บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
5.35
+0.10 (+1.90%)
สรุปสั้น
บริษัท SCGD รายงานว่าในไตรมาส 2/2567 ยอดขายรวมลดลง 8% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ EBITDA และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 13% และ 45% ตามลำดับ ส่วนรายได้จากต่างประเทศดีขึ้น โดยเฉพาะจากเวียดนามที่มีกฎหมายที่ดินใหม่ที่จะมีผลในเดือนสิงหาคม 2567.
ในไตรมาส 3/2567 ตลาดกระเบื้องและสุขภัณฑ์ในประเทศไทยอาจดีขึ้นจากการใช้จ่ายของภาครัฐ แต่ยังต้องระวังหนี้ครัวเรือนที่สูง ส่วนตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนาม มีแนวโน้มเติบโตหลังการบังคับใช้กฎหมายที่ดินใหม่ และการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในอินโดนีเซียอาจส่งผลดีต่อตลาด.
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4034 out_tok=2527 at=2026-07-26T03:46:41 -->
# SCGD กำไรสุทธิปี 65 หด 32% เหลือ 904 ล้านบาท รับแรงกดดันต้นทุนอ้อยพุ่ง-ขาดทุนอนุพันธ์
## รายได้โตตามราคาน้ำตาลโลก แต่ต้นทุนวัตถุดิบและสัญญาอนุพันธ์ฉุดกำไรขั้นต้นหดตัว
บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD รายงานผลประกอบการปีบัญชี 2565 (สิ้นสุด 31 ต.ค. 66) มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 904 ล้านบาท ลดลง 418 ล้านบาท หรือ 32% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้รายได้จากการขายจะเติบโต 13% เป็น 18,301 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาขายน้ำตาลที่สูงขึ้นตามตลาดโลก และปริมาณการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนวัตถุดิบ (อ้อย) ที่สูงขึ้น ประกอบกับผลขาดทุนจากสัญญาอนุพันธ์ และค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ SCGD ในปี 2565 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การหดตัวของกำไรขั้นต้น** แม้รายได้จากการขายจะเติบโตถึง 13% เป็น 18,301 ล้านบาท โดยกำไรขั้นต้นลดลง 6% จาก 2,788 ล้านบาท เป็น 2,618 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ลดลงจาก 17% เป็น 14% นอกจากนี้ ยังมี **ผลขาดทุนจากสัญญาอนุพันธ์** และ **ผลขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัทร่วม** ที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยตรง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การหดตัวของกำไรขั้นต้นมีสาเหตุหลักมาจาก **ราคาวัตถุดิบ (อ้อย) ที่มีราคาสูงขึ้น** เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต นอกจากนี้ ฝ่ายจัดการยังระบุว่ามี **ผลขาดทุนจากสัญญาอนุพันธ์** ซึ่งเกิดจากความผันผวนของสภาวะราคาน้ำตาลในตลาดโลก เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่กดดันกำไรขั้นต้น ในส่วนของรายได้ที่เพิ่มขึ้นนั้น มาจากการที่ **ปริมาณการขายน้ำตาลที่เพิ่มขึ้น 12%** และ **ราคาขายน้ำตาลโดยรวมเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 8%** อันเป็นผลมาจากราคาน้ำตาลตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยสัดส่วนปริมาณขายน้ำตาลส่งออกต่างประเทศคิดเป็น 77% ของปริมาณขายทั้งหมด ขณะที่รายได้จากการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 28% จากปริมาณและราคาขายที่สูงขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **มีโอกาสที่จะเกิดผลกระทบต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของ **ความผันผวนของราคาน้ำตาลตลาดโลก** ซึ่งส่งผลต่อผลขาดทุนจากสัญญาอนุพันธ์ และ **ราคาวัตถุดิบ (อ้อย)** ที่อาจยังคงอยู่ในระดับสูง แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าปริมาณการขายน้ำตาลและไฟฟ้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่ผลกระทบจากต้นทุนและราคาที่ผันผวนยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 32%:** กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ปี 2565 อยู่ที่ 904 ล้านบาท ลดลงจาก 1,321 ล้านบาทในปี 2565
* **รายได้จากการขายเติบโต 13%:** รายได้รวมอยู่ที่ 18,301 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากน้ำตาลทรายและกากน้ำตาลที่เพิ่มขึ้น 12% และไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น 28%
* **กำไรขั้นต้นหดตัว 6%:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 17% เป็น 14% เนื่องจากราคาวัตถุดิบ (อ้อย) ที่สูงขึ้น และผลขาดทุนจากสัญญาอนุพันธ์
* **ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น:** ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 18% จากค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายในการขายส่งออกที่สูงขึ้นตามปริมาณการขาย
* **ผลขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุน:** มีการบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัทร่วมจำนวน 196 ล้านบาท
* **อัตราหนี้สินต่อทุน (IBD/Equity Ratio) อยู่ที่ 0.67 เท่า:** สะท้อนฐานะทางการเงินที่ยังคงแข็งแกร่ง
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทน้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) หรือ KSL (ซึ่งเอกสารระบุชื่อบริษัทผิดเป็น SCGD แต่เนื้อหาเป็นของ KSL) รายงานผลประกอบการปีบัญชี 2565 (1 พ.ย. 65 - 31 ต.ค. 66) มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 904 ล้านบาท ลดลง 32% จาก 1,321 ล้านบาทในปี 2565 รายได้จากการขายรวม 18,301 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% จาก 16,178 ล้านบาท โดยรายได้จากน้ำตาลทรายและกากน้ำตาลเพิ่มขึ้น 12% เป็น 15,860 ล้านบาท จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 89,174 ตัน (12%) และราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น 8% ตามราคาน้ำตาลตลาดโลก รายได้จากไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 28% เป็น 1,638 ล้านบาท จากปริมาณและราคาขายที่สูงขึ้น ส่วนรายได้จากธุรกิจสนับสนุนเพิ่มขึ้น 13% เป็น 803 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นลดลง 6% เป็น 2,618 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 17% เป็น 14% เนื่องจากราคาวัตถุดิบ (อ้อย) ที่สูงขึ้น และมีผลขาดทุนจากสัญญาอนุพันธ์ ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 18% เป็น 511 ล้านบาท จากค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายในการขายส่งออกที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการขาย นอกจากนี้ ยังมีผลขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัทร่วมจำนวน 196 ล้านบาท
## โอกาส
* **ราคาน้ำตาลตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น:** เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการขายน้ำตาลทรายและกากน้ำตาล โดยเฉพาะส่วนที่ขายส่งออก
* **ปริมาณการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น:** สนับสนุนรายได้จากธุรกิจไฟฟ้า ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง
* **การสนับสนุนชาวไร่เพิ่มผลผลิตอ้อย:** เป็นการลงทุนระยะยาวเพื่อรักษาและเพิ่มปริมาณวัตถุดิบในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำตาลตลาดโลก:** อาจส่งผลกระทบต่อผลขาดทุนจากสัญญาอนุพันธ์ และความสามารถในการทำกำไร
* **ราคาวัตถุดิบ (อ้อย) ที่มีราคาสูงขึ้น:** กดดันต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น:** โดยเฉพาะค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายในการขายส่งออก
* **ผลขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุน:** เป็นรายการที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยตรง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาน้ำตาลตลาดโลก และผลกระทบต่อสัญญาอนุพันธ์
* ราคาวัตถุดิบ (อ้อย) และการบริหารจัดการต้นทุนการผลิต
* ปริมาณและราคาขายไฟฟ้า รวมถึงการขยายกำลังการผลิต
* แผนการบริหารจัดการเงินลงทุนในบริษัทร่วม และการประเมินมูลค่าเงินลงทุน
* ทิศทางค่าใช้จ่ายในการขายและต้นทุนการจัดจำหน่าย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
*หมายเหตุ: เอกสารที่ได้รับเป็นของบริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) หรือ KSL ซึ่งอยู่ในกลุ่มธุรกิจเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ไม่ใช่ SCGD ที่อยู่ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ดังนั้น การวิเคราะห์ในส่วนนี้จะอิงตามข้อมูลที่ได้รับมาของ KSL และจะไม่สามารถใช้เลนส์ sector อสังหาริมทรัพย์ได้*
**รายได้จากการขาย:**
* **น้ำตาลทรายและกากน้ำตาล:** เพิ่มขึ้น 12% เป็น 15,860 ล้านบาท จากปริมาณขายเพิ่มขึ้น 12% และราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 8% โดยสัดส่วนการขายส่งออกคิดเป็น 77% ของปริมาณขายทั้งหมด
* **ไฟฟ้า:** เพิ่มขึ้น 28% เป็น 1,638 ล้านบาท จากปริมาณและราคาขายที่สูงขึ้น
* **ธุรกิจสนับสนุน (ปุ๋ย, น้ำมัน, อื่นๆ):** เพิ่มขึ้น 13% เป็น 803 ล้านบาท จากการสนับสนุนชาวไร่
**ต้นทุนและกำไรขั้นต้น:**
* **กำไรขั้นต้น:** ลดลง 6% เป็น 2,618 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 17% เป็น 14%
* **สาเหตุ:** ราคาวัตถุดิบ (อ้อย) สูงขึ้น และมีผลขาดทุนจากสัญญาอนุพันธ์
**ค่าใช้จ่าย:**
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่าย:** เพิ่มขึ้น 18% เป็น 511 ล้านบาท จากค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายในการขายส่งออกที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการขาย
**รายการพิเศษ:**
* **ผลขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัทร่วม:** 196 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** 39,798 ล้านบาท
* **หนี้สินรวม:** 18,221 ล้านบาท
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม:** 21,577 ล้านบาท
* **อัตราหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/Equity Ratio):** 0.67 เท่า ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2566
## สรุปท้าย
แม้ว่าบริษัท น้ำตาลขอนแก่น (KSL) จะสามารถเพิ่มรายได้จากการขายได้อย่างน่าพอใจในปี 2565 จากปัจจัยบวกด้านราคาน้ำตาลในตลาดโลกและปริมาณการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น แต่ผลประกอบการสุทธิกลับได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ (อ้อย) และผลขาดทุนจากสัญญาอนุพันธ์ ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับรายการขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุน ทำให้กำไรสุทธิลดลงถึง 32% นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาน้ำตาลโลก ต้นทุนวัตถุดิบ และการบริหารจัดการความเสี่ยงจากสัญญาอนุพันธ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCGD ไตรมาส 2/2024
รายได้รวม
5,413.03
ล้านบาท
↓ 11.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,416.33
ล้านบาท
↓ 4.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.17
%
กำไรสุทธิ
188.12
ล้านบาท
↑ 136.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.48
%
D/E Ratio
0.88
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
5,413
↓ -11.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,416
↓ -4.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
188
↑ + 136.3%
YoY
D/E Ratio
0.88
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCGD
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.88
ROE (%)
5.02
ROA (%)
4.30
Book Value/หุ้น
11.07
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCGD
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,408
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+759
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCGD
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 |
|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,407.54
-178.78%
|
1,786.67
-48.87%
|
3,494.38
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
758.50
-130.73%
|
-2,468.23
+185.37%
|
-864.93
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
560.96
-328.66%
|
-245.33
-130.59%
|
802.12
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
200.65
-115.38%
|
-1,304.30
-138.01%
|
3,431.56
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
4,203.72
-19.21%
|
5,203.26
+186.44%
|
1,816.52
-46.87%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,655.64
-13.04%
|
4,203.72
-19.21%
|
5,203.26
+186.44%
|