SNC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SNC
บริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
6.75
0.05 (0.74%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นโดยส่วนใหญ่เกิดจากกลุ่มงาน OEM เพิ่มขึ้น 5,515 ล้านบาท เนื่องจาก 1) คําสั่งซื้อเครื่องปรับอากาศและโทรทัศน์เพิ่มขึ้น 2) การปรับราคาขาย ผลิตภัณฑ์ตู้เก็บเครื่องมือให้มีความเหมาะสมกับโครงสร้างต้นทุน 3) คําสั่งซื้อฮีทปั้มสําหรับเครื่องทําน้ําร้อน เพิ่มขึ้น 4) เงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับปีก่อน และส่วนงาน EA PART รายได้เพิ่มขึ้น 846 ล้านบาท เกิดจากการปรับราคาขายเพิ่มขึ้นตามราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น และจากยอดขายชิ้นส่วนเครื่องปรับอากาศและเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3489 out_tok=2363 at=2026-07-26T05:10:15 --> # SNC Q1/2565 กำไรสุทธิพุ่ง 87% รับอานิสงส์กลุ่ม OEM โตแรง-บาทอ่อนค่า ## รายได้รวมโตกว่า 90% แตะ 6,851 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิพุ่ง 277 ล้านบาท ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากคำสั่งซื้อกลุ่ม OEM ที่เพิ่มขึ้น และผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน บริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SNC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้รวม 6,851 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 277 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 87.2% จาก 148 ล้านบาทในปีก่อน ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากกลุ่มธุรกิจ OEM ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ประกอบกับผลบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SNC ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของกลุ่มธุรกิจ OEM ซึ่งมีสัดส่วนรายได้สูงถึง 5,705 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 3,163 ล้านบาท หรือ 124.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน ปัจจัยนี้ส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของกำไรจากการดำเนินงานในกลุ่ม OEM ถึง 177 ล้านบาท ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักของผลประกอบการ SNC ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของกลุ่มธุรกิจ OEM** ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้และกำไรจากการดำเนินงานโดยรวมให้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น 3,257 ล้านบาท (90.7%) มาอยู่ที่ 6,851 ล้านบาท และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 129 ล้านบาท (87.2%) มาอยู่ที่ 277 ล้านบาท ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของกลุ่ม OEM มาจาก 3 ปัจจัยหลักตามที่ฝ่ายจัดการระบุ ได้แก่: 1. **คำสั่งซื้อเครื่องปรับอากาศและโทรทัศน์ที่เพิ่มขึ้น:** แสดงถึงความต้องการสินค้าของผู้บริโภคที่ฟื้นตัว หรือการเพิ่มกำลังการผลิตของผู้ผลิตแบรนด์หลัก 2. **คำสั่งซื้อฮีทปั๊มสำหรับเครื่องทำน้ำร้อนที่เพิ่มขึ้น:** บ่งชี้ถึงการขยายตัวของตลาดผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทางเลือก หรือความต้องการสินค้าที่ประหยัดพลังงาน 3. **เงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับปีก่อน:** ส่งผลดีต่อรายได้จากการส่งออกเมื่อแปลงเป็นเงินบาท ทำให้รายได้รวมสูงขึ้น นอกจากนี้ กลุ่ม EA PART ยังมีรายได้เพิ่มขึ้น 104 ล้านบาท จากการปรับราคาขายตามต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น และยอดขายชิ้นส่วนเครื่องปรับอากาศและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยหนุนกำไรจากการดำเนินงานในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น 13 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม กลุ่ม AUTO มีรายได้ลดลง 10 ล้านบาท และกำไรจากการดำเนินงานลดลง 12 ล้านบาท เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในระบบ automation และ robot เพื่อปรับปรุงการผลิต ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าคำสั่งซื้อกลุ่ม OEM จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่เอกสารไม่ได้ระบุถึงปริมาณ order book ในอนาคต หรือแนวโน้มคำสั่งซื้อที่จะต่อเนื่องไปในไตรมาสถัดไป การปรับราคาขายตามต้นทุนวัตถุดิบในกลุ่ม EA PART อาจเป็นปัจจัยที่ผันผวนตามราคาตลาดโลก ส่วนการลงทุนในระบบ automation อาจส่งผลดีต่อประสิทธิภาพการผลิตในระยะยาว แต่ในระยะสั้นยังส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวม 6,851 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90.7% YoY:** เป็นผลจากการเติบโตของกลุ่ม OEM เป็นหลัก * **กำไรสุทธิ 277 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87.2% YoY:** ได้แรงหนุนจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นและการบริหารจัดการต้นทุน * **กลุ่ม OEM โตโดดเด่น:** รายได้เพิ่ม 124.4% YoY จากคำสั่งซื้อเครื่องปรับอากาศ, โทรทัศน์ และฮีทปั๊ม * **เงินบาทอ่อนค่าหนุนรายได้:** เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการส่งออก * **ต้นทุนทางการเงินและภาษีเพิ่มขึ้น:** จากการกู้ยืมเพื่อลงทุนและภาษีตามอัตราปกติ ## ภาพรวมผลประกอบการ SNC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวม 6,851 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 90.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อในกลุ่ม OEM และ EA PART รวมถึงผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 362 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 97.8% YoY โดยมีอัตรากำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 5% เท่ากับปีก่อน อย่างไรก็ตาม กลุ่ม AUTO มีรายได้และกำไรจากการดำเนินงานลดลงเล็กน้อย เนื่องจากมีการลงทุนในระบบ automation และ robot เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในอนาคต ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 8 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 37 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 277 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87.2% YoY หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.76 บาท ## โอกาส * **การฟื้นตัวของอุปสงค์ในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและยานยนต์:** คำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในกลุ่ม OEM สะท้อนถึงการฟื้นตัวของตลาด * **การลงทุนในระบบ Automation:** การลงทุนในระบบ automation และ robot ในกลุ่ม AUTO จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนในระยะยาว * **การขยายตัวของตลาดฮีทปั๊ม:** การเติบโตของคำสั่งซื้อฮีทปั๊มสำหรับเครื่องทำน้ำร้อนบ่งชี้ถึงโอกาสในตลาดพลังงานทางเลือก * **ผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน:** เงินบาทที่อ่อนค่ามีแนวโน้มที่จะยังคงเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการส่งออก ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** การปรับราคาขายตามราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นในกลุ่ม EA PART อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายหากไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้ * **ต้นทุนการลงทุนที่เพิ่มขึ้น:** การลงทุนในระบบ automation และ robot ในกลุ่ม AUTO ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในระยะสั้น * **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก:** ปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์เศรษฐกิจโลก อาจส่งผลกระทบต่อคำสั่งซื้อในอนาคต * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันด้านราคายังคงเป็นปัจจัยสำคัญในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มคำสั่งซื้อกลุ่ม OEM:** การเติบโตจะต่อเนื่องในไตรมาสถัดไปหรือไม่ และมีปัจจัยสนับสนุนอะไรบ้าง * **ผลกระทบจากการลงทุนระบบ Automation:** ประสิทธิภาพการผลิตที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนที่ลดลงจากการลงทุนใหม่ * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ผลกระทบต่อ GPM และความสามารถในการแข่งขันของกลุ่ม EA PART * **ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน:** การแข็งค่าหรืออ่อนค่าของเงินบาทจะมีผลต่อรายได้จากการส่งออก * **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ผลกระทบจากการกู้ยืมเพื่อการลงทุน ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข utilization rate โดยตรง แต่การที่กลุ่ม OEM มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ว่าโรงงานในกลุ่มนี้มีการทำงานที่สูงขึ้นเพื่อรองรับออเดอร์ **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุปริมาณ order book ที่ชัดเจน แต่การเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อในกลุ่ม OEM และ EA PART เป็นสัญญาณบวก **ราคาวัตถุดิบ:** มีการกล่าวถึงการปรับราคาขายตามราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นในกลุ่ม EA PART ซึ่งบ่งชี้ว่าราคาวัตถุดิบเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อต้นทุนและราคาขาย **GPM (Gross Profit Margin):** เอกสารไม่ได้แสดง GPM แยกตามกลุ่มธุรกิจ แต่กำไรจากการดำเนินงานโดยรวมเพิ่มขึ้น 97.8% ขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น 90.7% แสดงว่า GPM โดยรวมอาจมีการปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย หรือการควบคุมต้นทุนทำได้ดีเมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น **การส่งออก:** การที่เงินบาทอ่อนค่าส่งผลดีต่อรายได้จากการส่งออก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของรายได้ในกลุ่ม OEM และ EA PART **ค่าเงิน:** เงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการส่งออก **สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงระดับสินค้าคงคลัง ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึง **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 8 ล้านบาท** เนื่องจากการกู้ยืมจากสถาบันการเงินเพื่อการลงทุนและเงินทุนหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทมีการใช้แหล่งเงินกู้ในการสนับสนุนการดำเนินงานและการลงทุน ## สรุปท้าย SNC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 87.2% จากแรงหนุนหลักของกลุ่ม OEM ที่มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างมาก ประกอบกับผลบวกจากเงินบาทที่อ่อนค่าลง แม้จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มจากการลงทุนในระบบ automation และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น แต่ภาพรวมยังคงเป็นสัญญาณที่ดี อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มคำสั่งซื้อในอนาคต ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ และผลกระทบจากการลงทุนใหม่ เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SNC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
2,664.59 ล้านบาท
↑ 51.5% YoY
กำไรขั้นต้น
238.54 ล้านบาท
↑ 32.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.95 %
กำไรสุทธิ
30.33 ล้านบาท
↓ 151.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.14 %
D/E Ratio
1.32
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,665
↑ + 51.5% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
239
↑ + 32.8% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
30
↓ -151.3% YoY
D/E Ratio
1.32

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SNC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม — —
2,664.59
+51.48%
1,759.07
-60.88%
4,497.02
-4.49%
4,708.59
+147.77%
1,900.35
+27.52%
กำไรขั้นต้น — —
238.54
+32.84%
179.56
-20.50%
225.87
-20.67%
284.71
+74.71%
162.96
+23.55%
ค่าใช้จ่ายรวม — —
169.85
-25.03%
226.55
+163.69%
85.92
+4.74%
82.03
+11.40%
73.63
-28.36%
กำไรสุทธิ — —
30.33
+151.32%
-59.11
-131.09%
190.09
+0.41%
189.33
+63.52%
115.78
+204.53%
กำไรต่อหุ้น — —
0.08
+151.53%
-0.16
-131.05%
0.53
+0.38%
0.52
+63.44%
0.32
+204.76%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) — —
8.95
-12.34%
10.21
+103.39%
5.02
-17.02%
6.05
-29.49%
8.58
-3.05%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) — —
6.37
-50.54%
12.88
+574.35%
1.91
+9.77%
1.74
-55.04%
3.87
-43.91%
อัตรากำไรสุทธิ(%) — —
1.14
+133.93%
-3.36
-179.43%
4.23
+5.22%
4.02
-33.99%
6.09
+138.82%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ — —
-6.81
-124.91%
27.34
-76.83%
117.99
+36,971.88%
-0.32
-100.04%
802.67
+51.30%
ROE(%) — —
-1.96
-444.44%
-0.36
-102.45%
14.70
-4.48%
15.39
+26.67%
12.15
+719.90%
ROA(%) — —
0.94
-29.32%
1.33
-81.55%
7.21
-4.38%
7.54
+5.16%
7.17
+662.77%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น — —
1.84
+36.30%
1.35
-15.63%
1.60
-13.04%
1.84
+57.26%
1.17
-36.41%
P/E — —
6.14
-55.18%
13.70
+96.28%
6.98
-39.09%
11.46
+9.46%
10.47
+175.53%
P/BV — —
0.44
-31.25%
0.64
-37.86%
1.03
-26.43%
1.40
+34.62%
1.04
+15.56%
BV — —
13.09
-3.68%
13.59
-0.07%
13.60
+7.17%
12.69
+10.25%
11.51
+4.16%
YIELD(%) — —
4.39
-63.42%
12.00
+86.63%
6.43
+91.94%
3.35
-52.68%
7.08
-29.20%
ราคาหุ้น — —
5.70
-34.86%
8.75
-37.50%
14.00
-21.35%
17.80
+48.33%
12.00
+20.00%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.32
ROE (%)
9.49
ROA (%)
5.97
Book Value/หุ้น
15.49

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SNC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
5,499.52
-20.44%
6,912.42
+111.32%
3,271.00
-56.36%
7,494.56
-12.16%
8,532.04
+119.49%
3,887.18
+59.66%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
6,871.27
-0.92%
6,935.08
-17.71%
8,427.54
+36.75%
6,162.65
+13.81%
5,414.70
+39.46%
3,882.56
+31.07%
รวมสินทรัพย์ —
12,370.78
-10.66%
13,847.50
+18.37%
11,698.54
-14.34%
13,657.21
-2.08%
13,946.74
+79.50%
7,769.74
+43.97%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
5,325.23
-16.02%
6,340.88
+88.00%
3,372.77
-47.50%
6,423.87
-15.42%
7,595.11
+131.73%
3,277.55
+78.72%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
1,714.29
-34.96%
2,635.93
-21.47%
3,356.64
+70.05%
1,973.97
+36.99%
1,440.93
+57.65%
914.01
+453.39%
รวมหนี้สิน —
7,039.52
-21.58%
8,976.81
+33.40%
6,729.41
-19.87%
8,397.84
-7.06%
9,036.04
+115.58%
4,191.57
+109.67%
รวมส่วนของเจ้าของ —
5,331.27
+9.46%
4,870.69
-1.98%
4,969.13
-5.52%
5,259.37
+7.10%
4,910.70
+37.24%
3,578.18
+5.31%
D/E —
1.32
1.84
1.35
1.60
1.84
1.17
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
9.49
-1.96
-0.36
14.70
15.39
12.15
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
5.97
0.94
1.33
7.21
7.54
7.17
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.03
1.09
0.97
1.17
1.12
1.19
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.40
0.52
0.76
0.85
0.64
0.71
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
68.69
76.63
0.00
0.00
43.39
40.51
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
113.25
70.94
0.00
0.00
61.31
43.69
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
146.27
137.34
0.00
0.00
100.25
85.07
วงจรเงินสด —
35.67
10.22
0.00
0.00
4.44
-0.86
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-219
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-600
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SNC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-219.35
-170.67%
310.39
-127.71%
-1,120.06
-32.54%
-1,660.36
-31,309.77%
5.32
-99.14%
618.45
+29.69%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-600.12
-285.44%
323.62
-80.21%
1,635.48
+142.97%
673.11
+50.98%
445.82
-139.46%
-1,129.66
-1,242.46%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
767.07
-173.19%
-1,048.12
-196.76%
1,083.19
+35.52%
799.29
-345.25%
-325.91
-135.88%
908.29
-246.83%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-135.43
-69.88%
-449.69
-129.21%
1,539.75
-482.90%
-402.13
-462.12%
111.05
-72.12%
398.26
-1,029.21%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
1,094.29
+0.06%
1,093.66
-56.75%
2,528.77
+8.55%
2,329.56
+88.62%
1,235.03
+47.59%
836.77
-4.87%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
708.73
-35.23%
1,094.29
+0.06%
1,093.66
-56.75%
2,528.77
+8.55%
2,329.56
+88.62%
1,235.03
+47.59%