SNC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SNC
บริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
8.50
+0.00 (+0.00%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นโดยส่วนใหญ่เกิดจากกลุ่มงาน OEM เพิ่มขึ้น 5,515 ล้านบาท เนื่องจาก 1) คําสั่งซื้อเครื่องปรับอากาศและโทรทัศน์เพิ่มขึ้น 2) การปรับราคาขาย ผลิตภัณฑ์ตู้เก็บเครื่องมือให้มีความเหมาะสมกับโครงสร้างต้นทุน 3) คําสั่งซื้อฮีทปั้มสําหรับเครื่องทําน้ําร้อน เพิ่มขึ้น 4) เงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับปีก่อน และส่วนงาน EA PART รายได้เพิ่มขึ้น 846 ล้านบาท เกิดจากการปรับราคาขายเพิ่มขึ้นตามราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น และจากยอดขายชิ้นส่วนเครื่องปรับอากาศและเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3489 out_tok=2363 at=2026-07-26T05:10:15 --> # SNC Q1/2565 กำไรสุทธิพุ่ง 87% รับอานิสงส์กลุ่ม OEM โตแรง-บาทอ่อนค่า ## รายได้รวมโตกว่า 90% แตะ 6,851 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิพุ่ง 277 ล้านบาท ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากคำสั่งซื้อกลุ่ม OEM ที่เพิ่มขึ้น และผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน บริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SNC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้รวม 6,851 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 277 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 87.2% จาก 148 ล้านบาทในปีก่อน ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากกลุ่มธุรกิจ OEM ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ประกอบกับผลบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SNC ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของกลุ่มธุรกิจ OEM ซึ่งมีสัดส่วนรายได้สูงถึง 5,705 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 3,163 ล้านบาท หรือ 124.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน ปัจจัยนี้ส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของกำไรจากการดำเนินงานในกลุ่ม OEM ถึง 177 ล้านบาท ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักของผลประกอบการ SNC ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของกลุ่มธุรกิจ OEM** ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้และกำไรจากการดำเนินงานโดยรวมให้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น 3,257 ล้านบาท (90.7%) มาอยู่ที่ 6,851 ล้านบาท และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 129 ล้านบาท (87.2%) มาอยู่ที่ 277 ล้านบาท ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของกลุ่ม OEM มาจาก 3 ปัจจัยหลักตามที่ฝ่ายจัดการระบุ ได้แก่: 1. **คำสั่งซื้อเครื่องปรับอากาศและโทรทัศน์ที่เพิ่มขึ้น:** แสดงถึงความต้องการสินค้าของผู้บริโภคที่ฟื้นตัว หรือการเพิ่มกำลังการผลิตของผู้ผลิตแบรนด์หลัก 2. **คำสั่งซื้อฮีทปั๊มสำหรับเครื่องทำน้ำร้อนที่เพิ่มขึ้น:** บ่งชี้ถึงการขยายตัวของตลาดผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทางเลือก หรือความต้องการสินค้าที่ประหยัดพลังงาน 3. **เงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับปีก่อน:** ส่งผลดีต่อรายได้จากการส่งออกเมื่อแปลงเป็นเงินบาท ทำให้รายได้รวมสูงขึ้น นอกจากนี้ กลุ่ม EA PART ยังมีรายได้เพิ่มขึ้น 104 ล้านบาท จากการปรับราคาขายตามต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น และยอดขายชิ้นส่วนเครื่องปรับอากาศและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยหนุนกำไรจากการดำเนินงานในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น 13 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม กลุ่ม AUTO มีรายได้ลดลง 10 ล้านบาท และกำไรจากการดำเนินงานลดลง 12 ล้านบาท เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในระบบ automation และ robot เพื่อปรับปรุงการผลิต ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าคำสั่งซื้อกลุ่ม OEM จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่เอกสารไม่ได้ระบุถึงปริมาณ order book ในอนาคต หรือแนวโน้มคำสั่งซื้อที่จะต่อเนื่องไปในไตรมาสถัดไป การปรับราคาขายตามต้นทุนวัตถุดิบในกลุ่ม EA PART อาจเป็นปัจจัยที่ผันผวนตามราคาตลาดโลก ส่วนการลงทุนในระบบ automation อาจส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการผลิตในระยะยาว แต่ในระยะสั้นยังส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวม 6,851 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90.7% YoY:** เป็นผลจากการเติบโตของกลุ่ม OEM เป็นหลัก * **กำไรสุทธิ 277 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87.2% YoY:** ได้แรงหนุนจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นและการบริหารจัดการต้นทุน * **กลุ่ม OEM โตโดดเด่น:** รายได้เพิ่ม 124.4% YoY จากคำสั่งซื้อเครื่องปรับอากาศ, โทรทัศน์ และฮีทปั๊ม * **เงินบาทอ่อนค่าหนุนรายได้:** เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการส่งออก * **ต้นทุนทางการเงินและภาษีเพิ่มขึ้น:** จากการกู้ยืมเพื่อลงทุนและภาษีตามอัตราปกติ ## ภาพรวมผลประกอบการ SNC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวม 6,851 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อในกลุ่ม OEM และ EA PART รวมถึงผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 362 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 97.8% YoY โดยมีอัตรากำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 5% เท่ากับปีก่อน อย่างไรก็ตาม กลุ่ม AUTO มีรายได้และกำไรจากการดำเนินงานลดลงเล็กน้อย เนื่องจากมีการลงทุนในระบบ automation และ robot เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในอนาคต ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 8 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 37 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 277 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87.2% YoY หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.76 บาท ## โอกาส * **การฟื้นตัวของอุปสงค์ในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและยานยนต์:** คำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในกลุ่ม OEM สะท้อนถึงการฟื้นตัวของตลาด * **การลงทุนในระบบ Automation:** การลงทุนในระบบ automation และ robot ในกลุ่ม AUTO จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนในระยะยาว * **การขยายตัวของตลาดฮีทปั๊ม:** การเติบโตของคำสั่งซื้อฮีทปั๊มสำหรับเครื่องทำน้ำร้อนบ่งชี้ถึงโอกาสในตลาดพลังงานทางเลือก * **ผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน:** เงินบาทที่อ่อนค่ามีแนวโน้มที่จะยังคงเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการส่งออก ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** การปรับราคาขายตามราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นในกลุ่ม EA PART อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายหากไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้ * **ต้นทุนการลงทุนที่เพิ่มขึ้น:** การลงทุนในระบบ automation และ robot ในกลุ่ม AUTO ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในระยะสั้น * **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก:** ปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์เศรษฐกิจโลก อาจส่งผลกระทบต่อคำสั่งซื้อในอนาคต * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันด้านราคายังคงเป็นปัจจัยสำคัญในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มคำสั่งซื้อกลุ่ม OEM:** การเติบโตจะต่อเนื่องในไตรมาสถัดไปหรือไม่ และมีปัจจัยสนับสนุนอะไรบ้าง * **ผลกระทบจากการลงทุนระบบ Automation:** ประสิทธิภาพการผลิตที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนที่ลดลงจากการลงทุนใหม่ * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ผลกระทบต่อ GPM และความสามารถในการแข่งขันของกลุ่ม EA PART * **ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน:** การแข็งค่าหรืออ่อนค่าของเงินบาทจะมีผลต่อรายได้จากการส่งออก * **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ผลกระทบจากการกู้ยืมเพื่อการลงทุน ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข utilization rate โดยตรง แต่การที่กลุ่ม OEM มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ว่าโรงงานในกลุ่มนี้มีการทำงานที่สูงขึ้นเพื่อรองรับออเดอร์ **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุปริมาณ order book ที่ชัดเจน แต่การเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อในกลุ่ม OEM และ EA PART เป็นสัญญาณบวก **ราคาวัตถุดิบ:** มีการกล่าวถึงการปรับราคาขายตามราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นในกลุ่ม EA PART ซึ่งบ่งชี้ว่าราคาวัตถุดิบเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อต้นทุนและราคาขาย **GPM (Gross Profit Margin):** เอกสารไม่ได้แสดง GPM แยกตามกลุ่มธุรกิจ แต่กำไรจากการดำเนินงานโดยรวมเพิ่มขึ้น 97.8% ขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น 90.7% แสดงว่า GPM โดยรวมอาจมีการปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย หรือการควบคุมต้นทุนทำได้ดีเมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น **การส่งออก:** การที่เงินบาทอ่อนค่าส่งผลดีต่อรายได้จากการส่งออก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของรายได้ในกลุ่ม OEM และ EA PART **ค่าเงิน:** เงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการส่งออก **สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงระดับสินค้าคงคลัง ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึง **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 8 ล้านบาท** เนื่องจากการกู้ยืมจากสถาบันการเงินเพื่อการลงทุนและเงินทุนหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทมีการใช้แหล่งเงินกู้ในการสนับสนุนการดำเนินงานและการลงทุน ## สรุปท้าย SNC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 87.2% จากแรงหนุนหลักของกลุ่ม OEM ที่มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างมาก ประกอบกับผลบวกจากเงินบาทที่อ่อนค่าลง แม้จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มจากการลงทุนในระบบ automation และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น แต่ภาพรวมยังคงเป็นสัญญาณที่ดี อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มคำสั่งซื้อในอนาคต ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ และผลกระทบจากการลงทุนใหม่ เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SNC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
2,664.59 ล้านบาท
↑ 51.5% YoY
กำไรขั้นต้น
238.54 ล้านบาท
↑ 32.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.95 %
กำไรสุทธิ
30.33 ล้านบาท
↓ 151.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.14 %
D/E Ratio
1.32
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,665
↑ + 51.5% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
239
↑ + 32.8% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
30
↓ -151.3% YoY
D/E Ratio
1.32

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SNC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
2,664.59
+51.48%
1,759.07
-60.88%
4,497.02
-4.49%
4,708.59
+147.77%
1,900.35
+27.52%
กำไรขั้นต้น
238.54
+32.84%
179.56
-20.50%
225.87
-20.67%
284.71
+74.71%
162.96
+23.55%
ค่าใช้จ่ายรวม
169.85
-25.03%
226.55
+163.69%
85.92
+4.74%
82.03
+11.40%
73.63
-28.36%
กำไรสุทธิ
30.33
+151.32%
-59.11
-131.09%
190.09
+0.41%
189.33
+63.52%
115.78
+204.53%
กำไรต่อหุ้น
0.08
+151.53%
-0.16
-131.05%
0.53
+0.38%
0.52
+63.44%
0.32
+204.76%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
8.95
-12.34%
10.21
+103.39%
5.02
-17.02%
6.05
-29.49%
8.58
-3.05%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
6.37
-50.54%
12.88
+574.35%
1.91
+9.77%
1.74
-55.04%
3.87
-43.91%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
1.14
+133.93%
-3.36
-179.43%
4.23
+5.22%
4.02
-33.99%
6.09
+138.82%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-6.81
-124.91%
27.34
-76.83%
117.99
+36,971.88%
-0.32
-100.04%
802.67
+51.30%
ROE(%)
-1.96
-444.44%
-0.36
-102.45%
14.70
-4.48%
15.39
+26.67%
12.15
+719.90%
ROA(%)
0.94
-29.32%
1.33
-81.55%
7.21
-4.38%
7.54
+5.16%
7.17
+662.77%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
1.84
+36.30%
1.35
-15.63%
1.60
-13.04%
1.84
+57.26%
1.17
-36.41%
P/E
8.26
-39.71%
13.70
+96.28%
6.98
-39.09%
11.46
+9.46%
10.47
+175.53%
P/BV
0.44
-31.25%
0.64
-37.86%
1.03
-26.43%
1.40
+34.62%
1.04
+15.56%
BV
13.09
-3.68%
13.59
-0.07%
13.60
+7.17%
12.69
+10.25%
11.51
+4.16%
YIELD(%)
4.39
-63.42%
12.00
+86.63%
6.43
+91.94%
3.35
-52.68%
7.08
-29.20%
ราคาหุ้น
5.70
-34.86%
8.75
-37.50%
14.00
-21.35%
17.80
+48.33%
12.00
+20.00%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.32
ROE (%)
9.49
ROA (%)
5.97
Book Value/หุ้น
15.28

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SNC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
5,499.52
-20.44%
6,912.42
+111.32%
3,271.00
-56.36%
7,494.56
-12.16%
8,532.04
+119.49%
3,887.18
+59.66%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
6,871.27
-0.92%
6,935.08
-17.71%
8,427.54
+36.75%
6,162.65
+13.81%
5,414.70
+39.46%
3,882.56
+31.07%
รวมสินทรัพย์
12,370.78
-10.66%
13,847.50
+18.37%
11,698.54
-14.34%
13,657.21
-2.08%
13,946.74
+79.50%
7,769.74
+43.97%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
5,325.23
-16.02%
6,340.88
+88.00%
3,372.77
-47.50%
6,423.87
-15.42%
7,595.11
+131.73%
3,277.55
+78.72%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
1,714.29
-34.96%
2,635.93
-21.47%
3,356.64
+70.05%
1,973.97
+36.99%
1,440.93
+57.65%
914.01
+453.39%
รวมหนี้สิน
7,039.52
-21.58%
8,976.81
+33.40%
6,729.41
-19.87%
8,397.84
-7.06%
9,036.04
+115.58%
4,191.57
+109.67%
รวมส่วนของเจ้าของ
5,331.27
+9.46%
4,870.69
-1.98%
4,969.13
-5.52%
5,259.37
+7.10%
4,910.70
+37.24%
3,578.18
+5.31%
D/E
1.32
1.84
1.35
1.60
1.84
1.17
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
9.49
-1.96
-0.36
14.70
15.39
12.15
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
5.97
0.94
1.33
7.21
7.54
7.17
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.03
1.09
0.97
1.17
1.12
1.19
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.40
0.52
0.76
0.85
0.64
0.71
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
68.69
76.63
0.00
0.00
43.39
40.51
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
113.25
70.94
0.00
0.00
61.31
43.69
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
146.27
137.34
0.00
0.00
100.25
85.07
วงจรเงินสด
35.67
10.22
0.00
0.00
4.44
-0.86
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-219
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-600
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SNC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-219.35
-170.67%
310.39
-127.71%
-1,120.06
-32.54%
-1,660.36
-31,309.77%
5.32
-99.14%
618.45
+29.69%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-600.12
-285.44%
323.62
-80.21%
1,635.48
+142.97%
673.11
+50.98%
445.82
-139.46%
-1,129.66
-1,242.46%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
767.07
-173.19%
-1,048.12
-196.76%
1,083.19
+35.52%
799.29
-345.25%
-325.91
-135.88%
908.29
-246.83%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-135.43
-69.88%
-449.69
-129.21%
1,539.75
-482.90%
-402.13
-462.12%
111.05
-72.12%
398.26
-1,029.21%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
1,094.29
+0.06%
1,093.66
-56.75%
2,528.77
+8.55%
2,329.56
+88.62%
1,235.03
+47.59%
836.77
-4.87%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
708.73
-35.23%
1,094.29
+0.06%
1,093.66
-56.75%
2,528.77
+8.55%
2,329.56
+88.62%
1,235.03
+47.59%