SCGD
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SCGD
บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
5.35
+0.10 (+1.90%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 2 ปี 2569

สรุปสั้น

บริษัท SCGD รายงานว่าในไตรมาส 2/2567 ยอดขายรวมลดลง 8% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ EBITDA และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 13% และ 45% ตามลำดับ ส่วนรายได้จากต่างประเทศดีขึ้น โดยเฉพาะจากเวียดนามที่มีกฎหมายที่ดินใหม่ที่จะมีผลในเดือนสิงหาคม 2567. ในไตรมาส 3/2567 ตลาดกระเบื้องและสุขภัณฑ์ในประเทศไทยอาจดีขึ้นจากการใช้จ่ายของภาครัฐ แต่ยังต้องระวังหนี้ครัวเรือนที่สูง ส่วนตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนาม มีแนวโน้มเติบโตหลังการบังคับใช้กฎหมายที่ดินใหม่ และการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในอินโดนีเซียอาจส่งผลดีต่อตลาด.

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-3.1-flash-lite in_tok=21541 out_tok=1636 at=2026-08-14T05:01:20 --> # SCGD เผยผลงาน Q2/2569 รับแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายพิเศษโครงการปรับโครงสร้างการผลิต ## รายได้-กำไรจากการดำเนินงานปกติยังแกร่ง แม้บันทึกรายการด้อยค่าสินทรัพย์กดดันตัวเลขตามงบการเงิน บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 โดยหากพิจารณาเฉพาะการดำเนินงานปกติ (Adjusted) บริษัทมีกำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 268 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY และ 16% QoQ สะท้อนความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่ง ทว่าในงบการเงินรวมได้บันทึกค่าใช้จ่ายที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำ (Non-recurring expenses) จำนวน 690 ล้านบาท จากโครงการรวมศูนย์สายการผลิต (Plant Consolidation) ในประเทศไทย ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิตามงบการเงินที่ 282 ล้านบาท ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน **1) หัวใจคืออะไร** หัวใจสำคัญของผลประกอบการรอบนี้คือ "การบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิต" ที่ช่วยประคองกำไรจากการดำเนินงานปกติให้เติบโตได้ แม้รายได้รวมจะชะลอตัวลง โดยปัจจัยกดดันหลักในงบการเงินคือ "ค่าใช้จ่ายพิเศษจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ (Plant Consolidation)" จำนวน 690 ล้านบาท ซึ่งเป็นการด้อยค่าและตัดจำหน่ายสินทรัพย์และสินค้าคงเหลือ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การผลิตที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในอนาคต **2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น** * **การดำเนินงานปกติ:** บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนพลังงานและต้นทุนทางการเงินได้ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเป็น 29.8% (จาก 26.4% ในไตรมาสก่อน) นอกจากนี้ ยอดขายในเวียดนามเติบโตโดดเด่นจากการส่งออกที่เพิ่มขึ้นและการขยายตัวของกระเบื้องเกลซพอร์ซเลน ซึ่งช่วยชดเชยยอดขายในไทยที่ชะลอตัวตามกำลังซื้อ * **รายการพิเศษ:** ค่าใช้จ่าย 690 ล้านบาท เป็นรายการทางบัญชีส่วนใหญ่ (Non-cash basis) ที่เกิดจากการย้ายสายการผลิตมาไว้ในพื้นที่เดียวกัน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว **3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** * **รายการพิเศษ:** มีลักษณะเป็น "ครั้งคราว" เนื่องจากเป็นการปรับโครงสร้างการผลิตครั้งใหญ่ ซึ่งจะสิ้นสุดลงตามแผนงาน * **ผลการดำเนินงานปกติ:** **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะจากการลดต้นทุนผันแปรที่จะเห็นผลชัดเจน 16-20% ตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2570 เป็นต้นไป รวมถึงกลยุทธ์การเพิ่มสัดส่วนการผลิตกระเบื้องเกลซพอร์ซเลนในเวียดนามที่จะช่วยหนุนมาร์จินในระยะยาว ## Highlight สำคัญ * **กำไรปกติโต:** Adjusted Profit ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 268 ล้านบาท (+2% YoY, +16% QoQ) * **รายได้รวม:** อยู่ที่ 5,370 ล้านบาท (-7% YoY, -3% QoQ) จากความต้องการในไทยที่ชะลอตัว * **โครงการ Plant Consolidation:** บันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษ 690 ล้านบาท ส่งผลให้งบการเงินรวมมีผลขาดทุน 282 ล้านบาท * **เวียดนามสดใส:** ปริมาณการขายกระเบื้องเกลซพอร์ซเลนในเวียดนามทำสถิติสูงสุดในรอบ 2 ปี (+18% YoY) * **ฐานะการเงิน:** แข็งแกร่งด้วยเงินสดในมือ 9,218 ล้านบาท และประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.155 บาทต่อหุ้น ## ภาพรวมผลประกอบการ ผลประกอบการปกติสะท้อนความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้นจากประสิทธิภาพการผลิตและการปรับราคาขายให้สะท้อนต้นทุน แม้ภาพรวมรายได้จะได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อในไทยที่ชะลอตัวและผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า แต่การเติบโตในตลาดเวียดนามและฟิลิปปินส์ช่วยพยุงรายได้รวมไว้ได้ ## โอกาส * การยกระดับสู่การผลิตกระเบื้องเกลซพอร์ซเลน (HVA) ที่มีมาร์จินสูงขึ้นทั้งในไทยและเวียดนาม * การขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายในเวียดนามและฟิลิปปินส์เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดอสังหาฯ * การเติบโตของสินค้ากลุ่มวัสดุตกแต่งพื้นผิวใหม่ (SPC) ที่มียอดขายโตถึง 34% ในครึ่งปีแรก ## ความเสี่ยง * ความผันผวนของราคาพลังงานและค่าเงินในภูมิภาค (โดยเฉพาะรูเปียห์อินโดนีเซีย) * การแข่งขันที่รุนแรงจากสินค้านำเข้าในประเทศไทย * ปัจจัยฤดูกาล (ฤดูฝน) ในเวียดนามที่อาจกระทบความต้องการในไตรมาส 3 ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ 1. ความคืบหน้าของโครงการ Plant Consolidation ในไทยว่าจะช่วยลดต้นทุนได้ตามเป้าหมายหรือไม่ 2. การฟื้นตัวของกำลังซื้อในไทยและมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของภาครัฐ 3. ความคืบหน้าของคดีความ KIA ในอินโดนีเซีย (ขั้น Case Review) 4. การบริหารจัดการต้นทุนพลังงานในตลาดอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) บริษัทเน้นการปรับโครงสร้างการผลิต (Plant Consolidation) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตกระเบื้องเกลซพอร์ซเลน ซึ่งเป็นสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง (HVA) โดยตั้งเป้าให้มีกำลังการผลิตเป็น 50% ภายในปี 2573 ในขณะที่ธุรกิจในเวียดนาม (PRIME) กลายเป็นฐานการผลิตและส่งออกสำคัญที่ช่วยกระจายความเสี่ยงจากตลาดในประเทศ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่ง โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 9,218 ล้านบาท (25% ของสินทรัพย์รวม) อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 1.4 เท่า และ Net Debt to Equity อยู่ที่ 0.2 เท่า สะท้อนความสามารถในการรองรับการลงทุนในอนาคต ## สรุปท้าย แม้ SCGD จะบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษจากการปรับโครงสร้างการผลิตจนส่งผลให้มีผลขาดทุนในไตรมาสนี้ แต่หากมองข้ามรายการดังกล่าวจะพบว่าธุรกิจหลักยังคงเติบโตได้ดี โดยเฉพาะในเวียดนามและกลุ่มสินค้าใหม่ การลงทุนครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาวผ่านการลดต้นทุนและเพิ่มสัดส่วนสินค้า HVA ซึ่งนักลงทุนควรติดตามผลลัพธ์จากการปรับโครงสร้างนี้ในระยะถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCGD ไตรมาส 2/2024
รายได้รวม
5,413.03 ล้านบาท
↓ 11.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,416.33 ล้านบาท
↓ 4.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.17 %
กำไรสุทธิ
188.12 ล้านบาท
↑ 136.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.48 %
D/E Ratio
0.88
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
5,413
↓ -11.6% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,416
↓ -4.8% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
188
↑ + 136.3% YoY
D/E Ratio
0.88

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.88
ROE (%)
5.02
ROA (%)
4.30
Book Value/หุ้น
11.07

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCGD

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
18,653.60
-9.13%
20,527.26
-9.64%
22,717.57
+7.53%
21,127.51
-9.85%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
17,934.27
-7.06%
19,295.89
+1.92%
18,933.27
-2.52%
19,422.89
-17.35%
รวมสินทรัพย์
36,587.87
-8.12%
39,823.15
-4.39%
41,650.84
+2.71%
40,550.40
-13.61%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
12,356.13
-28.13%
17,192.74
-6.81%
18,449.62
-6.55%
19,741.82
+162.22%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
4,774.56
+148.09%
1,924.53
+1.86%
1,889.30
-4.77%
1,983.99
-20.54%
รวมหนี้สิน
17,130.69
-10.39%
19,117.26
-6.01%
20,338.92
-6.38%
21,725.80
+116.70%
รวมส่วนของเจ้าของ
19,457.18
-6.03%
20,705.89
-2.84%
21,311.92
+13.21%
18,824.60
-49.00%
D/E
0.88
0.92
0.95
1.15
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
5.02
4.17
1.84
-2.66
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
4.30
3.83
3.59
1.82
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.51
1.19
1.23
1.07
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.96
0.75
0.80
0.63
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
53.91
58.60
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
157.21
147.82
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
73.17
70.41
0.00
0.00
วงจรเงินสด
137.95
136.01
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,408
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+759
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCGD

รายการ 2569 2568 2567 2566
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-1,407.54
-178.78%
1,786.67
-48.87%
3,494.38
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
758.50
-130.73%
-2,468.23
+185.37%
-864.93
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
560.96
-328.66%
-245.33
-130.59%
802.12
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
200.65
-115.38%
-1,304.30
-138.01%
3,431.56
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
4,203.72
-19.21%
5,203.26
+186.44%
1,816.52
-46.87%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
3,655.64
-13.04%
4,203.72
-19.21%
5,203.26
+186.44%