บริษัท ระยองไวร์ อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.16
+0.01 (+6.67%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4932 out_tok=2841 at=2026-07-26T02:34:22 -->
RWI พลิกขาดทุนสุทธิ 222 ล้านบาทปี 2565 รับผลกระทบราคาวัตถุดิบ-สต็อกสูง
ฝ่ายจัดการ RWI ชี้รายได้รวมเพิ่ม 7% แต่ต้นทุนพุ่งสูงกว่าราคาขาย ส่งผลขาดทุนจากการผลิต ขณะที่การวัดมูลค่าตราสารทุนก็เป็นอีกปัจจัยกดดันผลประกอบการทั้งปี
บริษัท ระยองไวร์ อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ RWI รายงานผลประกอบการปี 2565 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 โดยมีผลขาดทุนสุทธิรวม 222.02 ล้านบาท พลิกจากปี 2564 ที่มีกำไรสุทธิ 179.92 ล้านบาท แม้รายได้จากการผลิตและขายสินค้าจะปรับเพิ่มขึ้น 7.01% เป็น 941.14 ล้านบาท แต่ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าราคาขาย ประกอบกับผลขาดทุนจากการวัดมูลค่าตราสารทุน ส่งผลให้ภาพรวมทั้งปีขาดทุนสุทธิ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ทำให้ RWI พลิกขาดทุนสุทธิในปี 2565 มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ การขาดทุนจากการผลิตและการขายสินค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และผลขาดทุนจากการวัดมูลค่าตราสารทุน
ประการแรก การขาดทุนจากการผลิตและการขายสินค้าในปี 2565 อยู่ที่ 69.57 ล้านบาท เทียบกับปี 2564 ที่มีกำไร 72.91 ล้านบาท คิดเป็นการลดลง 195.43% สาเหตุสำคัญมาจากราคาตลาดของวัตถุดิบที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาขายสินค้าปรับลดลงตามไปด้วย ในขณะที่วัตถุดิบคงเหลือในสต็อกยังมีต้นทุนสูงกว่าราคาตลาดปัจจุบัน ทำให้บริษัทฯ ต้องตั้งสำรองผลขาดทุนจากราคาขายต่ำกว่าราคาทุนตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 2 เป็นจำนวน 34 ล้านบาท ซึ่งรวมอยู่ในต้นทุนขายแล้ว นอกจากนี้ ต้นทุนขายยังเพิ่มขึ้น 25.97% เป็น 945.52 ล้านบาท เนื่องจากราคาวัตถุดิบมีความผันผวนสูง และลูกค้าเกิดการชะลอคำสั่งซื้อสินค้า ส่งผลให้ต้นทุนขายสูงกว่าราคาขาย
ประการที่สอง คือ ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่าตราสารทุนในปี 2565 จำนวน 152.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 255.67% เมื่อเทียบกับปี 2564 ซึ่งมีกำไรจากรายการดังกล่าว 98.12 ล้านบาท สาเหตุหลักเกิดจากขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (unrealized loss) จากการปรับมูลค่ายุติธรรมของหลักทรัพย์ในพอร์ตการลงทุนตามกลไกตลาด ณ ช่วงเวลาหนึ่ง
สำหรับแนวโน้มความต่อเนื่องของปัจจัยเหล่านี้ ฝ่ายจัดการไม่ได้ระบุแนวโน้มที่ชัดเจนในเอกสาร แต่จากข้อมูลที่ระบุว่า "ราคาตลาดของวัตถุดิบได้ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง" และ "วัตถุดิบคงเหลือในสต็อกมีราคาสูงกว่าราคาตลาดในปัจจุบัน" บ่งชี้ว่าผลกระทบจากการตั้งสำรองสต็อกอาจยังคงมีอยู่หากราคาตลาดไม่ปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนสต็อก ขณะที่ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่าตราสารทุน เป็นรายการที่ขึ้นอยู่กับความผันผวนของตลาดทุน ซึ่งอาจเกิดขึ้นหรือกลับมาเป็นกำไรได้ ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 222.02 ล้านบาท:** พลิกจากกำไร 179.92 ล้านบาทในปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากผลขาดทุนจากการผลิตและการขาย และการวัดมูลค่าตราสารทุน
* **รายได้จากการผลิตและขายเพิ่ม 7.01%:** อยู่ที่ 941.14 ล้านบาท จาก 879.46 ล้านบาทในปี 2564
* **ต้นทุนขายพุ่ง 25.97%:** อยู่ที่ 945.52 ล้านบาท จาก 750.61 ล้านบาทในปี 2564 โดยมีผลจากการตั้งสำรองสต็อก 34 ล้านบาท
* **ตั้งสำรองผลขาดทุนสต็อก 34 ล้านบาท:** จากราคาวัตถุดิบในสต็อกสูงกว่าราคาตลาดปัจจุบัน
* **ขาดทุนจากการวัดมูลค่าตราสารทุน 152.74 ล้านบาท:** เป็นผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการปรับมูลค่ายุติธรรม
* **หนี้สินรวมลดลง 38.50%:** อยู่ที่ 241 ล้านบาท จาก 391.87 ล้านบาท เนื่องจากมีการชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมเพื่อซื้อวัตถุดิบ
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิในปี 2565 รวม 222.02 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น 401.94 ล้านบาท หรือ 223.40% เมื่อเทียบกับปี 2564 ซึ่งมีกำไรสุทธิ 179.92 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการผลิตและขายสินค้าในปี 2565 จำนวน 941.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61.68 ล้านบาท หรือ 7.01% เมื่อเทียบกับปี 2564 ที่มีรายได้ 879.46 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายในปี 2565 เพิ่มขึ้น 194.91 ล้านบาท หรือ 25.97% เป็น 945.52 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2564 ที่มีต้นทุนขาย 750.61 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากราคาวัตถุดิบผันผวนและลูกค้าชะลอคำสั่งซื้อ ทำให้ต้นทุนขายสูงกว่าราคาขาย และต้องตั้งสำรองผลขาดทุนจากราคาขายต่ำกว่าราคาทุน 34 ล้านบาท
ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 14.46% เป็น 28.48 ล้านบาท จาก 24.89 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ เพิ่มทีมขายและงบประมาณขยายตลาดลูกค้ารายย่อย
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 39.39% เป็น 42.81 ล้านบาท จาก 30.71 ล้านบาท เนื่องจากมีการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น
## โอกาส
* **การขยายฐานลูกค้ารายย่อย:** บริษัทฯ ได้รุกตลาดลูกค้ารายย่อยต่างจังหวัดเพื่อเพิ่มปริมาณการขาย โดยใช้กลยุทธ์ที่ยืดหยุ่นด้านเครดิตเทอม ซึ่งอาจช่วยเพิ่มยอดขายในระยะยาว
* **การลดภาระดอกเบี้ย:** การชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินเพื่อซื้อวัตถุดิบ ช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่ายและปรับปรุงโครงสร้างหนี้สิน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบที่ผันผวนสูงและมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อราคาขายและทำให้ต้องตั้งสำรองผลขาดทุนจากสต็อก
* **การชะลอคำสั่งซื้อของลูกค้า:** สภาวะตลาดที่ลูกค้าชะลอคำสั่งซื้อ ส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายและต้นทุนการผลิต
* **ความผันผวนของตลาดทุน:** การลงทุนในตราสารทุนมีความเสี่ยงจากความผันผวนของมูลค่าตามกลไกตลาด ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในรูปของกำไร/ขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง
* **สภาวะน้ำท่วม:** สภาวะน้ำท่วมในบางพื้นที่ส่งผลให้ลูกค้ารายย่อยชะลอการจ่ายชำระหนี้ ทำให้จำนวนวันลูกหนี้การค้าต่อรายได้เพิ่มขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบในตลาดโลกและผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและราคาขาย
* **การบริหารจัดการสต็อก:** ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสต็อกวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูป เพื่อลดผลกระทบจากการตั้งสำรอง
* **การฟื้นตัวของคำสั่งซื้อ:** สัญญาณการกลับมาของคำสั่งซื้อจากลูกค้าหลักและลูกค้ากลุ่มใหม่
* **ผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจ:** ปัจจัยมหภาคที่อาจส่งผลต่อกำลังซื้อและความต้องการสินค้าอุตสาหกรรม
* **การปรับมูลค่าตราสารทุน:** ความเคลื่อนไหวของตลาดทุนที่มีผลต่อมูลค่าการลงทุนในตราสารทุน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การที่ต้นทุนขายสูงกว่าราคาขาย และลูกค้าชะลอคำสั่งซื้อ อาจบ่งชี้ถึงแรงกดดันต่ออัตราการใช้กำลังการผลิต
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การที่ลูกค้าชะลอคำสั่งซื้อเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อรายได้และต้นทุน
* **ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบอย่างมาก โดยราคาตลาดที่ลดลงทำให้ราคาขายลดลง แต่ต้นทุนวัตถุดิบในสต็อกยังสูงอยู่
* **GPM (Gross Profit Margin):** ไม่ได้ระบุ GPM โดยตรง แต่การที่ต้นทุนขายสูงกว่าราคาขาย บ่งชี้ว่า GPM ติดลบหรือต่ำกว่าจุดคุ้มทุน
* **การส่งออก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออกโดยตรง
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง
* **สินค้าคงคลัง:** จำนวนสินค้าคงเหลือต่อต้นทุนขายอยู่ที่ 74 วัน ลดลง 2 วันจากปี 2564 เนื่องจากมูลค่าสินค้าคงเหลือลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 31 ธ.ค. 2565 อยู่ที่ 1,352.89 ล้านบาท ลดลง 23.31% จาก 1,764.12 ล้านบาท ณ 31 ธ.ค. 2564 เนื่องจากการชำระหนี้ค่าวัตถุดิบ และมูลค่าตราสารทุนที่ลดลง รวมถึงการจ่ายเงินปันผล
* **หนี้สินรวม:** ณ 31 ธ.ค. 2565 อยู่ที่ 241 ล้านบาท ลดลง 38.50% จาก 391.87 ล้านบาท ณ 31 ธ.ค. 2564 เนื่องจากการชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมเพื่อซื้อวัตถุดิบ
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 31 ธ.ค. 2565 อยู่ที่ 1,111.89 ล้านบาท ลดลง 18.97% จาก 1,372.26 ล้านบาท ณ 31 ธ.ค. 2564 เนื่องจากการจ่ายเงินปันผล การแปลงสภาพ RWI-W2 และผลขาดทุนสุทธิ
* **อัตราส่วนสภาพคล่อง:** ปี 2565 อยู่ที่ 10.78 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 5.30 เท่าในปี 2564 เนื่องจากหนี้สินลดลง
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio):** ปี 2565 อยู่ที่ 0.22 เท่า ลดลงจาก 0.29 เท่าในปี 2564 เนื่องจากหนี้สินลดลง
## สรุปท้าย
ปี 2565 เป็นปีที่ท้าทายสำหรับ RWI โดยมีปัจจัยหลักกดดันผลประกอบการให้พลิกขาดทุนสุทธิ 222.02 ล้านบาท จากการที่ราคาวัตถุดิบในตลาดปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ราคาขายสินค้าลดลง ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบในสต็อกยังคงสูง ส่งผลให้ต้องตั้งสำรองผลขาดทุนจากสต็อกจำนวน 34 ล้านบาท และทำให้ต้นทุนขายสูงกว่าราคาขาย นอกจากนี้ การปรับมูลค่าตราสารทุนยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เกิดผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจำนวนมาก แม้ว่ารายได้จากการผลิตและขายจะเติบโตขึ้น 7% และบริษัทฯ ได้พยายามลดภาระดอกเบี้ยด้วยการชำระคืนหนี้สินจำนวนมาก ทำให้ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสภาวะตลาดที่ลูกค้าชะลอคำสั่งซื้อ ยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RWI ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
98.40
ล้านบาท
↑ 190.4% YoY
กำไรขั้นต้น
0.69
ล้านบาท
↓ 96.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
0.70
%
กำไรสุทธิ
-47.47
ล้านบาท
↓ 16.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-48.24
%
D/E Ratio
0.19
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
98
↑ + 190.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1
↓ -96.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-47
↓ -16.9%
YoY
D/E Ratio
0.19
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RWI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.19
ROE (%)
-12.80
ROA (%)
-10.07
Book Value/หุ้น
0.93
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RWI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-16
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+17
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RWI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-15.77
-83.70%
|
-96.76
-1,268.60%
|
8.28
-87.10%
|
64.20
-68.01%
|
200.69
+181.43%
|
71.31
-18.99%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
17.22
-82.13%
|
96.34
+36.77%
|
70.44
+44.17%
|
48.86
-577.15%
|
-10.24
-106.62%
|
154.73
-39,774.36%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
53.52
-44.84%
|
97.03
+436.67%
|
18.08
-110.75%
|
-168.26
-160.59%
|
277.70
-337.92%
|
-116.72
-5.74%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
5.34
|
0.00
-100.00%
|
-4.27
-97.50%
|
-170.92
-136.51%
|
468.16
+328.21%
|
109.33
-402.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
348.40
-18.16%
|
425.72
+14.29%
|
372.49
-19.59%
|
463.21
+266.52%
|
126.38
+640.80%
|
17.06
-67.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
353.73
+1.53%
|
348.40
-18.16%
|
425.72
+14.29%
|
372.49
-19.59%
|
463.21
+266.52%
|
126.38
+640.80%
|