บริษัท ระยองไวร์ อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.16
+0.01 (+6.67%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6135 out_tok=2641 at=2026-07-26T02:47:33 -->
RWI โชว์ผลงานปี 64 กำไรพุ่ง 482% รับอานิสงส์ราคาเหล็ก-ออเดอร์ล้น
ฝ่ายจัดการ RWI ชี้รายได้และกำไรโตแรงจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการขยายการผลิต รับออเดอร์ลวดเหล็กแรงดึงสูงพุ่งต่อเนื่อง
บริษัท ระยองไวร์อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ RWI รายงานผลประกอบการปี 2564 เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีรายได้รวม 989.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57.43% และกำไรสุทธิ 179.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 482.64% เมื่อเทียบกับปี 2563 ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยบวกด้านราคาวัตถุดิบและการขยายตัวของตลาดลวดเหล็กแรงดึงสูง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ RWI ในปี 2564 คือ **การปรับตัวสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบ (เหล็ก) ประกอบกับการขยายการผลิตที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดลวดเหล็กแรงดึงสูงที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ส่งผลให้รายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้น 57.15% และพลิกจากขาดทุนจากการขายสินค้าในปี 2563 มาเป็นกำไร 72.91 ล้านบาทในปี 2564 นอกจากนี้ กำไรจากการวัดมูลค่าตราสารทุนที่เพิ่มขึ้น 113.22% ยังเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้กำไรสุทธิรวมเติบโตถึง 482.64%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ราคาเหล็กในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2564 เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ต้นทุนขายของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น 43.43% อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยควบคุมปริมาณสต็อกไม่ให้มากเกินไปภายใต้สภาวะตลาดที่ผันผวน ในขณะเดียวกัน ความต้องการใช้ลวดเหล็กแรงดึงสูงในตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 4 ทำให้บริษัทฯ ได้รับคำสั่งซื้อในปริมาณที่สูงขึ้น ส่งผลให้รายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะรายได้จากการขายสินค้าที่เพิ่มขึ้น 57.15% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการตอบสนองความต้องการของตลาดได้เป็นอย่างดี
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าตลาดลวดเหล็กแรงดึงสูงมีความต้องการใช้งานเป็นจำนวนมากในช่วงไตรมาส 4 และบริษัทฯ ได้รับคำสั่งซื้อในปริมาณที่สูงตามไปด้วย แต่เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มของราคาวัตถุดิบในอนาคต หรือการยืนยันว่าคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นนั้นจะต่อเนื่องในระยะยาวหรือไม่ การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่รัดกุมและการขยายการผลิตที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาดูต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2564 พุ่ง 482.64%** แตะ 179.92 ล้านบาท จาก 30.88 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้รวมเติบโต 57.43%** อยู่ที่ 989.90 ล้านบาท จาก 628.79 ล้านบาทในปี 2563
* **กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด** จาก 36.39 ล้านบาท เป็น 128.98 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 254.44%
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 43.43%** เป็น 750.48 ล้านบาท จาก 523.24 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 77.48%** เป็น 1,372.26 ล้านบาท จาก 773.18 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการแปลงสภาพ RWI-W2 เป็นหุ้นสามัญ
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง** จาก 0.46 เท่า เหลือ 0.29 เท่า สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัทฯ มีผลประกอบการที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งในทุกมิติ โดยรายได้รวมอยู่ที่ 989.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57.43% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาเหล็กและปริมาณคำสั่งซื้อลวดเหล็กแรงดึงสูงที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 4 ขณะที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 43.43% ตามราคาวัตถุดิบ แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นถึง 254.44% และกำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 482.64% มาอยู่ที่ 179.92 ล้านบาท นอกจากนี้ กำไรจากการวัดมูลค่าตราสารทุนยังเป็นปัจจัยบวกเพิ่มเติม
## โอกาส
* **ความต้องการลวดเหล็กแรงดึงสูงที่เพิ่มขึ้น:** ตลาดมีความต้องการใช้งานลวดเหล็กแรงดึงสูงเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งเป็นโอกาสในการเพิ่มยอดขายและส่วนแบ่งการตลาด
* **การขยายฐานลูกค้า:** ฝ่ายขายได้รุกตลาดลูกค้ารายย่อยต่างจังหวัดเพื่อขยายฐานลูกค้า ซึ่งมีเครดิตเทอมสั้นและราคาขายค่อนข้างสูง
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพ:** จำนวนวันสินค้าคงเหลือลดลง แสดงถึงศักยภาพในการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่คล่องตัว ลดระยะเวลาตั้งแต่รับวัตถุดิบจนถึงการจัดส่งให้ลูกค้า
* **การแปลงสภาพ RWI-W2:** การแปลงสภาพ RWI-W2 เป็นหุ้นสามัญจำนวนมาก ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ว่าราคาเหล็กที่สูงขึ้นจะเป็นปัจจัยหนุนรายได้ แต่ก็เป็นความเสี่ยงด้านต้นทุนหากไม่สามารถส่งผ่านไปยังราคาขายได้ทั้งหมด หรือหากราคาเหล็กปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว
* **การบริหารจัดการต้นทุนค่าขนส่ง:** แม้ปัจจุบันจะสามารถควบคุมต้นทุนค่าขนส่งได้ภายใต้กรอบที่กำหนด ท่ามกลางราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **การพึ่งพิงตลาดลวดเหล็กแรงดึงสูง:** การที่ตลาดนี้มีความต้องการสูงเป็นโอกาส แต่ก็อาจเป็นความเสี่ยงหากตลาดดังกล่าวชะลอตัวลงในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบ (เหล็ก) ในตลาดโลก
* ปริมาณคำสั่งซื้อลวดเหล็กแรงดึงสูงในระยะต่อไป
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าขนส่ง
* กลยุทธ์การขยายฐานลูกค้าในตลาดลูกค้ารายย่อยต่างจังหวัด
* ผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจมหภาคต่ออุตสาหกรรมเหล็ก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่กล่าวถึงการขยายการผลิตในไตรมาส 4 และการได้รับคำสั่งซื้อในปริมาณที่สูง ซึ่งบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **Order Book:** มีการกล่าวถึงความต้องการใช้งานลวดเหล็กแรงดึงสูงเป็นจำนวนมากในช่วงไตรมาส 4 และบริษัทฯ ได้รับคำสั่งซื้อในปริมาณที่สูงตามไปด้วย
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบ (เหล็ก) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อต้นทุนขาย
* **GPM (Gross Profit Margin):** อัตราส่วนกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 6.50% ในปี 2563 เป็น 14.67% ในปี 2564 สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขาย
* **ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออกโดยตรง
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** จำนวนวันสินค้าคงเหลือลดลงจาก 89 วัน เป็น 76 วัน แสดงถึงการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 56.37% เป็น 1,764.12 ล้านบาท จาก 1,128.20 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการแปลงสภาพ RWI-W2 เป็นหุ้นสามัญ 365.15 ล้านบาท, ลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น 105.82 ล้านบาท, สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 88.59 ล้านบาท และสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นเพิ่มขึ้น 103.32 ล้านบาท
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 10.38% เป็น 391.87 ล้านบาท จาก 355.01 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากเงินกู้ยืมระยะสั้นเพื่อซื้อวัตถุดิบเพิ่มขึ้น 63.22 ล้านบาท และหนี้สินภายใต้สัญญาเช่าลดลง 31.04 ล้านบาท
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 77.48% เป็น 1,372.26 ล้านบาท จาก 773.18 ล้านบาท จากผลกำไรสุทธิปี 2564 และเงินรับล่วงหน้าจากการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio):** ลดลงจาก 0.46 เท่า เหลือ 0.29 เท่า ซึ่งแสดงถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น
* **อัตราส่วนสภาพคล่อง:** เพิ่มขึ้นจาก 3.79 เท่า เป็น 5.30 เท่า โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดจากการแปลงสภาพ RWI-W2 และการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้และสินค้าคงเหลือ
* **กระแสเงินสด:** เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงิน
## สรุปท้าย
ปี 2564 ถือเป็นปีที่ RWI ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยมีกำไรสุทธิเติบโตกว่า 482% จากการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการตอบรับคำสั่งซื้อลวดเหล็กแรงดึงสูงที่เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง แม้ว่าความผันผวนของราคาวัตถุดิบจะเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา แต่การขยายฐานลูกค้าและการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่คล่องตัว รวมถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นจากการแปลงสภาพวอร์แรนต์ เป็นปัจจัยบวกที่น่าจะส่งผลดีต่อผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RWI ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
98.40
ล้านบาท
↑ 190.4% YoY
กำไรขั้นต้น
0.69
ล้านบาท
↓ 96.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
0.70
%
กำไรสุทธิ
-47.47
ล้านบาท
↓ 16.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-48.24
%
D/E Ratio
0.19
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
98
↑ + 190.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1
↓ -96.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-47
↓ -16.9%
YoY
D/E Ratio
0.19
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RWI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.19
ROE (%)
-12.80
ROA (%)
-10.07
Book Value/หุ้น
0.93
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RWI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-16
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+17
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RWI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-15.77
-83.70%
|
-96.76
-1,268.60%
|
8.28
-87.10%
|
64.20
-68.01%
|
200.69
+181.43%
|
71.31
-18.99%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
17.22
-82.13%
|
96.34
+36.77%
|
70.44
+44.17%
|
48.86
-577.15%
|
-10.24
-106.62%
|
154.73
-39,774.36%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
53.52
-44.84%
|
97.03
+436.67%
|
18.08
-110.75%
|
-168.26
-160.59%
|
277.70
-337.92%
|
-116.72
-5.74%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
5.34
|
0.00
-100.00%
|
-4.27
-97.50%
|
-170.92
-136.51%
|
468.16
+328.21%
|
109.33
-402.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
348.40
-18.16%
|
425.72
+14.29%
|
372.49
-19.59%
|
463.21
+266.52%
|
126.38
+640.80%
|
17.06
-67.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
353.73
+1.53%
|
348.40
-18.16%
|
425.72
+14.29%
|
372.49
-19.59%
|
463.21
+266.52%
|
126.38
+640.80%
|