บริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
8.50
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นโดยส่วนใหญ่เกิดจากกลุ่มงาน OEM เพิ่มขึ้น 5,515 ล้านบาท เนื่องจาก
1) คําสั่งซื้อเครื่องปรับอากาศและโทรทัศน์เพิ่มขึ้น
2) การปรับราคาขาย ผลิตภัณฑ์ตู้เก็บเครื่องมือให้มีความเหมาะสมกับโครงสร้างต้นทุน
3) คําสั่งซื้อฮีทปั้มสําหรับเครื่องทําน้ําร้อน เพิ่มขึ้น
4) เงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับปีก่อน
และส่วนงาน EA PART รายได้เพิ่มขึ้น 846 ล้านบาท เกิดจากการปรับราคาขายเพิ่มขึ้นตามราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น และจากยอดขายชิ้นส่วนเครื่องปรับอากาศและเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7514 out_tok=2200 at=2026-07-26T05:24:14 -->
SNC กำไรสุทธิหดตัว 163% Q2/66 รับผลขาดทุนทรัพย์สินรอการขายพุ่ง
บริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SNC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 11.81 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 18.72 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากผลขาดทุนจากทรัพย์สินรอการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ SNC ในไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน มาจาก **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของผลขาดทุนจากทรัพย์สินรอการขาย** ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยรวมอย่างมาก
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า การขาดทุนจากทรัพย์สินรอการขายที่เพิ่มขึ้นถึง 131.22% หรือ 37.85 ล้านบาท มาจากจำนวนรถยึดที่เพิ่มขึ้น สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ราคาน้ำมันและภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ส่งผลให้ลูกหนี้เช่าซื้อบางรายเริ่มผิดนัดชำระหนี้และติดต่อขอคืนรถ แม้บริษัทจะพยายามติดตามลูกค้าอย่างใกล้ชิด แต่ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการบันทึกผลขาดทุนจากทรัพย์สินเหล่านี้ได้
นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินยังเพิ่มขึ้นถึง 53.02% หรือ 18.04 ล้านบาท เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย ประกอบกับการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมและออกหุ้นกู้สูงขึ้น
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่อง** เนื่องจากสาเหตุหลักมาจากปัจจัยภายนอกที่ยังคงมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและกำลังซื้อของลูกหนี้ เช่น สถานการณ์ราคาน้ำมันและภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ซึ่งฝ่ายจัดการยังคงต้องบริหารจัดการกับลูกหนี้ที่อาจมีปัญหาในการชำระหนี้ต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 11.81 ล้านบาท:** พลิกจากกำไร 18.72 ล้านบาทใน Q2/2565 หรือลดลง 163.07%
* **รายได้รวม 232.35 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 11.41% YoY จากการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อ
* **ผลขาดทุนจากทรัพย์สินรอการขายพุ่ง 131.22%:** เป็น 66.70 ล้านบาท จาก 28.85 ล้านบาทในปีก่อน
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่ม 53.02%:** เป็น 52.06 ล้านบาท จาก 34.02 ล้านบาทในปีก่อน
* **หนี้สินรวมเพิ่ม 9.46%:** เป็น 3,682.15 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายพอร์ตสินเชื่อ
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีรายได้รวม 232.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.41% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 208.56 ล้านบาท โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อ อย่างไรก็ตาม รายได้ค่าบริการและค่าธรรมเนียมจากประกันรถและประกันคุ้มครองวงเงินสินเชื่อลดลงจากการคัดกรองสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น
ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานรวมเพิ่มขึ้น 34.85% เป็น 206.83 ล้านบาท จาก 153.38 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 10.17% จากการปรับฐานเงินเดือนพนักงาน การเติบโตของยอดปล่อยสินเชื่อ และการเพิ่มจำนวนพนักงานสินเชื่อ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามหนี้ที่สูงขึ้น
การตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น 16.22% เป็น 56.37 ล้านบาท จากการตั้งสำรองลูกหนี้ตามการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อและคุณภาพหนี้ที่ด้อยลงจากสถานการณ์ราคาน้ำมันและเศรษฐกิจ
ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 53.76% เหลือ 25.52 ล้านบาท ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ทำให้บริษัทขาดทุนสุทธิ 11.81 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่กำไร 18.72 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อ:** เป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนรายได้ดอกเบี้ยรับ
* **การขยายสินเชื่อตามแผนธุรกิจ:** การเพิ่มจำนวนพนักงานสินเชื่อในบริษัทย่อยเพื่อรองรับการเติบโต
## ความเสี่ยง
* **คุณภาพหนี้ที่ด้อยลง:** จากสถานการณ์ราคาน้ำมันและภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ส่งผลให้ลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้และมีการคืนรถเพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** จากหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
* **การตั้งสำรองหนี้สูญที่เพิ่มขึ้น:** เพื่อรองรับคุณภาพหนี้ที่อาจด้อยลง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการผิดนัดชำระหนี้ของลูกหนี้เช่าซื้อ และการบริหารจัดการรถยึด
* การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามหนี้
* ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายและผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงิน
* การบริหารจัดการพอร์ตสินเชื่อให้มีคุณภาพท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในฐานะบริษัทที่ดำเนินธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ (ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเงินและการบริการ แต่มีลักษณะการดำเนินงานที่เชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมยานยนต์และสินค้าคงทน) ปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาตามเลนส์ sector สินค้าอุตสาหกรรม ได้แก่:
* **Utilization:** ไม่ได้ระบุในเอกสารโดยตรง แต่การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อบ่งชี้ถึงการขยายตัวของธุรกิจ
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุในเอกสารโดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของพนักงานสินเชื่อและการขยายสินเชื่อตามแผนธุรกิจ สะท้อนถึงความคาดหวังในการปล่อยสินเชื่อใหม่
* **ราคาวัตถุดิบ:** มีผลทางอ้อมต่อกำลังซื้อของลูกหนี้ (เช่น ราคาน้ำมัน) ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้
* **GPM (Gross Profit Margin):** ไม่ได้ระบุในเอกสารโดยตรง แต่สามารถอนุมานได้จากรายได้ดอกเบี้ยและต้นทุนทางการเงิน
* **การส่งออก:** ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้ระบุในเอกสารโดยตรง
* **สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ แต่การมีรถยึด (ทรัพย์สินรอการขาย) เป็นเหมือนสินค้าคงคลังที่ต้องบริหารจัดการ
ประเด็นสำคัญที่ปรากฏในเอกสารและสอดคล้องกับเลนส์ sector คือ **ผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจและราคาน้ำมัน** ที่ส่งผลต่อคุณภาพหนี้และจำนวนรถยึด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบต่อผลประกอบการของบริษัทสินเชื่อเช่าซื้อ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 5,864.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.41% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด เพื่อรักษาสภาพคล่อง และการเพิ่มขึ้นของทรัพย์สินรอการขาย
หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,682.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.46% สอดคล้องกับการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อ โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของหุ้นกู้ เงินกู้ยืมระยะยาวจากบุคคลอื่นและสถาบันการเงิน
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 2.16% เป็น 1,923.12 ล้านบาท เนื่องจากการจ่ายเงินปันผลและผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวด
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.69 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.57 เท่า ณ สิ้นปี 2565 สะท้อนการพึ่งพาเงินกู้ยืมและหุ้นกู้เป็นแหล่งเงินทุนในการดำเนินธุรกิจ
## สรุปท้าย
SNC พลิกขาดทุนในไตรมาส 2 ปี 2566 โดยมีสาเหตุหลักมาจากผลขาดทุนจากทรัพย์สินรอการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น แม้รายได้ดอกเบี้ยจากสินเชื่อเช่าซื้อจะเติบโตได้ดี แต่แรงกดดันจากคุณภาพหนี้ที่ด้อยลงและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลงอย่างมาก การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านเครดิตและการควบคุมต้นทุนทางการเงินจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในระยะต่อไป.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SNC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
2,664.59
ล้านบาท
↑ 51.5% YoY
กำไรขั้นต้น
238.54
ล้านบาท
↑ 32.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.95
%
กำไรสุทธิ
30.33
ล้านบาท
↓ 151.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.14
%
D/E Ratio
1.32
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,665
↑ + 51.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
239
↑ + 32.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
30
↓ -151.3%
YoY
D/E Ratio
1.32
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SNC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.32
ROE (%)
9.49
ROA (%)
5.97
Book Value/หุ้น
15.28
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SNC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-219
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-600
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SNC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-219.35
-170.67%
|
310.39
-127.71%
|
-1,120.06
-32.54%
|
-1,660.36
-31,309.77%
|
5.32
-99.14%
|
618.45
+29.69%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-600.12
-285.44%
|
323.62
-80.21%
|
1,635.48
+142.97%
|
673.11
+50.98%
|
445.82
-139.46%
|
-1,129.66
-1,242.46%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
767.07
-173.19%
|
-1,048.12
-196.76%
|
1,083.19
+35.52%
|
799.29
-345.25%
|
-325.91
-135.88%
|
908.29
-246.83%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-135.43
-69.88%
|
-449.69
-129.21%
|
1,539.75
-482.90%
|
-402.13
-462.12%
|
111.05
-72.12%
|
398.26
-1,029.21%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,094.29
+0.06%
|
1,093.66
-56.75%
|
2,528.77
+8.55%
|
2,329.56
+88.62%
|
1,235.03
+47.59%
|
836.77
-4.87%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
708.73
-35.23%
|
1,094.29
+0.06%
|
1,093.66
-56.75%
|
2,528.77
+8.55%
|
2,329.56
+88.62%
|
1,235.03
+47.59%
|