว่า 23,500 ล้านบาท เน้นตลาดกลางถึงสูงและกลุ่มลูกค้าพรีเมียม
* **การลงทุนเชิงกลยุทธ์:** เพื่อสร้างรายได้ประจำและสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจในระยะยาว
* **การขยายระบบนิเวศ:** ผ่านเครือข่ายคลินิก ศูนย์เวลเนส บริการดูแลสุขภาพถึงบ้าน Telemedicine และ ViMUT Life Link
* **การออกแบบบ้านเพื่อความยั่งยืน:** การใช้พลังงานสะอาด การระบายอากาศธรรมชาติ และพื้นที่สีเขียว
## ความเสี่ยง
* **สภาวะเศรษฐกิจเปราะบาง:** กำลังซื้อประชาชนยังคงได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
* **การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์:** โดยเฉพาะในกลุ่มตลาดกลางถึงล่างที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจ
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก:** เช่น ปัญหาอุปทานคอขวด นโยบายควบคุมโควิดของจีน และสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาวัตถุดิบและต้นทุน
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการเงิน:** ของรัฐบาลในหลายประเทศเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ อาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินและการลงทุน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ยอดขาย (Presales) ในปี 2566:** การเปิดตัวโครงการใหม่ 23 โครงการจะสามารถสร้างยอดขายได้ตามเป้าหมาย 30,000 ล้านบาทหรือไม่
* **การเติบโตของธุรกิจโรงพยาบาล:** การขยายสาขาและบริการใหม่จะสามารถสร้างรายได้และกำไรได้ตามที่คาดหวังหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะราคาวัตถุดิบก่อสร้างและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของธุรกิจโรงพยาบาล
* **อัตราดอกเบี้ย:** ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและต้นทุนทางการเงินของบริษัท
* **การลงทุนเชิงกลยุทธ์:** ความคืบหน้าและผลตอบแทนจากการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
เอกสารที่ได้รับเป็นข้อมูลของบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีธุรกิจหลักคืออสังหาริมทรัพย์และโรงพยาบาล ไม่ใช่บริษัท SNC (บริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ จำกัด (มหาชน)) ซึ่งดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ดังนั้น จึงไม่สามารถวิเคราะห์ตามจุดโฟกัสเฉพาะ sector สินค้าอุตสาหกรรม (utilization, order book, ราคาวัตถุดิบ, GPM, ส่งออก, ค่าเงิน, สินค้าคงคลัง) ได้จากเอกสารนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 68,656 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน โดยมีอสังหาริมทรัพย์พัฒนาเพื่อขาย 48,722 ล้านบาท ลดลงจาก 56,756 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 23,078 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยยะจาก 27,979 ล้านบาทในปีก่อน โดยหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยลดลงจากการชำระคืนหุ้นกู้และเงินกู้ยืมสถาบันการเงินจำนวน 5,356 ล้านบาท ทำให้หนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้นลดลงจาก 0.65 เท่า เป็น 0.52 เท่า และหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 0.36 เท่า เป็น 0.22 เท่า
กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากการดำเนินงาน 12,194 ล้านบาท ใช้ไปในกิจกรรมการลงทุน 3,545 ล้านบาท และใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 8,120 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการชำระคืนหุ้นกู้และจ่ายเงินปันผล
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของบริษัทฯ ในปี 2565 คือการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงพยาบาล ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโต 17.8% แม้ว่ายอดขายอสังหาริมทรัพย์จะชะลอตัวลงก็ตาม บริษัทฯ มีแผนการเติบโตที่ชัดเจนในปี 2566 โดยเน้นการขยายธุรกิจโรงพยาบาลและเปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ที่ตอบโจทย์ตลาดกลางถึงบน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงเปราะบางและการแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์อย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SNC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
2,664.59
ล้านบาท
↑ 51.5% YoY
กำไรขั้นต้น
238.54
ล้านบาท
↑ 32.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.95
%
กำไรสุทธิ
30.33
ล้านบาท
↓ 151.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.14
%
D/E Ratio
1.32
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,665
↑ + 51.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
239
↑ + 32.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
30
↓ -151.3%
YoY
D/E Ratio
1.32
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SNC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.32
ROE (%)
9.49
ROA (%)
5.97
Book Value/หุ้น
15.28
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SNC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-219
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-600
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SNC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-219.35
-170.67%
|
310.39
-127.71%
|
-1,120.06
-32.54%
|
-1,660.36
-31,309.77%
|
5.32
-99.14%
|
618.45
+29.69%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-600.12
-285.44%
|
323.62
-80.21%
|
1,635.48
+142.97%
|
673.11
+50.98%
|
445.82
-139.46%
|
-1,129.66
-1,242.46%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
767.07
-173.19%
|
-1,048.12
-196.76%
|
1,083.19
+35.52%
|
799.29
-345.25%
|
-325.91
-135.88%
|
908.29
-246.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-135.43
-69.88%
|
-449.69
-129.21%
|
1,539.75
-482.90%
|
-402.13
-462.12%
|
111.05
-72.12%
|
398.26
-1,029.21%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,094.29
+0.06%
|
1,093.66
-56.75%
|
2,528.77
+8.55%
|
2,329.56
+88.62%
|
1,235.03
+47.59%
|
836.77
-4.87%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
708.73
-35.23%
|
1,094.29
+0.06%
|
1,093.66
-56.75%
|
2,528.77
+8.55%
|
2,329.56
+88.62%
|
1,235.03
+47.59%
|