บริษัท ระยองไวร์ อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.16
+0.01 (+6.67%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4786 out_tok=2975 at=2026-07-26T02:21:10 -->
RWI พลิกขาดทุนโชว์กำไรสุทธิ 21 ล้านบาท Q1/66 รับผลบวกรายการพิเศษ-ต้นทุนลด
ฝ่ายจัดการ RWI เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 21.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 2.15 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากกำไรจากการวัดมูลค่าตราสารทุนและการกลับรายการค่าเผื่อการวัดมูลค่าสินค้าคงเหลือ ขณะที่รายได้จากการขายสินค้าอุตสาหกรรมปรับตัวลดลงตามราคาตลาดของวัตถุดิบ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ RWI พลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 1/2566 มาจาก **รายการพิเศษที่รับรู้กำไรจำนวนมาก** ประกอบกับการ **บริหารจัดการต้นทุนขายที่ลดลง** แม้ว่ารายได้จากการขายสินค้าอุตสาหกรรมจะปรับตัวลดลงก็ตาม
### 1) หัวใจคืออะไร
ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 21.02 ล้านบาทในไตรมาส 1/2566 มาจาก 2 ส่วนหลัก ได้แก่:
1. **กำไรจากการวัดมูลค่าตราสารทุน:** บริษัทรับรู้กำไรในส่วนนี้จำนวน 29.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2565 ที่มีผลขาดทุน 10.37 ล้านบาท
2. **การกลับรายการค่าเผื่อการวัดมูลคาสินค้าคงเหลือ:** มีการกลับรายการจำนวน 25.99 ล้านบาท ซึ่งส่งผลบวกต่อต้นทุนขาย
ในขณะเดียวกัน ผลการดำเนินงานจากการผลิตและการขายสินค้ากลับมีกำไรลดลง 16.75 ล้านบาท หรือ 211.20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรเพียง 8.82 ล้านบาท เนื่องจากราคาขายปรับลดลงตามราคาตลาดของวัตถุดิบที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **กำไรจากการวัดมูลค่าตราสารทุน:** การเพิ่มขึ้นของกำไรในส่วนนี้เกิดจากมูลค่าของตราสารทุนที่บริษัทถืออยู่ปรับตัวสูงขึ้น โดยประกอบด้วยกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง 30.70 ล้านบาท และขาดทุนที่เกิดขึ้นจริง 0.86 ล้านบาท ซึ่งรายการนี้เป็นรายการที่ไม่ได้เกิดจากการดำเนินงานหลักของธุรกิจ
* **การกลับรายการค่าเผื่อการวัดมูลคาสินค้าคงเหลือ:** การกลับรายการนี้เกิดขึ้นเนื่องจากราคาตลาดของวัตถุดิบปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้มูลค่าสินค้าคงเหลือที่บันทึกไว้สูงกว่าราคาตลาด จึงมีการปรับปรุงรายการนี้ให้สะท้อนมูลค่าที่แท้จริง ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนขายลดลง
* **รายได้จากการขายสินค้าอุตสาหกรรมลดลง:** รายได้จากการผลิตและขายสินค้าในไตรมาส 1/2566 อยู่ที่ 227.03 ล้านบาท ลดลง 21.40% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2565 ที่มีรายได้ 288.83 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ราคาเหล็กที่ปรับตัวลดลง ทำให้ลูกค้าชะลอคำสั่งซื้อเพื่อประเมินสถานการณ์
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว**
ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้บริษัทมีกำไรในไตรมาส 1/2566 นี้ ส่วนใหญ่มาจากรายการพิเศษ (กำไรจากการวัดมูลค่าตราสารทุนและการกลับรายการค่าเผื่อสินค้าคงเหลือ) ซึ่งเป็นรายการที่ **ไม่น่าจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง** ในลักษณะเดียวกันทุกไตรมาส
สำหรับรายได้จากการขายสินค้าที่ลดลงนั้น เป็นผลมาจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวลดลง ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าลูกค้าชะลอคำสั่งซื้อเพื่อประเมินสถานการณ์ ทำให้แนวโน้มในระยะสั้นอาจยังคงได้รับแรงกดดันจากปัจจัยนี้ หากราคาวัตถุดิบยังคงผันผวนหรือมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรสุทธิ:** บริษัทมีกำไรสุทธิ 21.02 ล้านบาทในไตรมาส 1/2566 เทียบกับขาดทุนสุทธิ 2.15 ล้านบาทในไตรมาส 1/2565
* **ปัจจัยหนุนจากรายการพิเศษ:** กำไรสุทธิส่วนใหญ่มาจากกำไรจากการวัดมูลค่าตราสารทุน 29.84 ล้านบาท และการกลับรายการค่าเผื่อสินค้าคงเหลือ 25.99 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายลดลง:** รายได้จากการผลิตและขายสินค้าอยู่ที่ 227.03 ล้านบาท ลดลง 21.40% YoY เนื่องจากราคาเหล็กปรับลดลง ทำให้ลูกค้าชะลอคำสั่งซื้อ
* **ต้นทุนขายลดลง:** ต้นทุนขายอยู่ที่ 216.76 ล้านบาท ลดลง 19.55% YoY ส่วนหนึ่งมาจากการกลับรายการค่าเผื่อสินค้าคงเหลือ และปริมาณขายที่ลดลง
* **D/E Ratio ปรับลด:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ลดลงจาก 0.31 ใน Q1/65 มาอยู่ที่ 0.21 ใน Q1/66 จากการชำระหนี้สินเงินกู้ระยะสั้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ระยองไวร์อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ RWI รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 21.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,076.34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 2.15 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงนี้มีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้กำไรจากการวัดมูลค่าตราสารทุนจำนวน 29.84 ล้านบาท และการกลับรายการค่าเผื่อการวัดมูลคาสินค้าคงเหลือจำนวน 25.99 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานจากการผลิตและขายสินค้าในไตรมาสนี้มีกำไรลดลง 16.75 ล้านบาท หรือ 211.20% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 โดยมีกำไร 8.82 ล้านบาท เนื่องจากราคาขายปรับลดลงตามราคาตลาดของวัตถุดิบที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้จากการผลิตและขายสินค้าอยู่ที่ 227.03 ล้านบาท ลดลง 21.40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ด้านต้นทุนขายลดลง 19.55% มาอยู่ที่ 216.76 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการกลับรายการค่าเผื่อการวัดมูลคาสินค้าคงเหลือ และปริมาณขายที่ลดลง
ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 5.59% เป็น 7.76 ล้านบาท เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลให้ค่าขนส่งเพิ่มขึ้น แต่บริษัทยังสามารถบริหารจัดการได้ดี ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 26.49% เป็น 10.09 ล้านบาท เนื่องจากการปรับโครงสร้างบุคลากรเพื่อวางกลยุทธ์การบริหาร
## โอกาส
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การกลับรายการค่าเผื่อการวัดมูลคาสินค้าคงเหลือแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการมูลค่าสินค้าคงคลังให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด
* **การบริหารหนี้สิน:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ที่ลดลงจาก 0.31 เป็น 0.21 บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่ดีขึ้นจากการชำระคืนหนี้สินเงินกู้ระยะสั้น
* **การขยายฐานลูกค้า:** การยืดหยุ่นด้านเครดิตเทอมเพื่อเพิ่มปริมาณการขายและรักษาฐานลูกค้าเดิม เป็นกลยุทธ์ที่อาจช่วยเพิ่มรายได้ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** การที่ราคาขายปรับลดลงตามราคาวัตถุดิบที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรจากการขายสินค้า หากไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **การชะลอคำสั่งซื้อของลูกค้า:** สถานการณ์ราคาเหล็กที่ปรับตัวลดลงทำให้ลูกค้าชะลอคำสั่งซื้อ ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อปริมาณขายในอนาคต
* **ต้นทุนค่าขนส่ง:** ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผลให้ค่าขนส่งเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเป็นแรงกดดันต่อต้นทุนในการจัดจำหน่าย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาเหล็กและวัตถุดิบหลัก จะส่งผลโดยตรงต่อราคาขายและต้นทุนของบริษัท
* **ปริมาณคำสั่งซื้อ:** การฟื้นตัวของคำสั่งซื้อจากลูกค้า จะเป็นสัญญาณสำคัญต่อการเติบโตของรายได้
* **การบริหารจัดการต้นทุนขาย:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการผลิตและต้นทุนขายให้มีประสิทธิภาพ ท่ามกลางความผันผวนของราคาวัตถุดิบ
* **ผลประกอบการจากรายการพิเศษ:** ความต่อเนื่องของกำไรจากการวัดมูลค่าตราสารทุน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกสำคัญในไตรมาสนี้
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** การปรับโครงสร้างบุคลากรเพื่อวางกลยุทธ์ จะส่งผลต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานในระยะยาวอย่างไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate)
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าคงค้างของคำสั่งซื้อ (Order Book) แต่กล่าวถึงการชะลอคำสั่งซื้อของลูกค้า
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาตลาดของวัตถุดิบปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลให้ราคาขายปรับลดลงตาม
* **GPM (Gross Profit Margin):** เอกสารไม่ได้ระบุ Gross Profit Margin โดยตรง แต่ระบุว่ากำไรจากการผลิตและขายสินค้าลดลง 211.20% ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันต่ออัตรากำไรขั้นต้นจากการดำเนินงานปกติ
* **การส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับการส่งออก
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** มีการกลับรายการค่าเผื่อการวัดมูลคาสินค้าคงเหลือจำนวน 25.99 ล้านบาท ซึ่งบ่งชี้ถึงการปรับมูลค่าสินค้าคงคลังให้สอดคล้องกับราคาตลาดที่ลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 31 มีนาคม 2566 อยู่ที่ 1,374.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.63% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนในตราสารทุน 27.26 ล้านบาท
* **หนี้สินรวม:** ณ 31 มีนาคม 2566 อยู่ที่ 240.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.41% จากสิ้นปี 2565
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 31 มีนาคม 2566 อยู่ที่ 1,132.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.89% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากผลกำไรสุทธิในไตรมาส 1/2566
* **D/E Ratio:** ลดลงจาก 0.31 ใน Q1/65 เป็น 0.21 ใน Q1/66 บ่งชี้ถึงการลดลงของภาระหนี้สินเมื่อเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้น
* **อัตราส่วนสภาพคล่อง:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 4.82 เท่าใน Q1/65 เป็น 11.14 เท่าใน Q1/66 เนื่องจากบริษัทได้ชำระหนี้สินเงินกู้ระยะสั้น
* **จำนวนวันลูกหนี้การค้า:** เพิ่มขึ้นจาก 95 วันใน Q1/65 เป็น 106 วันใน Q1/66 เนื่องจากบริษัทใช้กลยุทธ์ขยายฐานลูกค้าและยืดหยุ่นเครดิตเทอม
## สรุปท้าย
RWI พลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 1/2566 จากปัจจัยพิเศษที่รับรู้กำไรจากการวัดมูลค่าตราสารทุนและการกลับรายการค่าเผื่อสินค้าคงเหลือ แม้ว่ารายได้จากการขายสินค้าอุตสาหกรรมจะลดลงตามราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวลง และลูกค้าชะลอคำสั่งซื้อ อย่างไรก็ตาม บริษัทแสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่ดีขึ้นและสภาพคล่องที่แข็งแกร่งขึ้น นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบและปริมาณคำสั่งซื้อของลูกค้า ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลประกอบการจากการดำเนินงานหลักในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RWI ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
98.40
ล้านบาท
↑ 190.4% YoY
กำไรขั้นต้น
0.69
ล้านบาท
↓ 96.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
0.70
%
กำไรสุทธิ
-47.47
ล้านบาท
↓ 16.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-48.24
%
D/E Ratio
0.19
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
98
↑ + 190.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1
↓ -96.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-47
↓ -16.9%
YoY
D/E Ratio
0.19
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RWI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.19
ROE (%)
-12.80
ROA (%)
-10.07
Book Value/หุ้น
0.93
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RWI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-16
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+17
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RWI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-15.77
-83.70%
|
-96.76
-1,268.60%
|
8.28
-87.10%
|
64.20
-68.01%
|
200.69
+181.43%
|
71.31
-18.99%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
17.22
-82.13%
|
96.34
+36.77%
|
70.44
+44.17%
|
48.86
-577.15%
|
-10.24
-106.62%
|
154.73
-39,774.36%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
53.52
-44.84%
|
97.03
+436.67%
|
18.08
-110.75%
|
-168.26
-160.59%
|
277.70
-337.92%
|
-116.72
-5.74%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
5.34
|
0.00
-100.00%
|
-4.27
-97.50%
|
-170.92
-136.51%
|
468.16
+328.21%
|
109.33
-402.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
348.40
-18.16%
|
425.72
+14.29%
|
372.49
-19.59%
|
463.21
+266.52%
|
126.38
+640.80%
|
17.06
-67.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
353.73
+1.53%
|
348.40
-18.16%
|
425.72
+14.29%
|
372.49
-19.59%
|
463.21
+266.52%
|
126.38
+640.80%
|