SISB ตั้งเป้าขยายโรงเรียนนานาชาติ ตอบรับนักเรียนจีนทะลัก! Q1/2568 กำไรโตต่อเนื่อง
1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview):
SISB ยังคงอยู่ใน SET100 และ MSCI Global Small Cap ตั้งแต่ปี 2566 ปัจจุบันมีหุ้นทั้งหมด 940 ล้านหุ้น โดยมีฟรีโฟลต 62.3% และอยู่ในตลาดประมาณ 37.7% ปัจจุบัน SISB ดำเนินการโรงเรียนนานาชาติใน 5 สาขา ได้แก่ ประชาอุทิศ, สุวรรณภูมิ, ชลบุรี, เชียงใหม่, และระยอง และมีแผนเปิดสาขาที่ 7 ในอนาคตอันใกล้นี้
2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities):
SISB มองเห็นโอกาสในการขยายโรงเรียนนานาชาติ โดยมีแผนที่จะเพิ่มที่นั่งเรียนใน 2 สาขาหลัก:
- ประชาอุทิศ: ลงทุน 265 ล้านบาท เพื่อเปิดเฟส 3 ใน Q1/2569 ขยายไปยังอาคารมัธยมปลาย รองรับนักเรียนที่เติบโตจากประถมและมัธยมต้น คาดว่าจะเพิ่มที่นั่งเรียนได้ 600 ที่
- รังสิต (แห่งที่ 7): เปิดโครงการแรกในเดือนสิงหาคม 2570 ลงทุน 300 ล้านบาท เพิ่มที่นั่งเรียน 700 ที่ ตั้งเป้าเป็นโรงเรียนนานาชาติราคาที่เข้าถึงได้ (affordable pricing) ในย่านรังสิตคลอง 3
3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges):
SISB อาจเผชิญความเสี่ยงจากการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดโรงเรียนนานาชาติ โดยเฉพาะในชลบุรีที่มีโรงเรียนนานาชาติเปิดใหม่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อจำนวนนักเรียน นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของผู้ปกครองในการส่งบุตรหลานเข้าเรียนในโรงเรียนนานาชาติ
4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation):
SISB ให้ความสำคัญกับคุณภาพการศึกษาเป็นอันดับแรก โดยมุ่งเน้นที่การพัฒนาหลักสูตรและบุคลากรที่มีคุณภาพ เพื่อสร้างความแตกต่างและดึงดูดนักเรียน นอกจากนี้ ยังมีการปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เช่น การเปิดโรงเรียนนานาชาติราคาที่เข้าถึงได้ในรังสิต เพื่อขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มผู้ปกครองที่มีกำลังซื้อปานกลาง
5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends):
SISB ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีในอนาคต โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการโรงเรียนนานาชาติที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากกลุ่มนักเรียนจีน นอกจากนี้ การขยายสาขาไปยังทำเลที่มีศักยภาพ เช่น รังสิต และการพัฒนาหลักสูตรที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด จะช่วยให้ SISB สามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
6. ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session): เริ่มต้น นาทีที่ 29:12
- สาเหตุการเลื่อนเปิดสาขารังสิต (นาทีที่ 29:22)
- คำถาม: เหตุผลในการเลื่อนเปิดสาขารังสิตเป็นปี 2570 คืออะไร?
- คำตอบ: ที่ดินแปลงนี้เพิ่งซื้อในเดือนธันวาคม 2567 ทำให้ต้องใช้เวลาในการออกแบบ และขออนุญาต รวมถึง SISB ต้องการเปิดโรงเรียนด้วยความพร้อม ไม่เร่งรีบ จึงเลื่อนไปเปิดสิงหาคม 2570 โดย Q4 จะเปิด Admission Office เพื่อรับสมัครนักเรียน
- จำนวนนักเรียนลดลงในไตรมาสก่อน (นาทีที่ 30:37)
- คำถาม: จำนวนนักเรียนลดลงจากไตรมาสก่อน 13 คน เกิดจากอะไร และส่วนใหญ่ลดลงที่โรงเรียนใด?
- คำตอบ: หลักๆ ลดลงที่ประชาอุทิศ 27 คน ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนจีนที่อาจกลับบ้าน หรือไปที่อื่น เพราะปรับตัวกับระบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษไม่ได้ รวมถึงโรงเรียนอาจประเมินว่าหลักสูตรไม่เหมาะสมกับนักเรียน
- จำนวนนักเรียนไตรมาส 2 (นาทีที่ 32:03)
- คำถาม: จำนวนนักเรียนในไตรมาส 2 มีประมาณเท่าไร?
- คำตอบ: ปัจจุบันมี 4,650 คน มากกว่าไตรมาส 1 ที่มี 4,607 คน ยอดนักเรียนที่ประชาอุทิศและธนบุรีเพิ่มขึ้น
- จำนวนนักเรียนปี 2568 จะถึงเป้า 5,000 คนหรือไม่ (นาทีที่ 32:47)
- คำถาม: จำนวนนักเรียนที่ประชาอุทิศและธนบุรีลดลง ปีนี้จะทำได้ถึงเป้า 5,000 คนหรือไม่?
- คำตอบ: ยังมี 2-3 เดือนก่อนเปิดเทอมสิงหาคม ปัจจุบันมีนักเรียนรอเข้าประมาณ 500 กว่าคน มั่นใจว่าจะทำได้ตามเป้า
- การแข่งขันในย่านธนบุรี (นาทีที่ 33:41)
- คำถาม: การแข่งขันในย่านธนบุรีเป็นอย่างไร?
- คำตอบ: มีโรงเรียนนานาชาติเปิดใหม่ ทำให้ SISB ต้องเน้นคุณภาพการศึกษา และผลงานของนักเรียนเป็นหลัก
- แผนรับมือการแข่งขัน (นาทีที่ 34:36)
- คำถาม: บริษัทมีแผนรับมือกับการแข่งขันที่สูงขึ้นอย่างไร?
- คำตอบ: เน้นคุณภาพการศึกษา และผลงานของนักเรียนที่สามารถเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำได้ รวมถึงขยายไปยังทำเลที่มีศักยภาพ
- การขาดแคลนครู (นาทีที่ 35:48)
- คำถาม: การแข่งขันที่สูงขึ้น อาจทำให้ขาดแคลนครูหรือไม่?
- คำตอบ: ไม่น่าจะขาดแคลนครู เพราะประเทศไทยเป็นที่ต้องการของครูทั่วโลก
- ภาพรวมนักเรียนต่างชาติ (นาทีที่ 36:08)
- คำถาม: บริษัทมองภาพรวมนักเรียนต่างชาติ โดยเฉพาะนักเรียนจีนอย่างไร หลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในไทย?
- คำตอบ: เหตุการณ์ต่างๆ ในไทยกระทบการท่องเที่ยว แต่ SISB ยังมีผู้สนใจเรียนอยู่ อาจไม่คึกคักเท่า 2-3 ปีก่อน เพราะมีตัวเลือกอื่น เช่น มาเลเซีย
- สถานะสาขาระยอง (นาทีที่ 37:11)
- คำถาม: สถานะของสาขาระยองเป็นอย่างไร?
- คำตอบ: ปัจจุบันมี 166 คน ต่ำกว่าเป้า จึงปรับกลยุทธ์ โดยจะย้ายเด็กโต (ม.3-ม.4) ไปประชาอุทิศ เพราะมีวิชาให้เลือกเรียนมากกว่า
- เป้านักเรียนปี 2569 (นาทีที่ 38:17)
- คำถาม: เป้าจำนวนนักเรียนปี 2569 ยังคงไว้ที่ 400 คน ใช่หรือไม่ เมื่อตัดสาขารังสิตออก?
- คำตอบ: ใช่ ยังตั้งเป้าไว้ที่ปีนี้ 5,000 คน และปีหน้า 5,400 คน
- สถานะสาขานนทบุรี (นาทีที่ 38:30)
- คำถาม: สถานะของโรงเรียนสาขานนทบุรีเป็นอย่างไร?
- คำตอบ: นนทบุรีเป็นตัวดาว (flagship) เปิดมาเกือบ 2 ปี มีนักเรียน 509 คน คาดว่าจะเปิดโรงเรียนได้ถึง 600 คนขึ้นไป
- การปรับขึ้นค่าเทอม (นาทีที่ 39:02)
- คำถาม: สิงหาคมปีนี้จะขึ้นค่าเทอมกี่เปอร์เซ็นต์?
- คำตอบ: ปรับขึ้น 3.3% ตามนโยบายที่มองเรื่อง Inflation
- การปรับค่าตอบแทนบุคลากร (นาทีที่ 39:22)
- คำถาม: มีนโยบายการปรับค่าตอบแทนบุคลากรอย่างไร และปีที่จะถึงนี้จะปรับขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์?
- คำตอบ: ตั้ง Budget ไว้ 5% แล้วให้แต่ละแผนกไปจัดสรรตามความเหมาะสม อาจได้ 1% หรือ 10% แต่ไม่เกินงบประมาณ
- การบริหารจัดการต้นทุน (นาทีที่ 40:00)
- คำถาม: การขึ้นค่าจ้างบุคลากรในอัตราที่ต่างจากการขึ้นค่าเทอม จะบริหารจัดการอย่างไร ให้อัตรากำไรเป็นไปตามเป้า?
- คำตอบ: สำคัญที่สุดคือ Teacher Student Ratio ซึ่ง SISB ใช้มาตรฐาน 8:1 และหากมีนักเรียนเพิ่มขึ้น 3.3-5% ก็ยังเป็น Positive อยู่
- ลูกหนี้การค้า (นาทีที่ 40:53)
- คำถาม: ลูกหนี้การค้าไม่เกิน 3 เดือน ส่วนใหญ่นักเรียนเรียนไปเกือบครบเทอม ถึงค่อยมาชำระเงินใช่หรือไม่?
- คำตอบ: ไม่ใช่ เป็น Invoice ที่ออกสำหรับเทอม 3 ซึ่งจะเปิดหลังสงกรานต์ และออก Invoice ในเดือนมีนาคม
- ปัญหาการชำระค่าเล่าเรียน (นาทีที่ 41:23)
- คำถาม: ผู้ปกครองมีปัญหาเรื่องการชำระค่าเล่าเรียนหรือไม่?
- คำตอบ: มีน้อยมาก เพราะเข้าใจ Policy ของโรงเรียน และหากมีปัญหา ก็จะแจ้งโรงเรียนเพื่อขอผ่อนผัน
- ผลกระทบจากเศรษฐกิจ (นาทีที่ 41:56)
- คำถาม: ภาวะเศรษฐกิจที่แย่ลง จะมีผลกระทบต่อจำนวนนักเรียนใหม่มากน้อยแค่ไหน?
- คำตอบ: ต้อง Balance กัน โดยดูว่านักเรียนปัจจุบันมีปัญหาการเงินหรือไม่ ปีที่แล้วรับ 900-1,000 คน ปีนี้ Forecast ไว้ 800 คน อาจ Drop ลง 10% แต่ยัง Positive อยู่
- อัตราการลาออกของนักเรียนต่างชาติ (นาทีที่ 42:47)
- คำถาม: อัตราการลาออกของนักเรียนต่างชาติเป็นอย่างไร เมื่อเทียบกับนักเรียนไทย?
- คำตอบ: ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา นักเรียนต่างชาติลาออกมากกว่านักเรียนไทย ประมาณเท่าตัว
- Pre-Operating Cost สาขารังสิต (นาทีที่ 44:00)
- คำถาม: Pre-Operating Cost ของสาขารังสิต จะบันทึกในงบไตรมาสไหน และประมาณเท่าไร?
- คำตอบ: จะเกิดขึ้นช่วงไตรมาส 2 ของปี 2570 ส่วนจำนวนเงินยังตอบไม่ได้ ขึ้นอยู่กับ Project ที่จะลงทุน เช่น Sales Office ค่าเช่า ค่าจ้างบุคลากร
- Utilization Rate ธนบุรี (นาทีที่ 45:03)
- คำถาม: Utilization Rate ของสาขาธนบุรีอยู่ที่ระดับ 70% จะมีการขยายที่นั่งหรือไม่?
- คำตอบ: ปีที่ผ่านมาเพิ่ม 300 ที่นั่ง จาก 1,665 เป็น 1,945 ปัจจุบันมีเด็ก 1,420 คน Utilization Rate อยู่ที่ 85.3% หากมีนักเรียนเพิ่มขึ้น 1,600-1,700 คน ก็จะเริ่มสร้างตึกใหม่
- Utilization Rate นนทบุรี (นาทีที่ 46:15)
- คำถาม: Utilization Rate ที่สาขานนทบุรีอยู่ที่ 48.9% หากเปิดใช้งาน 400 ที่นั่งที่เหลือ จะต้องลงทุนเพิ่มหรือไม่?
- คำตอบ: นนทบุรีค่อนข้างสดใส (bullish) ปัจจุบันมี 509 คน จากจำนวนที่เปิดอยู่ 660 (77.1%) ถ้ามีนักเรียนถึง 700-750 คน ต้องสร้างตึกใหม่
- การรับกำไรจากสาขาเชียงใหม่ (นาทีที่ 47:18)
- คำถาม: ปกติรับกำไรจากสาขาเชียงใหม่อย่างไร?
- คำตอบ: รับกำไรโดย Take Equity 50% เข้า Bottom Line
- นักเรียน On Hand 500 คน (นาทีที่ 47:40)
- คำถาม: นักเรียน On Hand 500 คน ในไตรมาส 3 มีความแน่นอนแล้วใช่หรือไม่?
- คำตอบ: ค่อนข้างแน่นอน เพราะมาจากโรงเรียน และมั่นใจในตัวเลข
- การซื้อหุ้นคืน (นาทีที่ 48:05)
- คำถาม: ราคาหุ้นลงมามาก บริษัทมีแนวคิดที่จะซื้อหุ้นคืนหรือไม่?
- คำตอบ: มีหารือกันภายใน แต่ยังไม่แน่ใจ เพราะมีผู้ถือหุ้นขายหุ้นออกมาตลอดตั้งแต่ต้นปี
- นักเรียนลาออก (นาทีที่ 49:05)
- คำถาม: นักเรียนลาออกตอนใกล้สิ้นปีการศึกษา 2568 มากกว่า หรือน้อยกว่าปีที่แล้ว?
- คำตอบ: ลาออกน้อยกว่าปีที่แล้ว โดยอัตราลาออกดีขึ้น
- แนวโน้มผลการดำเนินงาน (นาทีที่ 49:56)
- คำถาม: แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 และทั้งปี 2568 เป็นอย่างไร?
- คำตอบ: ไตรมาส 1 มีกำไร 238 ล้านบาท ไตรมาส 2 น่าจะใกล้เคียงกัน เพราะนักเรียนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่วนไตรมาส 3 อาจมีนักเรียนเพิ่มขึ้นอีก คาดว่าทั้งปีจะมี Net Profit ประมาณ 1,000 ล้านบาท
โดยสรุป SISB ยังคงมุ่งมั่นที่จะขยายธุรกิจโรงเรียนนานาชาติ โดยเน้นที่คุณภาพการศึกษา และการสร้างความแตกต่าง เพื่อดึงดูดนักเรียนทั้งชาวไทย และต่างชาติ ถึงแม้ว่าจะมีความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจ และการแข่งขันที่สูงขึ้น แต่ SISB ก็มีแผนการรับมือที่ชัดเจน และมั่นใจว่าจะสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว