บริษัท ระยองไวร์ อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.16
+0.01 (+6.67%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5685 out_tok=2745 at=2026-07-26T02:05:06 -->
# RWI พลิกขาดทุน Q3/2566 ลดลง 56% รับรายได้ขายเพิ่ม-บริหารต้นทุนดีขึ้น
## รายได้ขายโต 7.61% สวนทางราคาเหล็กโลกขาลง ขณะที่การบริหารสต็อกช่วยลดแรงกดดันต้นทุน
บริษัท ระยองไวร์อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ RWI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกกลับมามีผลขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 56.24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินค้าและการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น แม้ภาพรวมราคาเหล็กในตลาดโลกจะยังคงผันผวนและปรับตัวลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ RWI ในไตรมาส 3/2566 ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **การพลิกกลับมามีกำไรขั้นต้นจากการขายสินค้าที่สูงขึ้น** แม้จะยังคงขาดทุนสุทธิ แต่ตัวเลขขาดทุนสุทธิลดลงถึง 56.24% (จาก 98.08 ล้านบาท เป็น 42.92 ล้านบาท) โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจาก **รายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 7.61%** (จาก 191.93 ล้านบาท เป็น 206.54 ล้านบาท) และ **การบริหารจัดการต้นทุนขายที่ลดลง 9.62%** (จาก 215.28 ล้านบาท เป็น 194.58 ล้านบาท) รวมถึง **การกลับรายการค่าเผื่อราคาสินค้าต่ำกว่าราคาทุน**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า แม้ราคาลวดเหล็กจะปรับตัวลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2565 แต่บริษัทฯ ได้ปรับกลยุทธ์โดย **เพิ่มปริมาณการผลิตและการขายในจำนวนที่เหมาะสม** เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งกลยุทธ์นี้ส่งผลให้รายได้จากการขายสินค้าในไตรมาส 3/2566 สูงกว่าไตรมาส 3/2565 นอกจากนี้ ต้นทุนขายที่ลดลงเกิดจากการ **กลับรายการค่าเผื่อราคาสินค้าต่ำกว่าราคาทุน** ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การขาดทุนสุทธิยังคงมีอยู่เนื่องจาก **ต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น** เช่น ค่าไฟฟ้าต่อหน่วย และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ รวมถึง **การรับรู้ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงิน** จำนวน 33.23 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนและราคาหลักทรัพย์
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าบริษัทฯ จะสามารถเพิ่มปริมาณขายและบริหารต้นทุนได้ดีขึ้นในไตรมาส 3/2566 แต่ปัจจัยกดดันหลักคือ **ราคาวัตถุดิบที่ยังคงยืนสูงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด** และ **ความผันผวนของราคาเหล็กโลก** รวมถึง **การแข่งขันที่รุนแรง** ซึ่งส่งผลให้ราคาสินค้าของบริษัทฯ ปรับตัวลดลงในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2566 การที่ฝ่ายจัดการระบุว่า "เศรษฐกิจเริ่มกลับมาฟื้นตัวดีขึ้นภาครัฐและภาคเอกชนมีการลงทุนในโครงการต่างๆ" เป็นสัญญาณบวก แต่ยังต้องจับตาดูทิศทางราคาเหล็กและกำลังซื้อของตลาดอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 56.24% YoY:** ไตรมาส 3/2566 ขาดทุนสุทธิ 42.92 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 98.08 ล้านบาทใน Q3/2565
* **รายได้จากการขายเพิ่ม 7.61% YoY:** อยู่ที่ 206.54 ล้านบาท จาก 191.93 ล้านบาทใน Q3/2565 แม้ราคาลวดเหล็กจะลดลง
* **ต้นทุนขายลดลง 9.62% YoY:** อยู่ที่ 194.58 ล้านบาท จาก 215.28 ล้านบาทใน Q3/2565 ส่วนหนึ่งจากการกลับรายการค่าเผื่อราคาสินค้าต่ำกว่าราคาทุน
* **ขาดทุนจากการขายสินค้าลดลง 73.53% YoY:** ในไตรมาส 3/2566 ขาดทุน 9.70 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 36.64 ล้านบาทใน Q3/2565
* **รับรู้ขาดทุนจากการวัดมูลค่าตราสารทุนลดลง:** Q3/2566 ขาดทุน 33.23 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 61.44 ล้านบาทใน Q3/2565
* **บริหารสินค้าคงเหลือดีขึ้น:** จำนวนวันสินค้าคงเหลือลดลงจาก 147 วัน เป็น 91 วัน เพื่อป้องกันความเสี่ยงราคาเหล็กโลกผันผวน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายสินค้า 206.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.61% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ราคาลวดเหล็กจะปรับตัวลดลง แต่บริษัทฯ สามารถเพิ่มปริมาณการผลิตและการขายเพื่อชดเชยได้ ส่งผลให้รายได้รวมอยู่ที่ 207.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.79% กำไรขั้นต้นพลิกจากขาดทุน 23.35 ล้านบาท มาเป็นกำไร 11.96 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 5.79% จากเดิมติดลบ 12.17% อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 42.92 ล้านบาท ซึ่งลดลงอย่างมากถึง 56.24% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2565 ที่ขาดทุน 98.08 ล้านบาท
สำหรับผลประกอบการรวม 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 639.58 ล้านบาท ลดลง 11.38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากราคาเหล็กผันผวนและคู่แข่งทุ่มตลาดส่งผลให้ราคาสินค้าปรับลดลง บริษัทฯ มีผลขาดทุนจากการขายสินค้า 46.57 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิรวม 69.49 ล้านบาท ซึ่งลดลง 30.20% เมื่อเทียบกับ 9 เดือนแรกของปี 2565 ที่ขาดทุน 99.50 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** การลงทุนภาครัฐและเอกชนในโครงการต่างๆ เป็นปัจจัยบวกต่อความต้องการสินค้าอุตสาหกรรม
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การกลับรายการค่าเผื่อราคาสินค้าต่ำกว่าราคาทุน และการบริหารจัดการสินค้าคงเหลือที่ลดลง สะท้อนถึงความสามารถในการควบคุมต้นทุน
* **การเพิ่มปริมาณการขาย:** กลยุทธ์การเพิ่มปริมาณการผลิตและการขายช่วยหนุนรายได้ให้เติบโตได้แม้ราคาขายจะลดลง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบยังคงยืนสูงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด และราคาเหล็กโลกมีความผันผวนสูง
* **การแข่งขัน:** การแข่งขันที่รุนแรงและการทุ่มตลาดส่งผลให้ราคาสินค้าปรับตัวลดลง
* **ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น:** ค่าไฟฟ้าต่อหน่วยและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ของการผลิตยังคงเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไร
* **ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงิน:** การเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนและราคาหลักทรัพย์ยังคงส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางราคาเหล็กโลกและวัตถุดิบ:** จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนและราคาขายสินค้า
* **ปริมาณการขาย:** ความสามารถในการรักษาปริมาณการขายให้เติบโตต่อเนื่อง
* **การบริหารจัดการต้นทุนการผลิต:** โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
* **การเปลี่ยนแปลงมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงิน:** ผลกระทบจากความผันผวนของตลาดทุน
* **การลงทุนภาครัฐและเอกชน:** ความคืบหน้าของโครงการต่างๆ ที่จะส่งผลต่ออุปสงค์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่กล่าวถึงการเพิ่มปริมาณการผลิตและการขายเพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book ในเอกสาร
* **ราคาวัตถุดิบ:** ระบุว่าราคาวัตถุดิบยังคงยืนสูงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด แต่ในไตรมาส 3/2566 มีการกลับรายการค่าเผื่อราคาสินค้าต่ำกว่าราคาทุน ซึ่งส่งผลดีต่อต้นทุนขาย
* **GPM (Gross Profit Margin):** อัตรากำไรขั้นต้นพลิกจากติดลบ 12.17% ใน Q3/2565 มาเป็นบวก 5.79% ใน Q3/2566 ซึ่งเป็นการปรับปรุงที่สำคัญ
* **การส่งออก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออกโดยเฉพาะ
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในเอกสาร
* **สินค้าคงคลัง:** มีการบริหารจัดการสินค้าคงเหลือให้ลดลง โดยจำนวนวันสินค้าคงเหลือลดลงจาก 147 วัน เป็น 91 วัน เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาเหล็กโลก
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,305.13 ล้านบาท ลดลง 3.52% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นลดลงจากการปรับมูลค่ายุติธรรม และการลดปริมาณสินค้าคงคลัง หนี้สินรวมอยู่ที่ 262.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.00% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากการสั่งซื้อวัตถุดิบล่วงหน้า ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 1,042.40 ล้านบาท ลดลง 6.24% จากสิ้นปี 2565 อันเป็นผลมาจากผลขาดทุนสุทธิรวม 9 เดือนแรกของปี 2566 อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 0.25 เท่า ลดลงเล็กน้อยจาก 0.26 ในปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงฐานะการเงินที่ยังคงแข็งแกร่ง อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 7.75 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 6.95 เท่า เป็นผลมาจากการชำระหนี้เงินกู้จากสถาบันการเงิน
## สรุปท้าย
RWI ในไตรมาส 3/2566 แสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้น โดยสามารถพลิกกลับมามีกำไรขั้นต้นและลดการขาดทุนสุทธิลงได้อย่างมีนัยสำคัญ จากการเพิ่มปริมาณการขายและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายจากราคาวัตถุดิบที่ผันผวนและต้นทุนการผลิตที่สูงยังคงเป็นปัจจัยกดดัน นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาเหล็กโลกและการลงทุนในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RWI ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
98.40
ล้านบาท
↑ 190.4% YoY
กำไรขั้นต้น
0.69
ล้านบาท
↓ 96.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
0.70
%
กำไรสุทธิ
-47.47
ล้านบาท
↓ 16.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-48.24
%
D/E Ratio
0.19
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
98
↑ + 190.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1
↓ -96.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-47
↓ -16.9%
YoY
D/E Ratio
0.19
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RWI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.19
ROE (%)
-12.80
ROA (%)
-10.07
Book Value/หุ้น
0.93
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RWI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-16
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+17
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RWI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-15.77
-83.70%
|
-96.76
-1,268.60%
|
8.28
-87.10%
|
64.20
-68.01%
|
200.69
+181.43%
|
71.31
-18.99%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
17.22
-82.13%
|
96.34
+36.77%
|
70.44
+44.17%
|
48.86
-577.15%
|
-10.24
-106.62%
|
154.73
-39,774.36%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
53.52
-44.84%
|
97.03
+436.67%
|
18.08
-110.75%
|
-168.26
-160.59%
|
277.70
-337.92%
|
-116.72
-5.74%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
5.34
|
0.00
-100.00%
|
-4.27
-97.50%
|
-170.92
-136.51%
|
468.16
+328.21%
|
109.33
-402.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
348.40
-18.16%
|
425.72
+14.29%
|
372.49
-19.59%
|
463.21
+266.52%
|
126.38
+640.80%
|
17.06
-67.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
353.73
+1.53%
|
348.40
-18.16%
|
425.72
+14.29%
|
372.49
-19.59%
|
463.21
+266.52%
|
126.38
+640.80%
|