SNC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SNC
บริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร
6.75
0.05 (0.74%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นโดยส่วนใหญ่เกิดจากกลุ่มงาน OEM เพิ่มขึ้น 5,515 ล้านบาท เนื่องจาก 1) คําสั่งซื้อเครื่องปรับอากาศและโทรทัศน์เพิ่มขึ้น 2) การปรับราคาขาย ผลิตภัณฑ์ตู้เก็บเครื่องมือให้มีความเหมาะสมกับโครงสร้างต้นทุน 3) คําสั่งซื้อฮีทปั้มสําหรับเครื่องทําน้ําร้อน เพิ่มขึ้น 4) เงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับปีก่อน และส่วนงาน EA PART รายได้เพิ่มขึ้น 846 ล้านบาท เกิดจากการปรับราคาขายเพิ่มขึ้นตามราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น และจากยอดขายชิ้นส่วนเครื่องปรับอากาศและเครื่องใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3590 out_tok=2637 at=2026-07-26T05:19:58 --> # SNC Q3/2564 กำไรสุทธิพุ่ง 41% รับอานิสงส์ออเดอร์ OEM โต-บาทอ่อน ## รายได้รวมโต 50% จากฐานปีก่อนต่ำ ขณะที่กำไรสุทธิพุ่งแรง 41% จากการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายภาษี บริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SNC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 134 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวมจากการขาย 2,982 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% จากปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากคำสั่งซื้อในกลุ่ม OEM ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายภาษีที่มีประสิทธิภาพ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SNC ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของกลุ่มธุรกิจ OEM ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้รายได้และกำไรจากการดำเนินงานของบริษัทปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักของผลประกอบการ SNC ในไตรมาส 3/2564 คือ **การเติบโตอย่างโดดเด่นของกลุ่มธุรกิจ OEM** ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 624 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโตกว่า 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานของกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น 60 ล้านบาท ปัจจัยนี้เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิรวมของบริษัทเติบโตขึ้น 39 ล้านบาท หรือ 41% มาอยู่ที่ 134 ล้านบาท ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของกลุ่ม OEM มาจากหลายปัจจัยสนับสนุน ได้แก่: * **คำสั่งซื้อทีวีเพิ่มขึ้น:** ลูกค้าในกลุ่มทีวีมีการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน * **การปรับราคาขายผลิตภัณฑ์ Toolbox:** บริษัทได้มีการปรับราคาขายผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Toolbox ให้สะท้อนโครงสร้างต้นทุนที่แท้จริงมากขึ้น * **คำสั่งซื้อกลุ่ม Heat Pump เพิ่มขึ้น:** ลูกค้าในกลุ่ม Heat Pump มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 * **ผลจากค่าเงินบาทอ่อนค่า:** การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ส่งผลดีต่อรายได้จากการส่งออกของกลุ่ม OEM นอกจากนี้ การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 3 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่ลดลง 7 ล้านบาท จากการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีต่างๆ เช่น BOI และการบริจาค ยังเป็นปัจจัยเสริมที่ช่วยเพิ่มกำไรสุทธิของบริษัทให้สูงขึ้น ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก** จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร การที่ลูกค้ากลับมาเรียกงานและเริ่มผลิตตามปกติในกลุ่ม Auto-Plastic ในช่วงปลายไตรมาส ประกอบกับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในกลุ่ม OEM และแนวโน้มการปรับราคาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับต้นทุน ชี้ให้เห็นถึงสัญญาณเชิงบวก อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านการแข่งขันด้านราคาในงาน New Model ของกลุ่ม Auto-Pipe และผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่อาจส่งผลต่อการเดินสายการผลิตของลูกค้า ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ 134 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41% YoY:** เป็นผลจากการเติบโตของรายได้และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ดี * **รายได้รวม 2,982 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% YoY:** ได้แรงหนุนหลักจากกลุ่ม OEM ที่มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น * **กลุ่ม OEM โตโดดเด่น:** รายได้เพิ่ม 624 ล้านบาท จากคำสั่งซื้อทีวี, การปรับราคา Toolbox, งาน Heat Pump และค่าเงินบาทอ่อนค่า * **กลุ่ม Auto-Pipe รายได้เพิ่ม 63 ล้านบาท:** จากการกลับมาเรียกงานของลูกค้าและงาน New Model * **กลุ่ม Auto-Plastic รายได้ลด 26 ล้านบาท:** ชั่วคราวจากผลกระทบโควิด-19 คาดกลับสู่ภาวะปกติใน Q4 * **ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลง 7 ล้านบาท:** จากการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2564 SNC มีรายได้รวม 2,982 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อในหลายกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่ม OEM ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 167 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% YoY โดยมีอัตรากำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 6% ลดลงเล็กน้อยจาก 7% ในปีก่อน เนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้นในบางกลุ่ม อย่างไรก็ตาม เมื่อหักลบต้นทุนทางการเงินและพิจารณาค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่ลดลง ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิสำหรับงวด 134 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41% YoY และมีกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ 0.42 บาท ## โอกาส * **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** การที่ลูกค้าในกลุ่ม Auto-Pipe กลับมาเรียกงานที่เคยชะลอตัว และการมีงาน New Model เพิ่มขึ้น บ่งชี้ถึงแนวโน้มที่ดีขึ้นของอุตสาหกรรม * **การเติบโตของกลุ่ม OEM:** คำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มทีวี, Toolbox และ Heat Pump รวมถึงการปรับราคาที่เหมาะสมกับต้นทุน เป็นปัจจัยหนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง * **ผลบวกจากค่าเงินบาทอ่อนค่า:** การอ่อนค่าของเงินบาทเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการส่งออก โดยเฉพาะในกลุ่ม OEM * **การใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี:** การบริหารจัดการภาษีอย่างมีประสิทธิภาพช่วยเพิ่มกำไรสุทธิ ## ความเสี่ยง * **การแข่งขันด้านราคา:** งาน New Model ในกลุ่ม Auto-Pipe มีการแข่งขันด้านราคา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร * **ผลกระทบจากโควิด-19:** แม้สถานการณ์จะคลี่คลาย แต่การระบาดของโรคยังคงเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อการผลิตของลูกค้า โดยเฉพาะในกลุ่ม Auto-Plastic ที่เคยได้รับผลกระทบ * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ในกลุ่ม EA PART ราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นจะส่งผลดีต่อมูลค่าขาย แต่ก็อาจเป็นแรงกดดันต่อต้นทุนการผลิตในระยะยาวหากไม่สามารถส่งผ่านไปยังผู้บริโภคได้ทั้งหมด * **การบริหารจัดการต้นทุน:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการดูแลและป้องกันพนักงานจากโควิด-19 และการตั้งประมาณการโบนัสในระดับสูง อาจเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรในบางกลุ่มธุรกิจ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มคำสั่งซื้อในกลุ่ม OEM:** การรักษาโมเมนตัมการเติบโตของคำสั่งซื้อทีวี, Toolbox และ Heat Pump * **การฟื้นตัวของกลุ่ม Auto-Plastic:** การกลับมาผลิตเต็มกำลังและผลกระทบต่อรายได้และกำไรในไตรมาสถัดไป * **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** โดยเฉพาะในกลุ่ม EA PART และผลกระทบต่อ GPM * **การแข่งขันด้านราคาในงาน New Model:** ผลกระทบต่ออัตรากำไรของกลุ่ม Auto-Pipe * **แนวโน้มค่าเงินบาท:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลต่อรายได้และกำไรจากการส่งออก ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) **กลุ่มงาน AUTO:** มีรายได้เพิ่มขึ้น 37 ล้านบาท โดยกลุ่ม Auto-Pipe มีรายได้เพิ่มขึ้น 63 ล้านบาท จากการที่ลูกค้ากลับมาเรียกงานที่เคยชะลอตัวจากโควิด และมีงาน New Model เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม กลุ่ม Auto-Plastic มีรายได้ลดลง 26 ล้านบาท เนื่องจากลูกค้าจักรยานยนต์ได้รับผลกระทบจากโควิด ทำให้เดินสายการผลิตเพียง 1 กะ แต่คาดว่าจะกลับมาผลิตตามปกติในเดือนตุลาคม 2564 กำไรจากการดำเนินงานของกลุ่มนี้ลดลง 4 ล้านบาท เนื่องจากกลุ่ม Auto-Plastic มีกำไรลดลงมากกว่าที่ Auto-Pipe เพิ่มขึ้น ประกอบกับการแข่งขันด้านราคาในงาน New Model **กลุ่มงาน OEM:** เป็นกลุ่มที่เติบโตโดดเด่นที่สุด โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 624 ล้านบาท จากคำสั่งซื้อทีวีที่เพิ่มขึ้น การปรับราคาขายผลิตภัณฑ์ Toolbox ให้เหมาะสมกับต้นทุน คำสั่งซื้อ Heat Pump ที่เพิ่มขึ้น และผลจากค่าเงินบาทอ่อนค่า กำไรจากการดำเนินงานของกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น 60 ล้านบาท **กลุ่มงาน EA PART:** มีรายได้เพิ่มขึ้น 334 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการที่ราคาวัตถุดิบสูงขึ้นทำให้มูลค่าขายเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม กำไรจากการดำเนินงานลดลง 15 ล้านบาท เนื่องจากมีการตั้งประมาณการโบนัสในระดับสูง และมีค่าใช้จ่ายในการดูแลและป้องกันพนักงานจากโควิด-19 ในขณะที่ปีก่อนมีการปรับลดค่าใช้จ่าย **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่จากการที่ลูกค้ากลับมาเรียกงานและเริ่มผลิตตามปกติในหลายกลุ่ม สะท้อนถึงแนวโน้มการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น **Order Book:** มีการกล่าวถึงงาน New Model ที่เพิ่มขึ้นในกลุ่ม Auto-Pipe และคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในกลุ่ม OEM ซึ่งบ่งชี้ถึง Order Book ที่แข็งแกร่งในบางส่วน **ราคาวัตถุดิบ:** มีการกล่าวถึงราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นในกลุ่ม EA PART ซึ่งส่งผลต่อมูลค่าขาย **GPM:** อัตรากำไรจากการดำเนินงานโดยรวมลดลงเล็กน้อยจาก 7% เป็น 6% ซึ่งอาจสะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนในบางกลุ่ม **การส่งออก:** ได้รับผลบวกจากค่าเงินบาทอ่อนค่าในกลุ่ม OEM **ค่าเงิน:** ค่าเงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้กลุ่ม OEM **สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าคงคลัง ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง มีเพียงการกล่าวถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 3 ล้านบาท เนื่องจากการกู้ยืมจากสถาบันการเงินเพื่อการลงทุนและเงินทุนหมุนเวียน ## สรุปท้าย SNC ในไตรมาส 3 ปี 2564 โชว์ผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเติบโต 41% จากการขับเคลื่อนหลักของกลุ่ม OEM ที่ได้รับอานิสงส์จากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นและการปรับราคาขาย ประกอบกับการฟื้นตัวของกลุ่ม Auto-Pipe และผลบวกจากค่าเงินบาทอ่อนค่า แม้จะมีความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านราคาและผลกระทบจากโควิด-19 แต่แนวโน้มการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นและโอกาสในการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ยังคงเป็นปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตในระยะต่อไป โดยนักลงทุนควรจับตาการรักษาโมเมนตัมของคำสั่งซื้อ OEM และการฟื้นตัวของกลุ่ม Auto-Plastic อย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SNC ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
2,664.59 ล้านบาท
↑ 51.5% YoY
กำไรขั้นต้น
238.54 ล้านบาท
↑ 32.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
8.95 %
กำไรสุทธิ
30.33 ล้านบาท
↓ 151.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.14 %
D/E Ratio
1.32
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,665
↑ + 51.5% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
239
↑ + 32.8% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
30
↓ -151.3% YoY
D/E Ratio
1.32

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SNC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม — —
2,664.59
+51.48%
1,759.07
-60.88%
4,497.02
-4.49%
4,708.59
+147.77%
1,900.35
+27.52%
กำไรขั้นต้น — —
238.54
+32.84%
179.56
-20.50%
225.87
-20.67%
284.71
+74.71%
162.96
+23.55%
ค่าใช้จ่ายรวม — —
169.85
-25.03%
226.55
+163.69%
85.92
+4.74%
82.03
+11.40%
73.63
-28.36%
กำไรสุทธิ — —
30.33
+151.32%
-59.11
-131.09%
190.09
+0.41%
189.33
+63.52%
115.78
+204.53%
กำไรต่อหุ้น — —
0.08
+151.53%
-0.16
-131.05%
0.53
+0.38%
0.52
+63.44%
0.32
+204.76%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) — —
8.95
-12.34%
10.21
+103.39%
5.02
-17.02%
6.05
-29.49%
8.58
-3.05%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) — —
6.37
-50.54%
12.88
+574.35%
1.91
+9.77%
1.74
-55.04%
3.87
-43.91%
อัตรากำไรสุทธิ(%) — —
1.14
+133.93%
-3.36
-179.43%
4.23
+5.22%
4.02
-33.99%
6.09
+138.82%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ — —
-6.81
-124.91%
27.34
-76.83%
117.99
+36,971.88%
-0.32
-100.04%
802.67
+51.30%
ROE(%) — —
-1.96
-444.44%
-0.36
-102.45%
14.70
-4.48%
15.39
+26.67%
12.15
+719.90%
ROA(%) — —
0.94
-29.32%
1.33
-81.55%
7.21
-4.38%
7.54
+5.16%
7.17
+662.77%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น — —
1.84
+36.30%
1.35
-15.63%
1.60
-13.04%
1.84
+57.26%
1.17
-36.41%
P/E — —
6.14
-55.18%
13.70
+96.28%
6.98
-39.09%
11.46
+9.46%
10.47
+175.53%
P/BV — —
0.44
-31.25%
0.64
-37.86%
1.03
-26.43%
1.40
+34.62%
1.04
+15.56%
BV — —
13.09
-3.68%
13.59
-0.07%
13.60
+7.17%
12.69
+10.25%
11.51
+4.16%
YIELD(%) — —
4.39
-63.42%
12.00
+86.63%
6.43
+91.94%
3.35
-52.68%
7.08
-29.20%
ราคาหุ้น — —
5.70
-34.86%
8.75
-37.50%
14.00
-21.35%
17.80
+48.33%
12.00
+20.00%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.32
ROE (%)
9.49
ROA (%)
5.97
Book Value/หุ้น
15.49

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SNC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
5,499.52
-20.44%
6,912.42
+111.32%
3,271.00
-56.36%
7,494.56
-12.16%
8,532.04
+119.49%
3,887.18
+59.66%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
6,871.27
-0.92%
6,935.08
-17.71%
8,427.54
+36.75%
6,162.65
+13.81%
5,414.70
+39.46%
3,882.56
+31.07%
รวมสินทรัพย์ —
12,370.78
-10.66%
13,847.50
+18.37%
11,698.54
-14.34%
13,657.21
-2.08%
13,946.74
+79.50%
7,769.74
+43.97%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
5,325.23
-16.02%
6,340.88
+88.00%
3,372.77
-47.50%
6,423.87
-15.42%
7,595.11
+131.73%
3,277.55
+78.72%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
1,714.29
-34.96%
2,635.93
-21.47%
3,356.64
+70.05%
1,973.97
+36.99%
1,440.93
+57.65%
914.01
+453.39%
รวมหนี้สิน —
7,039.52
-21.58%
8,976.81
+33.40%
6,729.41
-19.87%
8,397.84
-7.06%
9,036.04
+115.58%
4,191.57
+109.67%
รวมส่วนของเจ้าของ —
5,331.27
+9.46%
4,870.69
-1.98%
4,969.13
-5.52%
5,259.37
+7.10%
4,910.70
+37.24%
3,578.18
+5.31%
D/E —
1.32
1.84
1.35
1.60
1.84
1.17
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
9.49
-1.96
-0.36
14.70
15.39
12.15
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
5.97
0.94
1.33
7.21
7.54
7.17
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.03
1.09
0.97
1.17
1.12
1.19
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.40
0.52
0.76
0.85
0.64
0.71
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
68.69
76.63
0.00
0.00
43.39
40.51
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
113.25
70.94
0.00
0.00
61.31
43.69
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
146.27
137.34
0.00
0.00
100.25
85.07
วงจรเงินสด —
35.67
10.22
0.00
0.00
4.44
-0.86
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-219
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-600
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SNC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-219.35
-170.67%
310.39
-127.71%
-1,120.06
-32.54%
-1,660.36
-31,309.77%
5.32
-99.14%
618.45
+29.69%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-600.12
-285.44%
323.62
-80.21%
1,635.48
+142.97%
673.11
+50.98%
445.82
-139.46%
-1,129.66
-1,242.46%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
767.07
-173.19%
-1,048.12
-196.76%
1,083.19
+35.52%
799.29
-345.25%
-325.91
-135.88%
908.29
-246.83%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-135.43
-69.88%
-449.69
-129.21%
1,539.75
-482.90%
-402.13
-462.12%
111.05
-72.12%
398.26
-1,029.21%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
1,094.29
+0.06%
1,093.66
-56.75%
2,528.77
+8.55%
2,329.56
+88.62%
1,235.03
+47.59%
836.77
-4.87%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
708.73
-35.23%
1,094.29
+0.06%
1,093.66
-56.75%
2,528.77
+8.55%
2,329.56
+88.62%
1,235.03
+47.59%