บริษัท ระยองไวร์ อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.16
+0.01 (+6.67%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5594 out_tok=3498 at=2026-07-26T03:03:31 -->
# RWI Q3/2564 กำไรสุทธิพุ่ง 464% รับอานิสงส์กำไรพิเศษ-รายได้รวมโต
## รายได้รวม 9 เดือนโต 58% กำไรพิเศษหนุนกำไรสุทธิพุ่งแรง ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นบริหารต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่าย
บริษัท ระยองไวร์อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ RWI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 56.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้จากการขายที่ปรับตัวดีขึ้น รวมถึงกำไรจากการวัดมูลค่าทรัพย์สินทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวมเติบโตถึง 57.99% และกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 464.40% สะท้อนการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ RWI ในไตรมาส 3 และ 9 เดือนแรกของปี 2564 คือ **การเติบโตของรายได้รวมที่แข็งแกร่ง ประกอบกับผลกำไรจากการวัดมูลค่าทรัพย์สินทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยในไตรมาส 3/2564 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 56.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 17.28 ล้านบาทในไตรมาส 3/2563 (หากไม่รวมรายการพิเศษ) หรือเพิ่มขึ้น 109.91% หากพิจารณาเฉพาะกำไรจากการขายสินค้า และสำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2564 กำไรสุทธิอยู่ที่ 166.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 464.40% จาก 29.44 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ด้านรายได้:** รายได้จากการขายสินค้าในไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 183.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.28% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2563 ซึ่งมีรายได้ 156.18 ล้านบาท แม้จะลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2564 เนื่องจากลูกค้าได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ทำให้ชะลอการส่งมอบสินค้าออกไป แต่ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2564 รายได้รวมอยู่ที่ 747.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57.99% เมื่อเทียบกับ 9 เดือนแรกของปี 2563 ที่มีรายได้รวม 473.14 ล้านบาท ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากการที่บริษัทฯ ได้เพิ่มวงเงินการซื้อวัตถุดิบจากสถาบันการเงิน เพื่อเตรียมรองรับปริมาณขายที่สูงขึ้น
**ด้านกำไรพิเศษ:** ปัจจัยสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิก้าวกระโดดคือ **กำไรจากการวัดมูลค่าทรัพย์สินทางการเงิน** ในไตรมาส 3/2564 บริษัทฯ มีกำไร 32.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2563 ที่มีขาดทุน 11.93 ล้านบาท และสำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2564 มีกำไร 121.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 248.10% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นผลมาจากการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงมูลค่าตามราคาตลาดของเงินลงทุนและราคาหลักทรัพย์
**ด้านต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ต้นทุนขายในไตรมาส 3/2564 เพิ่มขึ้น 8.34% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นผลมาจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการควบคุมวัตถุดิบได้อย่างเหมาะสมและรัดกุม ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง 17.71% เนื่องจากปริมาณการขายที่ลดลงส่งผลให้ค่าขนส่งสินค้าเพื่อจำหน่ายลดลง แม้ราคาน้ำมันจะปรับสูงขึ้น แต่บริษัทฯ ยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนค่าขนส่งได้ดี ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 13.19% เนื่องจากมีการปรับลดพื้นที่สำนักงานและปรับปรุงโครงสร้างบุคลากร
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน แต่ต้องจับตาปัจจัยพิเศษ:**
* **รายได้:** การที่บริษัทฯ เพิ่มวงเงินซื้อวัตถุดิบเพื่อรองรับปริมาณขายที่สูงขึ้นในไตรมาส 4/2564 บ่งชี้ว่าฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าปริมาณการขายจะยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจส่งผลให้รายได้รวมยังคงเติบโตได้ต่อเนื่อง
* **กำไรจากการวัดมูลค่าทรัพย์สินทางการเงิน:** ปัจจัยนี้มีลักษณะเป็น **ครั้งคราว** เนื่องจากเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าตามราคาตลาดของเงินลงทุนและราคาหลักทรัพย์ ซึ่งไม่สามารถคาดการณ์ผลลัพธ์ในอนาคตได้อย่างแม่นยำ
* **การบริหารต้นทุน:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งสินค้าให้อยู่ในกรอบที่กำหนดได้เป็นอย่างดี แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการควบคุมต้นทุน ซึ่งน่าจะส่งผลดีต่ออัตรากำไรในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2564 พุ่ง 464.40%** แตะ 166.16 ล้านบาท จาก 29.44 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม 9 เดือนแรกปี 2564 เติบโต 57.99%** อยู่ที่ 747.54 ล้านบาท จาก 473.14 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรจากการวัดมูลค่าทรัพย์สินทางการเงิน 9 เดือนแรกปี 2564 สูงถึง 121.21 ล้านบาท** เพิ่มขึ้น 248.10% จาก 34.82 ล้านบาทในปีก่อน
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 8.34%** ในไตรมาส 3/2564 จากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่บริษัทฯ บริหารจัดการได้ดี
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง** ในไตรมาส 3/2564 จากการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ มีรายได้จากการขายสินค้าในไตรมาส 3/2564 จำนวน 183.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.28% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2563 ซึ่งมีรายได้ 156.18 ล้านบาท แต่ลดลง 32.73 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2564 เนื่องจากลูกค้าได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ทำให้ชะลอการส่งมอบสินค้าออกไป
สำหรับภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 747.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57.99% เมื่อเทียบกับ 9 เดือนแรกของปี 2563 ซึ่งมีรายได้รวม 473.14 ล้านบาท
กำไรจากการขายสินค้าในไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 15.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 109.91% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2563 ซึ่งมีกำไร 7.36 ล้านบาท สำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2564 มีกำไรจากการขายสินค้า 69.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,974.45% เมื่อเทียบกับ 9 เดือนแรกของปี 2563 ซึ่งมีกำไรเพียง 1.37 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีขาดทุนจากการวัดมูลค่าทรัพย์สินทางการเงินในไตรมาส 3/2564 จำนวน 40.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 242.41% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2563 ซึ่งมีขาดทุน 11.93 ล้านบาท แต่สำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2564 มีกำไรจากการวัดมูลค่าทรัพย์สินทางการเงิน 121.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 248.10% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน
ส่งผลให้กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกของปี 2564 อยู่ที่ 166.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 464.40% เมื่อเทียบกับ 9 เดือนแรกของปี 2563 ซึ่งมีกำไรสุทธิ 29.44 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเพิ่มวงเงินซื้อวัตถุดิบ:** การเตรียมรองรับปริมาณขายที่สูงขึ้นในไตรมาส 4/2564 บ่งชี้ถึงโอกาสในการเติบโตของรายได้และปริมาณการขาย
* **การบริหารต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งสินค้าได้ดี เป็นปัจจัยบวกต่ออัตรากำไร
* **การขยายฐานลูกค้า:** การใช้เครดิตเทอมเป็นกลยุทธ์การตลาดเพื่อขยายฐานลูกค้า อาจส่งผลดีต่อปริมาณการขายในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาเหล็กโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **ผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19:** การที่ลูกค้าได้รับผลกระทบและชะลอการส่งมอบสินค้าออกไป แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก
* **ความผันผวนของมูลค่าทรัพย์สินทางการเงิน:** กำไรหรือขาดทุนจากการวัดมูลค่าทรัพย์สินทางการเงินมีความไม่แน่นอนสูง และอาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในแต่ละไตรมาส
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาเหล็กโลกและผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* **ปริมาณการขายในไตรมาส 4/2564:** การเติบโตของปริมาณการขายจะสอดคล้องกับที่ฝ่ายจัดการคาดการณ์หรือไม่
* **ผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ต่อลูกค้า:** การฟื้นตัวของลูกค้าและการกลับมาสั่งซื้อสินค้าตามปกติ
* **ความผันผวนของกำไรจากการวัดมูลค่าทรัพย์สินทางการเงิน:** ผลกระทบต่อกำไรสุทธิในไตรมาสถัดไป
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** ระดับสินค้าคงคลังที่สูงขึ้นจากการซื้อวัตถุดิบล่วงหน้า จะสามารถระบายออกได้ทันตามคำสั่งซื้อหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุระดับ Utilization Rate โดยตรง แต่การที่บริษัทฯ เพิ่มวงเงินซื้อวัตถุดิบเพื่อรองรับปริมาณขายที่สูงขึ้นในไตรมาส 4/2564 บ่งชี้ถึงแนวโน้มการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **Order Book:** ฝ่ายจัดการระบุว่ามีการซื้อวัตถุดิบล่วงหน้าเพื่อเตรียมการผลิตและส่งมอบได้ทันตามคำสั่งซื้อล่วงหน้าของลูกค้าในไตรมาส 4/2564 ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีคำสั่งซื้อรองรับ
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาเหล็กโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยกดดันต้นทุนขาย แต่บริษัทฯ มีการบริหารจัดการวัตถุดิบอย่างเหมาะสมและรัดกุม
* **GPM (อัตรากำไรขั้นต้น):** อัตราส่วนกำไรขั้นต้น (%) ในไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 13.56% เพิ่มขึ้นจาก 6.43% ในไตรมาส 3/2563 ซึ่งสะท้อนการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะสูงขึ้น
* **ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออกโดยตรง แต่กล่าวถึงการชะลอการส่งมอบสินค้าออกไปเนื่องจากลูกค้าได้รับผลกระทบ COVID-19
* **ค่าเงิน:** ไม่มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในเอกสาร
* **สินค้าคงคลัง:** จำนวนวันสินค้าคงเหลือต่อรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 147 วัน เนื่องจากบริษัทฯ ซื้อวัตถุดิบล่วงหน้าเพื่อเตรียมการผลิตและส่งมอบตามคำสั่งซื้อในไตรมาส 4/2564
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **ทรัพย์สินรวม:** ณ สิ้นไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 1,446.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.23% จากสิ้นปี 2563 โดยมีลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 45.86 ล้านบาท, สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 183.43 ล้านบาท และสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น (เงินลงทุนในตราสารทุน) เพิ่มขึ้น 131.38 ล้านบาท
* **หนี้สินรวม:** ณ สิ้นไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 451.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.25% จากสิ้นปี 2563 โดยมีเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพื่อซื้อวัตถุดิบเพิ่มขึ้น 119.78 ล้านบาท
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ สิ้นไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 994.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.68% จากสิ้นปี 2563 เนื่องจากบริษัทฯ มีผลกำไรเบ็ดเสร็จจากการดำเนินงานรวม 9 เดือน 166.16 ล้านบาท
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 0.45 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับไตรมาส 2/2564 แสดงถึงศักยภาพในการบริหารหนี้สินเพื่อก่อให้เกิดกำไร
* **อัตราส่วนสภาพคล่อง:** อยู่ที่ 3.50 เท่า เนื่องจากมีการกู้เงินระยะสั้นเพิ่มขึ้นเพื่อซื้อวัตถุดิบล่วงหน้า
* **กระแสเงินสด:** เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงินโดยตรง
## สรุปท้าย
RWI ในไตรมาส 3/2564 และ 9 เดือนแรกของปี 2564 แสดงผลประกอบการที่โดดเด่น โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การเติบโตของรายได้รวมที่แข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับผลกำไรพิเศษจากการวัดมูลค่าทรัพย์สินทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะปรับตัวสูงขึ้น แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดด อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของราคาวัตถุดิบและมูลค่าทรัพย์สินทางการเงิน รวมถึงผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ที่อาจส่งผลต่อปริมาณการขายในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RWI ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
98.40
ล้านบาท
↑ 190.4% YoY
กำไรขั้นต้น
0.69
ล้านบาท
↓ 96.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
0.70
%
กำไรสุทธิ
-47.47
ล้านบาท
↓ 16.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-48.24
%
D/E Ratio
0.19
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
98
↑ + 190.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1
↓ -96.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-47
↓ -16.9%
YoY
D/E Ratio
0.19
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RWI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.19
ROE (%)
-12.80
ROA (%)
-10.07
Book Value/หุ้น
0.93
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RWI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-16
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+17
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RWI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-15.77
-83.70%
|
-96.76
-1,268.60%
|
8.28
-87.10%
|
64.20
-68.01%
|
200.69
+181.43%
|
71.31
-18.99%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
17.22
-82.13%
|
96.34
+36.77%
|
70.44
+44.17%
|
48.86
-577.15%
|
-10.24
-106.62%
|
154.73
-39,774.36%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
53.52
-44.84%
|
97.03
+436.67%
|
18.08
-110.75%
|
-168.26
-160.59%
|
277.70
-337.92%
|
-116.72
-5.74%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
5.34
|
0.00
-100.00%
|
-4.27
-97.50%
|
-170.92
-136.51%
|
468.16
+328.21%
|
109.33
-402.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
348.40
-18.16%
|
425.72
+14.29%
|
372.49
-19.59%
|
463.21
+266.52%
|
126.38
+640.80%
|
17.06
-67.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
353.73
+1.53%
|
348.40
-18.16%
|
425.72
+14.29%
|
372.49
-19.59%
|
463.21
+266.52%
|
126.38
+640.80%
|