บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
4.96
0.02 (0.40%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2562 เพิ่มขึ้นเท่ากับ 44.15 ล้านบาท หรือ 71.42%YoY ท คิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้จากการดําเนินธุรกิจรวมเท่ากับ 9.09% จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้น ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และการบริหารจัดการต้นทุนดีขึ้น และการจัดเก็บหนี้ดีขึ้น
สําหรับกําไรสุทธิสําหรับงวด 9 เดือน 253.20 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้ จากการดําเนินธุรกิจรวมเท่ากับ 12.06% โดยมียอดเพิ่มขึ้น 22.52 ล้านบาท หรือ 9.76%YoY คิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้จากการดําเนินธุรกิจรวมเท่ากับ 11.44% จากการขายสินค้า เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่มีกําไรขั้นต้นสูง และการบริหารจัดการต้นทุนและสินค้า เคลื่อนไหวช้าที่ดีขึ้น และการจัดเก็บหนี้ดีขึ้น แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายบริหารซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายครั้งเดียวเพิ่มขึ้นตามที่กล่าวข้างต้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9948 out_tok=3179 at=2026-07-26T01:24:02 -->
# RBF ปี 2564 กำไรสุทธิวูบ 18% รับต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-ค่าใช้จ่ายพุ่ง
## รายได้รวมโต 8.59% แต่ GPM หด 3.74% ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยต้นทุนวัตถุดิบ-ค่าขนส่ง-ค่าใช้จ่ายพนักงาน
บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF รายงานผลประกอบการปี 2564 มีกำไรสุทธิ 422.79 ล้านบาท ลดลง 18.27% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้รายได้จากการขายและบริการจะเติบโต 8.59% เป็น 3,383.98 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ RBF ในปี 2564 ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า คือ **การหดตัวของกำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM)** ซึ่งลดลงจาก 41.94% ในปี 2563 เป็น 37.18% ในปี 2564 คิดเป็นการลดลง 48.91 ล้านบาท นอกจากนี้ **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังปรับตัวสูงขึ้น** 10.49% หรือ 62.95 ล้านบาท ปัจจัยทั้งสองนี้ส่งผลให้กำไรสำหรับปีจากการดำเนินงานต่อเนื่องลดลง 14.82% และกำไรสุทธิรวมลดลง 18.27%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**การหดตัวของกำไรขั้นต้น** เกิดจากสถานการณ์การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ทั่วโลกตลอดปี 2564 และผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบในตลาดโลกที่ยังคงมีราคาสูง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าแป้งและซอส รวมถึงวัตถุแต่งกลิ่นรสและสีผสมอาหารบางรายการ ทำให้กำไรขั้นต้นของกลุ่มแป้งและซอสลดลง 38.50 ล้านบาท และกลุ่มวัตถุแต่งกลิ่นและสีผสมอาหารลดลง 45.04 ล้านบาท แม้จะมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์ซื้อมาขายไปและกลุ่มผลิตภัณฑ์อบแห้งก็ตาม
**ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น** มีสาเหตุหลักมาจาก:
* **เงินเดือนและค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่มขึ้น 22.57 ล้านบาท:** เนื่องจากการขยายธุรกิจของกลุ่มบริษัท ทั้งฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ฝ่ายขายค้าปลีกและอุตสาหกรรม รวมถึงพนักงานในบริษัทย่อยที่อินโดนีเซีย เวียดนาม และญี่ปุ่น และการปรับเพิ่มอัตราเงินเดือนประจำปี
* **ค่าขนส่งและค่าน้ำมันเพิ่มขึ้น 8.97 ล้านบาท:** ทั้งการขนส่งในประเทศและต่างประเทศ
* **ค่าที่ปรึกษาและค่าธรรมเนียมวิชาชีพเพิ่มขึ้น 8.60 ล้านบาท:** จากค่าที่ปรึกษาทางธุรกิจโรงแรม ค่าที่ปรึกษาการจัดตั้งบริษัทย่อยที่ญี่ปุ่น และค่าที่ปรึกษาทางบัญชีของบริษัทย่อยในอินโดนีเซียและเวียดนาม
* **ค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขาย Modern Trade เพิ่มขึ้น 4.76 ล้านบาท**
* **ค่านายหน้าเพิ่มขึ้น 3.02 ล้านบาท** สำหรับตลาดอุตสาหกรรม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากสถานการณ์ที่ระบุในเอกสาร **มีโอกาสที่แรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจะยังคงมีอยู่** โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และต้นทุนวัตถุดิบในตลาดโลกยังไม่คลี่คลาย อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้ระบุถึงการเพิ่มขึ้นของยอดขายในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มแป้งและซอส และการตอบรับที่ดีของลูกค้าในอินโดนีเซียและเวียดนาม ซึ่งอาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลัง โดยเฉพาะวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูปในกลุ่มแป้งและซอส อาจเป็นสัญญาณของการเตรียมพร้อมรับออเดอร์ในอนาคต แต่ก็ต้องจับตาเรื่องการบริหารจัดการสต็อกและต้นทุนอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2564 ลดลง 18.27%** อยู่ที่ 422.79 ล้านบาท จาก 517.31 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้จากการขายและให้บริการปี 2564 เติบโต 8.59%** อยู่ที่ 3,383.98 ล้านบาท จาก 3,116.38 ล้านบาทในปี 2563
* **กำไรขั้นต้นลดลง 3.74%** อยู่ที่ 1,258.18 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 41.94% เป็น 37.18%
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 10.49%** อยู่ที่ 662.74 ล้านบาท
* **มีการรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ธุรกิจโรงแรม 62.26 ล้านบาท** และกำไรจากการขายส่วนงานโรงแรม 15.08 ล้านบาท ส่งผลให้เกิดขาดทุนสุทธิจากการดำเนินงานที่ยกเลิก 59.12 ล้านบาท
* **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 232.47 ล้านบาท** โดยส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูปในกลุ่มแป้งและซอส
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 160.81 ล้านบาท** อยู่ที่ 774.46 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปี 2564 RBF มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 3,383.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.59% YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากการเติบโตของยอดขายในประเทศ 4.02% และยอดขายต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 36.99% โดยเฉพาะในกลุ่มแป้งและซอส และกลุ่มผลิตภัณฑ์อบแห้ง อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและให้บริการเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้ถึง 17.49% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมลดลง 3.74% อยู่ที่ 1,258.18 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 37.18% จาก 41.94% ในปีก่อนหน้า ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 10.49% ทำให้กำไรก่อนภาษีเงินได้ลดลง 13.93% อยู่ที่ 597.70 ล้านบาท เมื่อหักรายการขาดทุนจากการดำเนินงานที่ยกเลิก (รวมผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์โรงแรม 62.26 ล้านบาท และกำไรจากการขายส่วนงานโรงแรม 15.08 ล้านบาท) ทำให้กำไรสุทธิสำหรับปี 2564 อยู่ที่ 422.79 ล้านบาท ลดลง 18.27% YoY
## โอกาส
* **การเติบโตของยอดขายในต่างประเทศ:** โดยเฉพาะในตลาดอินโดนีเซียและเวียดนาม ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าลูกค้าให้การตอบรับที่ดีและมีศักยภาพในการเติบโต
* **การเพิ่มขึ้นของยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์แป้งและซอส:** ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักและมีสัดส่วนการเติบโตสูง
* **การลงทุนในที่ดินเพื่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่ประเทศอินโดนีเซีย:** เป็นการเตรียมพร้อมรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต
* **การบริหารจัดการสต็อกวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น:** อาจเป็นการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบในตลาดโลก:** โดยเฉพาะกลุ่มแป้งและวัตถุแต่งกลิ่นรส ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรขั้นต้น
* **ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และต้นทุนค่าขนส่งที่สูง:** ส่งผลกระทบต่อการนำเข้าวัตถุดิบและส่งออกสินค้า
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าขนส่ง และค่าที่ปรึกษา
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ โดยเฉพาะวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูป อาจมีความเสี่ยงหากยอดขายไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบและค่าขนส่ง:** ว่าจะปรับตัวลดลงหรือยังคงอยู่ในระดับสูง
* **การบริหารจัดการต้นทุนขาย:** เพื่อรักษาระดับกำไรขั้นต้นให้ดีขึ้น
* **การเติบโตของยอดขายในตลาดต่างประเทศ:** โดยเฉพาะอินโดนีเซียและเวียดนาม
* **ความคืบหน้าของการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่อินโดนีเซีย:** และผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพื่อควบคุมไม่ให้เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**ราคาวัตถุดิบและสินค้า:** ปี 2564 เป็นปีที่ RBF เผชิญกับแรงกดดันจากราคาวัตถุดิบในตลาดโลกที่สูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มแป้งและวัตถุแต่งกลิ่นรส ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อ GPM ของกลุ่มแป้งและซอส และกลุ่มวัตถุแต่งกลิ่นรสและสีผสมอาหาร
**Volume:** แม้ GPM จะลดลง แต่รายได้จากการขายและบริการยังคงเติบโต 8.59% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจาก Volume การขายที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มแป้งและซอส (16.37%) กลุ่มผลิตภัณฑ์ซื้อมาขายไป (11.33%) และกลุ่มผลิตภัณฑ์อบแห้ง (20.07%) การเติบโตของ Volume นี้สะท้อนถึงการตอบรับที่ดีของตลาดต่อผลิตภัณฑ์ของบริษัท
**GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 41.94% เป็น 37.18% ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและปัญหา Supply Chain
**ช่องทางขาย:** ยอดขายในประเทศเติบโต 4.02% โดยมีกลุ่มแป้งและซอส และกลุ่มผลิตภัณฑ์ซื้อมาขายไปเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ขณะที่ยอดขายต่างประเทศเติบโตโดดเด่นถึง 36.99% โดยเฉพาะในอินโดนีเซียและเวียดนาม ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการขยายตลาด
**สต็อก:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 232.47 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูปในกลุ่มแป้งและซอส ซึ่งอาจเป็นการเตรียมพร้อมรับออเดอร์ แต่ก็ต้องจับตาเรื่องการบริหารจัดการสต็อกให้มีประสิทธิภาพ
**อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ยอดขายต่างประเทศที่เติบโตสูงถึง 36.99% เป็นปัจจัยบวกสำคัญ แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง แต่การเติบโตของการส่งออกย่อมมีความสำคัญต่อรายได้รวม
**ฤดูกาลผลิต:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงผลกระทบจากฤดูกาลผลิตโดยตรง แต่การเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์อบแห้งอาจมีความเชื่อมโยงกับฤดูกาลได้บ้าง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2564 RBF มีสินทรัพย์รวม 5,005.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.50% โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 160.81 ล้านบาท เป็น 774.46 ล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจากการรับเงินสดจากการดำเนินงาน 535.47 ล้านบาท และการขายโรงแรม 260.79 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 232.47 ล้านบาท และที่ดิน อาคารและอุปกรณ์เพิ่มขึ้น 169.74 ล้านบาท จากการลงทุนในโรงงานใหม่และเครื่องจักร
หนี้สินรวมลดลง 3.22% อยู่ที่ 768.97 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 0.18 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับต่ำ
กระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานเป็นบวกที่ 535.47 ล้านบาท (หากไม่รวมรายการที่ยกเลิก) แต่หากรวมรายการที่ยกเลิกตามที่แสดงในหน้า 2 กระแสเงินสดจากการดำเนินงานติดลบที่ (16.17) ล้านบาท ส่วนกระแสเงินสดจากการลงทุนใช้ไป 78.25 ล้านบาท (หากรวมรายการที่ยกเลิก) โดยส่วนใหญ่เป็นการซื้อสินทรัพย์ถาวร และกระแสเงินสดจากการจัดหาเงินใช้ไป 299.44 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการจ่ายเงินปันผล 300 ล้านบาท
## สรุปท้าย
ปี 2564 เป็นปีที่ RBF เผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง แม้รายได้จะเติบโตได้ดีจากการขยายตัวของยอดขายทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มแป้งและซอส การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมถึงการติดตามแนวโน้มราคาในตลาดโลกจะเป็นปัจจัยสำคัญในการฟื้นฟูกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิในอนาคต ขณะที่การลงทุนในโรงงานใหม่ที่อินโดนีเซียและการเติบโตในตลาดต่างประเทศเป็นโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RBF ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,108.46
ล้านบาท
↓ 0.8% YoY
กำไรขั้นต้น
392.12
ล้านบาท
↑ 3.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
35.37
%
กำไรสุทธิ
127.62
ล้านบาท
↓ 1.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.51
%
D/E Ratio
0.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,108
↓ -0.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
392
↑ + 3.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
128
↓ -1.4%
YoY
D/E Ratio
0.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RBF
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.17
ROE (%)
8.88
ROA (%)
9.22
Book Value/หุ้น
2.39
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RBF
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-301
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+330
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RBF
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-301.35
-21.39%
|
-383.37
+59.04%
|
-241.05
-1,447.40%
|
17.89
-159.42%
|
-30.11
-104.94%
|
609.72
+25.57%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
330.41
-16.10%
|
393.81
-46.18%
|
731.72
-368.93%
|
-272.09
-7.78%
|
-295.03
-63.90%
|
-817.23
+514.64%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
200.34
-44.72%
|
362.38
+69.92%
|
213.27
-11.85%
|
241.93
-12.48%
|
276.43
-166.69%
|
-414.53
-165.43%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
229.38
-38.47%
|
372.82
+22.59%
|
304.13
-356.80%
|
-118.43
+143.08%
|
-48.72
-92.17%
|
-622.04
-163.08%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
837.19
-9.00%
|
920.03
+38.05%
|
666.46
-13.95%
|
774.46
+26.21%
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
634.32
-24.23%
|
837.19
-9.00%
|
920.03
+38.05%
|
666.46
-13.95%
|
774.46
+26.21%
|
0.00
|