บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
4.96
0.02 (0.40%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2562 เพิ่มขึ้นเท่ากับ 44.15 ล้านบาท หรือ 71.42%YoY ท คิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้จากการดําเนินธุรกิจรวมเท่ากับ 9.09% จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้น ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และการบริหารจัดการต้นทุนดีขึ้น และการจัดเก็บหนี้ดีขึ้น
สําหรับกําไรสุทธิสําหรับงวด 9 เดือน 253.20 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้ จากการดําเนินธุรกิจรวมเท่ากับ 12.06% โดยมียอดเพิ่มขึ้น 22.52 ล้านบาท หรือ 9.76%YoY คิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้จากการดําเนินธุรกิจรวมเท่ากับ 11.44% จากการขายสินค้า เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่มีกําไรขั้นต้นสูง และการบริหารจัดการต้นทุนและสินค้า เคลื่อนไหวช้าที่ดีขึ้น และการจัดเก็บหนี้ดีขึ้น แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายบริหารซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายครั้งเดียวเพิ่มขึ้นตามที่กล่าวข้างต้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12581 out_tok=2477 at=2026-07-26T01:49:32 -->
# RBF Q3/2565 กำไรสุทธิหดตัว 15.6% รับแรงกดดันต้นทุนวัตถุดิบ-ค่าไฟฟ้าพุ่ง
## รายได้รวมโต 20.8% แต่ GPM ลดลง สวนทางกับภาพรวม 9 เดือนที่กำไรสุทธิเติบโต
บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 113.51 ล้านบาท ลดลง 15.62% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายและบริการจะเติบโต 20.82% เป็น 993.64 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าไฟฟ้าที่ปรับสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ ยังคงมีกำไรสุทธิเติบโต 23.94%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ RBF ในไตรมาส 3 ปี 2565 ปรับตัวลดลง 15.62% YoY มาจาก **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 38.79% ใน Q3/2564 เป็น 32.07% ใน Q3/2565 แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการจะเติบโตได้ดีถึง 20.82%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า GPM ที่ลดลงมีสาเหตุหลักมาจาก **สัดส่วนรายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรต่ำเติบโตมากกว่ากลุ่มที่มีอัตรากำไรสูง** ประกอบกับ **ต้นทุนวัตถุดิบของกลุ่มวัตถุแต่งกลิ่นรสและสีผสมอาหารอยู่ในระดับสูง** นอกจากนี้ ยังได้รับผลกระทบจาก **การอ่อนค่าของเงินบาท** และ **การปรับขึ้นของค่าไฟฟ้าในการผลิต** ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อต้นทุนสินค้าโดยตรง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว แต่ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าต้นทุนวัตถุดิบและค่าไฟฟ้าเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบ แต่การอ่อนค่าของเงินบาทเป็นปัจจัยที่อาจเกิดขึ้นต่อเนื่องได้ และการที่สัดส่วนรายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์กำไรต่ำเติบโตมากกว่า อาจเป็นกลยุทธ์การขายที่ต้องพิจารณาต่อไป ดังนั้น ปัจจัยกดดัน GPM ในไตรมาสนี้อาจไม่คงอยู่ถาวร แต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่ต้องจับตา
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2565 เติบโต 20.82% YoY** แตะ 993.64 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขายในประเทศและต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มแป้งและซอส
* **กำไรสุทธิ Q3/2565 ลดลง 15.62% YoY** อยู่ที่ 113.51 ล้านบาท เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลง
* **GPM Q3/2565 ลดลงเหลือ 32.07%** จาก 38.79% ในปีก่อนหน้า จากต้นทุนวัตถุดิบสูง ค่าไฟฟ้าแพง และค่าเงินบาทอ่อนค่า
* **ภาพรวม 9 เดือนแรกปี 2565 กำไรสุทธิเติบโต 23.94% YoY** อยู่ที่ 395.51 ล้านบาท โดยรายได้รวมเติบโต 20.38%
* **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 248.45 ล้านบาท** ส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูป โดยเฉพาะกลุ่มแป้งและซอส
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 RBF มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 993.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการเติบโตของยอดขายในประเทศ 15.35% และยอดขายต่างประเทศ 47.66% โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์แป้งและซอสที่เติบโตโดดเด่น อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นลดลง 0.09% มาอยู่ที่ 318.71 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 38.79% เป็น 32.07% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
เมื่อพิจารณาผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 2,956.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.38% YoY และมีกำไรสุทธิ 395.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.91% จากงวดเดียวกันของปีก่อน (หากไม่รวมรายการพิเศษ) แต่หากรวมรายการพิเศษ กำไรสุทธิรวมเติบโตถึง 23.94%
## โอกาส
* **การเติบโตของยอดขายทั้งในและต่างประเทศ:** การเพิ่มขึ้นของยอดขายในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มแป้งและซอส แสดงให้เห็นถึงความต้องการผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ที่ยังคงมีอยู่
* **การขยายตลาดลูกค้า:** การเติบโตของยอดขายในกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม ลูกค้าปลีกขนาดใหญ่ และลูกค้าปลีกทั่วไป บ่งชี้ถึงความสามารถในการเข้าถึงตลาดที่หลากหลาย
* **การลงทุนในสินทรัพย์:** การเพิ่มขึ้นของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ สะท้อนถึงการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบผันผวน:** การที่ต้นทุนวัตถุดิบของกลุ่มวัตถุแต่งกลิ่นรสและสีผสมอาหารอยู่ในระดับสูง และต้นทุนวัตถุดิบกลุ่มแป้งและซอส ยังคงเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไร
* **ค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น:** การปรับขึ้นของค่าไฟฟ้าส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลกระทบต่อต้นทุนสินค้าและอัตรากำไร
* **การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ:** สินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูป อาจมีความเสี่ยงด้านสต็อกล้น หรือสินค้าล้าสมัย หากการขายไม่เป็นไปตามเป้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบหลัก โดยเฉพาะกลุ่มแป้งและซอส รวมถึงวัตถุแต่งกลิ่นรสและสีผสมอาหาร
* **ทิศทางค่าไฟฟ้า:** การเปลี่ยนแปลงของค่าไฟฟ้าในอนาคต
* **การบริหารจัดการสต็อก:** ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น
* **กลยุทธ์การขายผลิตภัณฑ์กำไรต่ำ:** การเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรต่ำกว่าค่าเฉลี่ย
* **ผลกระทบจากค่าเงินบาท:** ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและผลกระทบต่อต้นทุนและรายได้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ต้นทุนวัตถุดิบของกลุ่มวัตถุแต่งกลิ่นรสและสีผสมอาหารอยู่ในระดับสูง และต้นทุนวัตถุดิบกลุ่มแป้งและซอสก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ซึ่งเป็นปัจจัยกดดัน GPM
**Volume:** รายได้จากการขายและให้บริการเติบโต 20.82% YoY ใน Q3/2565 และ 20.38% YoY ใน 9 เดือนแรกปี 2565 บ่งชี้ถึงปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มแป้งและซอส
**GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญใน Q3/2565 จาก 38.79% เป็น 32.07% เนื่องจากสัดส่วนผลิตภัณฑ์กำไรต่ำเติบโตมากกว่า และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
**ช่องทางขาย:** ยอดขายในประเทศและต่างประเทศเติบโต โดยลูกค้าอุตสาหกรรมยังคงเป็นฐานลูกค้าหลักที่สำคัญ
**สต็อก:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 248.45 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูป ซึ่งต้องจับตาการบริหารจัดการสต็อก
**อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** การอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลกระทบต่อต้นทุนสินค้า ในขณะที่ยอดขายต่างประเทศเติบโตได้ดีถึง 47.66% ใน Q3/2565
**ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับฤดูกาลผลิตในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 5,112.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.13% จากสิ้นปี 2564 โดยมีรายการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ เงินสดลดลงจากการจ่ายปันผลและลงทุนซื้อสินทรัพย์ถาวร แต่สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 248.45 ล้านบาท และที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ เพิ่มขึ้น 146.18 ล้านบาท
หนี้สินรวมลดลงเล็กน้อย 0.69% มาอยู่ที่ 763.66 ล้านบาท โดยมีเงินกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้น 50 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 2.64% มาอยู่ที่ 4,348.54 ล้านบาท จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น แม้จะมีการจ่ายเงินปันผลจำนวนมาก
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวก 109.87 ล้านบาท แต่กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 254.79 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการจ่ายเงินปันผล
อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ในระดับดีที่ 5.53 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นคงที่ที่ 0.18 เท่า
## สรุปท้าย
RBF เผชิญแรงกดดันด้านอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 3 ปี 2565 จากต้นทุนวัตถุดิบ ค่าไฟฟ้า และค่าเงินบาทที่อ่อนค่า แม้รายได้รวมจะเติบโตได้ดี แต่ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัว อย่างไรก็ตาม ภาพรวม 9 เดือนแรกยังคงเติบโตได้ดี และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรและการขยายตลาดเป็นสัญญาณบวกในระยะยาว นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและค่าไฟฟ้า รวมถึงการบริหารจัดการสต็อกที่เพิ่มขึ้น เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RBF ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
1,108.46
ล้านบาท
↓ 0.8% YoY
กำไรขั้นต้น
392.12
ล้านบาท
↑ 3.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
35.37
%
กำไรสุทธิ
127.62
ล้านบาท
↓ 1.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.51
%
D/E Ratio
0.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,108
↓ -0.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
392
↑ + 3.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
128
↓ -1.4%
YoY
D/E Ratio
0.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RBF
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.17
ROE (%)
8.88
ROA (%)
9.22
Book Value/หุ้น
2.39
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RBF
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-301
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+330
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RBF
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-301.35
-21.39%
|
-383.37
+59.04%
|
-241.05
-1,447.40%
|
17.89
-159.42%
|
-30.11
-104.94%
|
609.72
+25.57%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
330.41
-16.10%
|
393.81
-46.18%
|
731.72
-368.93%
|
-272.09
-7.78%
|
-295.03
-63.90%
|
-817.23
+514.64%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
200.34
-44.72%
|
362.38
+69.92%
|
213.27
-11.85%
|
241.93
-12.48%
|
276.43
-166.69%
|
-414.53
-165.43%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
229.38
-38.47%
|
372.82
+22.59%
|
304.13
-356.80%
|
-118.43
+143.08%
|
-48.72
-92.17%
|
-622.04
-163.08%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
837.19
-9.00%
|
920.03
+38.05%
|
666.46
-13.95%
|
774.46
+26.21%
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
634.32
-24.23%
|
837.19
-9.00%
|
920.03
+38.05%
|
666.46
-13.95%
|
774.46
+26.21%
|
0.00
|