บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
5.10
+0.05 (+0.99%)
สรุปสั้น
บริษัท SCGD รายงานว่าในไตรมาส 2/2567 ยอดขายรวมลดลง 8% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ EBITDA และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 13% และ 45% ตามลำดับ ส่วนรายได้จากต่างประเทศดีขึ้น โดยเฉพาะจากเวียดนามที่มีกฎหมายที่ดินใหม่ที่จะมีผลในเดือนสิงหาคม 2567.
ในไตรมาส 3/2567 ตลาดกระเบื้องและสุขภัณฑ์ในประเทศไทยอาจดีขึ้นจากการใช้จ่ายของภาครัฐ แต่ยังต้องระวังหนี้ครัวเรือนที่สูง ส่วนตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนาม มีแนวโน้มเติบโตหลังการบังคับใช้กฎหมายที่ดินใหม่ และการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในอินโดนีเซียอาจส่งผลดีต่อตลาด.
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
**บทสรุปผลประกอบการของ บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) (SCGD) ไตรมาส 1 ปี 2569**
**1. สรุปรายได้รวม:**
ในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 SCGD มีรายได้จากการขาย 5,552 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า หากไม่รวมผลกระทบจากการแปลงค่าเงินสกุลต่างประเทศ รายได้จากการขายจะลดลงเพียงร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า กำไรในส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทอยู่ที่ 247 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 จากปีก่อนหน้า และเพิ่มขึ้นร้อยละ 31 จากไตรมาสก่อนหน้า (หน้า 2, 3)
EBITDA อยู่ที่ 780 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 3 จากปีก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 จากไตรมาสก่อนหน้า EBITDA on Sales อยู่ที่ร้อยละ 14.1 ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า (หน้า 2, 3)
Adjusted cash EBITDA อยู่ที่ 761 ล้านบาท และมีกำไรในส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท (Adjusted Profit) ที่ 232 ล้านบาท (หน้า 2)
**2. สถานการณ์เศรษฐกิจ:**
บริษัทได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางอย่างจำกัด พร้อมมาตรการรับมือราคาพลังงานผันผวนจากสถานการณ์ดังกล่าว (หน้า 2)
**3. การเปลี่ยนแปลงในรายได้และกำไร:**
อัตราการทำกำไรขั้นต้นอยู่ที่ร้อยละ 26.4 ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่ร้อยละ 26.7 และจากปีก่อนหน้าที่ร้อยละ 26.5 สอดคล้องกับปริมาณการขายที่ลดลง ผลกระทบของค่าเงินบาทแข็งค่า และจากค่าใช้จ่ายด้านการซ่อมบำรุงที่เพิ่มขึ้นระหว่างที่โรงงานหยุดเดินเครื่องในช่วงเทศกาลตรุษญวน (หน้า 4)
บริษัทมี EBITDA เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 และกำไรในส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทเพิ่มขึ้นร้อยละ 31 ขณะที่รายได้จากการขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 จากรายได้จากการขายในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นเป็นหลัก (หน้า 3)
ต้นทุนขายลดลง 291 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องกับปริมาณการขายที่ลดลง และเพิ่มขึ้น 195 ล้านบาท สอดคล้องกับปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นเทียบไตรมาสก่อน (หน้า 5)
ต้นทุนพลังงานผลิตกระเบื้องต่อตารางเมตรลดลงต่อเนื่องถึงระดับที่ทรงตัวจากไตรมาสก่อนหน้าอยู่ที่ 29 บาทต่อตารางเมตร เนื่องจากการใช้พลังงานทางเลือกอย่างต่อเนื่อง (หน้า 5)
ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงอยู่ที่ 1,192 ล้านบาท ลดลง 100 ล้านบาทจากปีก่อน และใกล้เคียงไตรมาสก่อน จากการควบคุมค่าใช้จ่ายและผลจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ (หน้า 5)
**4. สินทรัพย์และหนี้สิน:**
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวมจำนวน 37,220 ล้านบาท รายการเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดรวม 9,114 ล้านบาท (หน้า 5)
บริษัทมีหนี้สินรวมจำนวน 17,342 ล้านบาท หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยอยู่ที่ 12,563 ล้านบาท ในขณะที่มีส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 19,878 ล้านบาท (หน้า 5)
อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA คงเดิมจากไตรมาสก่อนที่ 1.1 เท่า และลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 1.5 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นคงเดิมที่ 0.2 เท่า (หน้า 5)
**ประเด็นสำคัญเพิ่มเติม:**
* **กลยุทธ์การดำเนินงาน:** บริษัทมุ่งเน้นการเติบโตในธุรกิจตกแต่งพื้นผิว PRIME, การเพิ่มยอดขายสุขภัณฑ์ในอาเซียน, การขยายกลุ่มสินค้าใหม่และสินค้าเกี่ยวเนื่อง, การเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในกลุ่มสินค้าวัสดุตกแต่งพื้นผิว SPC, และการตอบสนองความต้องการทุกกลุ่มลูกค้าด้วยสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง (HVA) และสินค้ากลุ่ม Smart Value (SVP) (หน้า 5, 6)
* **การลดต้นทุน:** บริษัทเพิ่มความสามารถในการแข่งขันผ่านการลดต้นทุนด้านพลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงชีวมวลกว่าร้อยละ 25 และสัดส่วนการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์แล้วกว่าร้อยละ 13.6 (หน้า 6)
* **มาตรการรับมือผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง:** บริษัทได้วางแผนการรับมือผลกระทบจากราคาน้ำมันโลกที่ผันผวน ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาพลังงานหลักที่ใช้ในการผลิตกระเบื้อง (หน้า 7)
* **แนวโน้มตลาด:** คาดการณ์สถานการณ์ตลาดภายในประเทศไทยยังคงชะลอตัว ในขณะที่ตลาดเวียดนามยังมีแนวโน้มขยายตัว (หน้า 7)
* **ผลการดำเนินงานรายประเทศ:** สัดส่วนรายได้จากการขายจากธุรกิจในประเทศไทยอยู่ที่ร้อยละ 66, ประเทศเวียดนามอยู่ที่ร้อยละ 20, ประเทศฟิลิปปินส์อยู่ที่ร้อยละ 9, และประเทศอินโดนีเซียอยู่ที่ร้อยละ 5 (หน้า 9)
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCGD ไตรมาส 2/2024
รายได้รวม
5,413.03
ล้านบาท
↓ 11.6% YoY
กำไรขั้นต้น
1,416.33
ล้านบาท
↓ 4.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.17
%
กำไรสุทธิ
188.12
ล้านบาท
↑ 136.3% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.48
%
D/E Ratio
0.88
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
5,413
↓ -11.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,416
↓ -4.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
188
↑ + 136.3%
YoY
D/E Ratio
0.88
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCGD
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.88
ROE (%)
5.02
ROA (%)
4.30
Book Value/หุ้น
11.16
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCGD
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,408
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+759
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCGD
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 |
|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,407.54
-178.78%
|
1,786.67
-48.87%
|
3,494.38
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
758.50
-130.73%
|
-2,468.23
+185.37%
|
-864.93
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
560.96
-328.66%
|
-245.33
-130.59%
|
802.12
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
200.65
-115.38%
|
-1,304.30
-138.01%
|
3,431.56
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
4,203.72
-19.21%
|
5,203.26
+186.44%
|
1,816.52
-46.87%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,655.64
-13.04%
|
4,203.72
-19.21%
|
5,203.26
+186.44%
|