SNC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SNC
บริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
8.50
+0.00 (+0.00%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นโดยส่วนใหญ่เกิดจากกลุ่มงาน OEM เพิ่มขึ้น 5,515 ล้านบาท เนื่องจาก 1) คําสั่งซื้อเครื่องปรับอากาศและโทรทัศน์เพิ่มขึ้น 2) การปรับราคาขาย ผลิตภัณฑ์ตู้เก็บเครื่องมือให้มีความเหมาะสมกับโครงสร้างต้นทุน 3) คําสั่งซื้อฮีทปั้มสําหรับเครื่องทําน้ําร้อน เพิ่มขึ้น 4) เงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับปีก่อน และส่วนงาน EA PART รายได้เพิ่มขึ้น 846 ล้านบาท เกิดจากการปรับราคาขายเพิ่มขึ้นตามราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น และจากยอดขายชิ้นส่วนเครื่องปรับอากาศและเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3590 out_tok=2543 at=2026-07-26T05:34:00 --> # SNC Q3/2565 กำไรสุทธิหด 52% สวนทางรายได้กลุ่ม AUTO-EA PART หนุน ## รายได้รวมวูบ 12% แต่กลุ่ม AUTO-EA PART เติบโตสวนทาง ขณะที่ OEM ชะลอรับมือสต็อกลูกค้า บริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SNC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 65 ล้านบาท ลดลง 52% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะปรับตัวลดลง 12% จากผลกระทบของกลุ่ม OEM ที่ชะลอการรับคำสั่งซื้อ แต่กลุ่ม AUTO และ EA PART สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นได้ โดยมีปัจจัยหลักจากคำสั่งซื้อรถยนต์รุ่นใหม่และการปรับราคาขายตามต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ SNC ในไตรมาส 3 ปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **การลดลงอย่างมากของรายได้ในกลุ่ม OEM ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจหลัก** ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ แม้ว่ากลุ่ม AUTO และ EA PART จะมีรายได้เติบโตขึ้นก็ตาม ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักของผลประกอบการที่เปลี่ยนแปลงไปในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การหดตัวของรายได้ในกลุ่ม OEM ถึง 465 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนที่มากเมื่อเทียบกับรายได้รวม** ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานของกลุ่มนี้ลดลง 45 ล้านบาท แม้ว่ากลุ่ม AUTO จะมีรายได้เพิ่มขึ้น 50 ล้านบาท และกลุ่ม EA PART มีรายได้เพิ่มขึ้น 66 ล้านบาท แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากกลุ่ม OEM ได้ทั้งหมด นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 15 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้น 9 ล้านบาท ก็เป็นปัจจัยกดดันกำไรสุทธิให้ลดลงจาก 135 ล้านบาทในปีก่อน เหลือ 65 ล้านบาทในปีนี้ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า **การชะลอการรับคำสั่งซื้อโทรทัศน์ในกลุ่ม OEM เป็นไปเพื่อเร่งให้ลูกค้าระบายสินค้าคงค้างในกลุ่มเครื่องปรับอากาศก่อน** ซึ่งเป็นกลยุทธ์ในการบริหารจัดการสต็อกสินค้าของลูกค้าในช่วงนอกฤดูการผลิต (Low season) ของกลุ่ม OEM ตามปกติของไตรมาส 3 ในขณะเดียวกัน การลงทุนขยายกำลังการผลิตเครื่องปรับอากาศจาก 2 ล้านเครื่องต่อปี เป็น 3 ล้านเครื่องต่อปี ส่งผลให้มีต้นทุนคงที่เพิ่มขึ้น ซึ่งกระทบต่อกำไรจากการดำเนินงานของกลุ่ม OEM นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของรายได้ในกลุ่ม AUTO มาจากการเริ่มผลิตสินค้ารถยนต์รุ่นใหม่ และในกลุ่ม EA PART มาจากการปรับราคาขายเพิ่มขึ้นตามราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นและยอดขายชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสเป็นลักษณะครั้งคราว** โดยมีปัจจัยสนับสนุนคือ การชะลอรับคำสั่งซื้อในกลุ่ม OEM เป็นกลยุทธ์ที่ฝ่ายจัดการดำเนินการเพื่อบริหารจัดการสต็อกสินค้าของลูกค้า ซึ่งคาดว่าเมื่อสถานการณ์สต็อกสินค้าของลูกค้าคลี่คลายลง การรับคำสั่งซื้อจะกลับมาเป็นปกติ อย่างไรก็ตาม การลงทุนขยายกำลังการผลิตเครื่องปรับอากาศที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนคงที่ในระยะสั้น แต่ในระยะยาวคาดว่าจะช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตและรายได้เมื่อความต้องการกลับมา ส่วนกลุ่ม AUTO ที่เริ่มผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ และกลุ่ม EA PART ที่ได้อานิสงส์จากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น อาจมีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่อง ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและคำสั่งซื้อในอนาคต ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิลดลง 52% YoY:** จาก 135 ล้านบาท เป็น 65 ล้านบาท * **รายได้รวมหดตัว 12% YoY:** จาก 2,982 ล้านบาท เป็น 2,633 ล้านบาท * **กลุ่ม OEM ชะลอตัวหนัก:** รายได้ลดลง 465 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ ชะลอรับคำสั่งซื้อโทรทัศน์เพื่อช่วยลูกค้าเร่งระบายสต็อกเครื่องปรับอากาศ * **กลุ่ม AUTO และ EA PART เติบโต:** รายได้เพิ่มขึ้น 50 ล้านบาท และ 66 ล้านบาท ตามลำดับ จากการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่และการปรับราคาขายตามต้นทุนวัตถุดิบ * **ต้นทุนทางการเงินและภาษีเพิ่มขึ้น:** ส่งผลกดดันกำไรสุทธิเพิ่มเติม ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 2,633 ล้านบาท ลดลง 12% เมื่อเทียบกับ 2,982 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2564 กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 114 ล้านบาท ลดลงจาก 167 ล้านบาทในปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไรจากการดำเนินงานที่ 4% ลดลงจาก 6% ในปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 65 ล้านบาท ลดลง 52% จาก 135 ล้านบาทในปีก่อน หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.18 บาท เมื่อพิจารณาแยกตามกลุ่มธุรกิจ: * **กลุ่ม AUTO:** มีรายได้ 266 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50 ล้านบาท จากการเริ่มผลิตสินค้ารถยนต์รุ่นใหม่ กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 1 ล้านบาท แม้จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มจากการลงทุนระบบ automation * **กลุ่ม OEM:** มีรายได้ 1,383 ล้านบาท ลดลง 465 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ ชะลอการรับคำสั่งซื้อโทรทัศน์เพื่อช่วยลูกค้าเร่งระบายสต็อกเครื่องปรับอากาศ กำไรจากการดำเนินงานลดลง 45 ล้านบาท จากต้นทุนคงที่ที่เพิ่มขึ้นจากการขยายกำลังการผลิตเครื่องปรับอากาศ * **กลุ่ม EA PART:** มีรายได้ 984 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66 ล้านบาท จากการปรับราคาขายตามวัตถุดิบที่สูงขึ้นและยอดขายชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 2 ล้านบาท นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 15 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 9 ล้านบาท ## โอกาส * **การผลิตรถยนต์รุ่นใหม่:** การเริ่มผลิตสินค้าสำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ในกลุ่ม AUTO เป็นสัญญาณบวกต่อการเติบโตของรายได้ในกลุ่มนี้ * **การปรับราคาขายตามต้นทุนวัตถุดิบ:** การปรับราคาขายในกลุ่ม EA PART สะท้อนความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังลูกค้า ซึ่งช่วยรักษาอัตรากำไร * **การขยายกำลังการผลิตเครื่องปรับอากาศ:** แม้จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนในระยะสั้น แต่การเพิ่มกำลังการผลิตจาก 2 ล้านเป็น 3 ล้านเครื่องต่อปี จะเป็นโอกาสในการรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในอนาคตเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย * **การลงทุนในระบบ Automation:** การลงทุนในระบบ automation และ robot เพื่อปรับปรุงระบบการผลิตในกลุ่ม AUTO แม้จะเพิ่มค่าใช้จ่ายในระยะสั้น แต่คาดว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในระยะยาว ## ความเสี่ยง * **การพึ่งพากลุ่ม OEM:** การที่รายได้และกำไรของกลุ่ม OEM ซึ่งเป็นกลุ่มหลักลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แสดงถึงความเสี่ยงจากการผันผวนของคำสั่งซื้อในกลุ่มนี้ * **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูง:** แม้จะมีการปรับราคาขาย แต่ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังและบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด * **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** การกู้ยืมเพื่อการลงทุนและการเพิ่มขึ้นของเงินทุนหมุนเวียน ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น ซึ่งกระทบต่อกำไรสุทธิ * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมสินค้าอุตสาหกรรมและเครื่องใช้ไฟฟ้า อาจส่งผลต่อความสามารถในการตั้งราคาและอัตรากำไร ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มคำสั่งซื้อในกลุ่ม OEM:** การฟื้นตัวของคำสั่งซื้อโทรทัศน์และเครื่องปรับอากาศในไตรมาสถัดไป * **การบริหารจัดการสต็อกสินค้าของลูกค้า:** ความคืบหน้าในการระบายสต็อกสินค้าคงค้างของลูกค้าในกลุ่มเครื่องปรับอากาศ * **ผลตอบรับของรถยนต์รุ่นใหม่:** ประสิทธิภาพและปริมาณคำสั่งซื้อสำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ที่เริ่มผลิตในกลุ่ม AUTO * **การควบคุมต้นทุนวัตถุดิบ:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน * **ผลกระทบจากการขยายกำลังการผลิต:** การใช้ประโยชน์จากกำลังการผลิตเครื่องปรับอากาศที่เพิ่มขึ้น ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) ในไตรมาส 3 ปี 2565 กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมของ SNC แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของผลประกอบการตามกลุ่มธุรกิจ โดยกลุ่ม AUTO และ EA PART มีการเติบโตของรายได้ที่น่าสนใจ จากการเริ่มผลิตรถยนต์รุ่นใหม่และการปรับราคาขายตามต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวตามสภาวะตลาดและต้นทุน อย่างไรก็ตาม กลุ่ม OEM ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจหลัก ประสบปัญหาจากการชะลอคำสั่งซื้อ ซึ่งเป็นปัจจัยลบสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อภาพรวม ฝ่ายจัดการได้มีการลงทุนในระบบ automation และ robot เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในกลุ่ม AUTO และขยายกำลังการผลิตเครื่องปรับอากาศในกลุ่ม OEM ซึ่งเป็นการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต แม้ว่าการลงทุนเหล่านี้จะส่งผลให้มีต้นทุนคงที่และค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในระยะสั้น แต่คาดว่าจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างผลตอบแทนในระยะยาว ประเด็นด้านราคาวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อต้นทุนและราคาขาย โดยเฉพาะในกลุ่ม EA PART ที่สามารถปรับราคาขายเพิ่มขึ้นตามต้นทุนได้ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยรักษาอัตรากำไรในระดับหนึ่ง ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด (เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดในส่วนนี้) ## สรุปท้าย SNC ในไตรมาส 3 ปี 2565 เผชิญกับความท้าทายจากการชะลอตัวของกลุ่ม OEM ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจหลัก ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ากลุ่ม AUTO และ EA PART จะสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นได้จากปัจจัยเฉพาะของแต่ละกลุ่ม อย่างไรก็ตาม การลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขยายกำลังการผลิต รวมถึงการปรับตัวตามต้นทุนวัตถุดิบ เป็นสัญญาณของการเตรียมพร้อมเพื่อการเติบโตในอนาคต ซึ่งนักลงทุนควรจับตาแนวโน้มคำสั่งซื้อในกลุ่ม OEM และความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่างๆ ในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SNC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
2,664.59 ล้านบาท
↑ 51.5% YoY
กำไรขั้นต้น
238.54 ล้านบาท
↑ 32.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.95 %
กำไรสุทธิ
30.33 ล้านบาท
↓ 151.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.14 %
D/E Ratio
1.32
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,665
↑ + 51.5% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
239
↑ + 32.8% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
30
↓ -151.3% YoY
D/E Ratio
1.32

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SNC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
2,664.59
+51.48%
1,759.07
-60.88%
4,497.02
-4.49%
4,708.59
+147.77%
1,900.35
+27.52%
กำไรขั้นต้น
238.54
+32.84%
179.56
-20.50%
225.87
-20.67%
284.71
+74.71%
162.96
+23.55%
ค่าใช้จ่ายรวม
169.85
-25.03%
226.55
+163.69%
85.92
+4.74%
82.03
+11.40%
73.63
-28.36%
กำไรสุทธิ
30.33
+151.32%
-59.11
-131.09%
190.09
+0.41%
189.33
+63.52%
115.78
+204.53%
กำไรต่อหุ้น
0.08
+151.53%
-0.16
-131.05%
0.53
+0.38%
0.52
+63.44%
0.32
+204.76%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
8.95
-12.34%
10.21
+103.39%
5.02
-17.02%
6.05
-29.49%
8.58
-3.05%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
6.37
-50.54%
12.88
+574.35%
1.91
+9.77%
1.74
-55.04%
3.87
-43.91%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
1.14
+133.93%
-3.36
-179.43%
4.23
+5.22%
4.02
-33.99%
6.09
+138.82%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-6.81
-124.91%
27.34
-76.83%
117.99
+36,971.88%
-0.32
-100.04%
802.67
+51.30%
ROE(%)
-1.96
-444.44%
-0.36
-102.45%
14.70
-4.48%
15.39
+26.67%
12.15
+719.90%
ROA(%)
0.94
-29.32%
1.33
-81.55%
7.21
-4.38%
7.54
+5.16%
7.17
+662.77%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
1.84
+36.30%
1.35
-15.63%
1.60
-13.04%
1.84
+57.26%
1.17
-36.41%
P/E
8.26
-39.71%
13.70
+96.28%
6.98
-39.09%
11.46
+9.46%
10.47
+175.53%
P/BV
0.44
-31.25%
0.64
-37.86%
1.03
-26.43%
1.40
+34.62%
1.04
+15.56%
BV
13.09
-3.68%
13.59
-0.07%
13.60
+7.17%
12.69
+10.25%
11.51
+4.16%
YIELD(%)
4.39
-63.42%
12.00
+86.63%
6.43
+91.94%
3.35
-52.68%
7.08
-29.20%
ราคาหุ้น
5.70
-34.86%
8.75
-37.50%
14.00
-21.35%
17.80
+48.33%
12.00
+20.00%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.32
ROE (%)
9.49
ROA (%)
5.97
Book Value/หุ้น
15.28

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SNC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
5,499.52
-20.44%
6,912.42
+111.32%
3,271.00
-56.36%
7,494.56
-12.16%
8,532.04
+119.49%
3,887.18
+59.66%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
6,871.27
-0.92%
6,935.08
-17.71%
8,427.54
+36.75%
6,162.65
+13.81%
5,414.70
+39.46%
3,882.56
+31.07%
รวมสินทรัพย์
12,370.78
-10.66%
13,847.50
+18.37%
11,698.54
-14.34%
13,657.21
-2.08%
13,946.74
+79.50%
7,769.74
+43.97%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
5,325.23
-16.02%
6,340.88
+88.00%
3,372.77
-47.50%
6,423.87
-15.42%
7,595.11
+131.73%
3,277.55
+78.72%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
1,714.29
-34.96%
2,635.93
-21.47%
3,356.64
+70.05%
1,973.97
+36.99%
1,440.93
+57.65%
914.01
+453.39%
รวมหนี้สิน
7,039.52
-21.58%
8,976.81
+33.40%
6,729.41
-19.87%
8,397.84
-7.06%
9,036.04
+115.58%
4,191.57
+109.67%
รวมส่วนของเจ้าของ
5,331.27
+9.46%
4,870.69
-1.98%
4,969.13
-5.52%
5,259.37
+7.10%
4,910.70
+37.24%
3,578.18
+5.31%
D/E
1.32
1.84
1.35
1.60
1.84
1.17
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
9.49
-1.96
-0.36
14.70
15.39
12.15
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
5.97
0.94
1.33
7.21
7.54
7.17
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.03
1.09
0.97
1.17
1.12
1.19
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.40
0.52
0.76
0.85
0.64
0.71
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
68.69
76.63
0.00
0.00
43.39
40.51
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
113.25
70.94
0.00
0.00
61.31
43.69
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
146.27
137.34
0.00
0.00
100.25
85.07
วงจรเงินสด
35.67
10.22
0.00
0.00
4.44
-0.86
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-219
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-600
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SNC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-219.35
-170.67%
310.39
-127.71%
-1,120.06
-32.54%
-1,660.36
-31,309.77%
5.32
-99.14%
618.45
+29.69%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-600.12
-285.44%
323.62
-80.21%
1,635.48
+142.97%
673.11
+50.98%
445.82
-139.46%
-1,129.66
-1,242.46%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
767.07
-173.19%
-1,048.12
-196.76%
1,083.19
+35.52%
799.29
-345.25%
-325.91
-135.88%
908.29
-246.83%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-135.43
-69.88%
-449.69
-129.21%
1,539.75
-482.90%
-402.13
-462.12%
111.05
-72.12%
398.26
-1,029.21%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
1,094.29
+0.06%
1,093.66
-56.75%
2,528.77
+8.55%
2,329.56
+88.62%
1,235.03
+47.59%
836.77
-4.87%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
708.73
-35.23%
1,094.29
+0.06%
1,093.66
-56.75%
2,528.77
+8.55%
2,329.56
+88.62%
1,235.03
+47.59%