บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
4.96
0.02 (0.40%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2562 เพิ่มขึ้นเท่ากับ 44.15 ล้านบาท หรือ 71.42%YoY ท คิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้จากการดําเนินธุรกิจรวมเท่ากับ 9.09% จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้น ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และการบริหารจัดการต้นทุนดีขึ้น และการจัดเก็บหนี้ดีขึ้น
สําหรับกําไรสุทธิสําหรับงวด 9 เดือน 253.20 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้ จากการดําเนินธุรกิจรวมเท่ากับ 12.06% โดยมียอดเพิ่มขึ้น 22.52 ล้านบาท หรือ 9.76%YoY คิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้จากการดําเนินธุรกิจรวมเท่ากับ 11.44% จากการขายสินค้า เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่มีกําไรขั้นต้นสูง และการบริหารจัดการต้นทุนและสินค้า เคลื่อนไหวช้าที่ดีขึ้น และการจัดเก็บหนี้ดีขึ้น แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายบริหารซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายครั้งเดียวเพิ่มขึ้นตามที่กล่าวข้างต้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8191 out_tok=2515 at=2026-07-26T02:18:46 -->
# RBF Q1/2566 กำไรสุทธิหดตัว 11.28% รับต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-บาทอ่อน
## รายได้รวมเติบโต 7.27% แต่ GPM ลดลง เหตุต้นทุนสินค้าพุ่ง-ขยายตลาดต่างประเทศ
บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 147.03 ล้านบาท ลดลง 11.28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายและบริการจะเติบโต 7.27% เป็น 1,055.79 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
## Hero: หัวใจกำไร — ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-บาทอ่อน กดดัน GPM แม้รายได้รวมเติบโต
หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ RBF ในไตรมาส 1 ปี 2566 ปรับตัวลดลง มาจาก **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลง** แม้รายได้รวมจะเติบโตก็ตาม โดย GPM ลดลงจาก 37.55% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 36.13% ในไตรมาสนี้
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า การลดลงของ GPM เป็นผลมาจากสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบ โดยเฉพาะธัญพืช ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากตั้งแต่ช่วงต้นปี 2565 และยังคงส่งผลต่อเนื่องมาถึงต้นปี 2566 ประกอบกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ยิ่งเพิ่มต้นทุนสินค้าที่นำเข้า นอกจากนี้ การเติบโตของสินค้ากลุ่มค้าปลีกขนาดใหญ่ซึ่งมีอัตรากำไรต่ำกว่า และการขยายตลาดในต่างประเทศผ่านกิจการร่วมค้า โดยการส่งออกสินค้าในอัตรากำไรที่ต่ำลงเพื่อเปิดตลาด ก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดัน GPM โดยรวม
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
มีแนวโน้มที่จะ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุว่าผลกระทบจากราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยนยังคงส่งผลมาถึงช่วงต้นปี 2566 ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก อย่างไรก็ตาม การขยายตลาดในต่างประเทศด้วยอัตรากำไรที่ต่ำลงเพื่อเปิดตลาดนั้น เป็นกลยุทธ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อ GPM ในระยะสั้น แต่มีเป้าหมายเพื่อการเติบโตในระยะยาวเมื่อกิจการร่วมค้าในต่างประเทศเปิดโรงงานได้แล้วเสร็จ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ:** 147.03 ล้านบาท ลดลง 11.28% YoY
* **รายได้จากการขายและให้บริการ:** 1,055.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.27% YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** ลดลงจาก 37.55% เป็น 36.13%
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้น 5.14% YoY เป็น 193.83 ล้านบาท
* **เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน:** 182.16 ล้านบาท
* **สินทรัพย์รวม:** 5,307.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.98% จากสิ้นปี 2565
* **หนี้สินรวม:** 754.52 ล้านบาท ลดลง 6.59% จากสิ้นปี 2565
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 RBF มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 1,055.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.27% YoY โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตของยอดขายในต่างประเทศ 80.85 ล้านบาท (YoY 41.46%) โดยเฉพาะในกลุ่มวัตถุแต่งกลิ่นรสและสีผสมอาหาร และกลุ่มแป้งและซอส รวมถึงการเติบโตของยอดขายลูกค้ากลุ่มค้าปลีกทั่วไปและค้าปลีกขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้นเพียง 3.24% เป็น 381.50 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 37.55% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 36.13% ในไตรมาสนี้ สาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นจากผลกระทบสงครามรัสเซีย-ยูเครนและค่าเงินบาทอ่อนค่า รวมถึงการเติบโตของสินค้าที่มีอัตรากำไรต่ำและการขยายตลาดในต่างประเทศด้วยอัตรากำไรที่ต่ำลง
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 5.14% เป็น 193.83 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของค่าไฟฟ้า ค่าส่งเสริมการขาย ค่าขนส่ง และค่าเสื่อมราคา
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 11.28% YoY อยู่ที่ 147.03 ล้านบาท และกำไรสุทธิที่กระทบต่อผู้ถือหุ้นของบริษัทลดลง 9.90% YoY อยู่ที่ 146.74 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 13.93% ลดลงจาก 16.84% ในปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของยอดขายในต่างประเทศ:** การเพิ่มขึ้นของยอดขายต่างประเทศ 41.46% YoY เป็นสัญญาณที่ดีในการขยายฐานลูกค้าและกระจายความเสี่ยง
* **การเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์แป้งและซอส:** ยอดขายกลุ่มนี้เติบโต 20.16% YoY บ่งชี้ถึงความต้องการในตลาด
* **การขยายฐานลูกค้าค้าปลีก:** ยอดขายลูกค้าค้าปลีกทั่วไปและค้าปลีกขนาดใหญ่ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ แสดงถึงความสามารถในการเข้าถึงผู้บริโภค
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** สถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครนยังคงส่งผลต่อราคาวัตถุดิบหลัก
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าส่งผลกระทบต่อต้นทุนสินค้า
* **การแข่งขันด้านราคาในตลาดต่างประเทศ:** การส่งออกสินค้าในอัตรากำไรต่ำเพื่อเปิดตลาดอาจส่งผลกระทบต่อ GPM ในระยะสั้น
* **การเติบโตของสินค้าที่มีอัตรากำไรต่ำ:** การขยายตัวของสินค้ากลุ่มค้าปลีกขนาดใหญ่ที่มี GPM ต่ำ อาจกดดันอัตรากำไรโดยรวม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบสำคัญและผลกระทบจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์
* ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาท
* ความคืบหน้าในการเปิดโรงงานของกิจการร่วมค้าในต่างประเทศ และผลกระทบต่ออัตรากำไรจากการส่งออก
* การบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าและค่าขนส่ง
* การเติบโตของยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์และกลุ่มลูกค้าที่มีอัตรากำไรสูง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ได้รับผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ราคาวัตถุดิบสูงขึ้น และค่าเงินบาทอ่อนค่าส่งผลต่อต้นทุนสินค้า
* **Volume:** รายได้จากการขายและให้บริการเพิ่มขึ้น 7.27% YoY โดยมีแรงหนุนจากยอดขายต่างประเทศและกลุ่มผลิตภัณฑ์แป้งและซอส รวมถึงลูกค้ากลุ่มค้าปลีก
* **GPM:** ลดลงจาก 37.55% เป็น 36.13% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น, ค่าเงินบาทอ่อนค่า, การเติบโตของสินค้า GPM ต่ำ และการขยายตลาดต่างประเทศด้วย GPM ต่ำ
* **ช่องทางขาย:** ยอดขายต่างประเทศเติบโตโดดเด่น 41.46% YoY และลูกค้ากลุ่มค้าปลีกทั่วไปและค้าปลีกขนาดใหญ่ก็เติบโตดี
* **สต็อก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลในเอกสาร
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ยอดขายต่างประเทศเติบโต 41.46% YoY แต่ GPM ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทอ่อนค่า และการส่งออกในอัตรากำไรต่ำเพื่อเปิดตลาด
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุข้อมูลในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 31 มี.ค. 66 อยู่ที่ 5,307.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.98% จากสิ้นปี 65 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเพิ่มขึ้น 43.31 ล้านบาท และที่ดิน อาคารและอุปกรณ์เพิ่มขึ้น 67.76 ล้านบาทจากการลงทุน
* **หนี้สินรวม:** ณ 31 มี.ค. 66 อยู่ที่ 754.52 ล้านบาท ลดลง 6.59% จากสิ้นปี 65 โดยหลักมาจากการลดลงของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 31 มี.ค. 66 อยู่ที่ 4,552.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.56% จากสิ้นปี 65 โดยมีกำไรสุทธิเป็นปัจจัยหลัก
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E):** ลดลงจาก 0.18 เป็น 0.17 สะท้อนการบริหารจัดการหนี้สินที่ดี
* **กระแสเงินสด:**
* **กิจกรรมดำเนินงาน:** เป็นบวก 182.16 ล้านบาท
* **กิจกรรมลงทุน:** ใช้ไป 131.53 ล้านบาท ส่วนใหญ่เพื่อซื้อที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์
* **กิจกรรมจัดหาเงิน:** ใช้ไป 6.41 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากการจ่ายเงินปันผลของบริษัทย่อย
* **สภาพคล่อง:** อัตราส่วนสภาพคล่อง (5.50 เท่า) และสภาพคล่องหมุนเร็ว (3.14 เท่า) เพิ่มขึ้น แสดงถึงการบริหารสภาพคล่องที่ดี
## สรุปท้าย
RBF ในไตรมาส 1 ปี 2566 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและค่าเงินบาทอ่อนค่า ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง แม้รายได้รวมจะเติบโตได้จากการขยายตลาดต่างประเทศและฐานลูกค้าค้าปลีก อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนและกลยุทธ์การขยายตลาดในระยะยาวจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา เพื่อประเมินโอกาสในการฟื้นตัวของอัตรากำไรและความสามารถในการทำกำไรสุทธิในอนาคต ท่ามกลางความเสี่ยงจากความผันผวนของปัจจัยภายนอก
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RBF ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
1,108.46
ล้านบาท
↓ 0.8% YoY
กำไรขั้นต้น
392.12
ล้านบาท
↑ 3.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
35.37
%
กำไรสุทธิ
127.62
ล้านบาท
↓ 1.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.51
%
D/E Ratio
0.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,108
↓ -0.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
392
↑ + 3.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
128
↓ -1.4%
YoY
D/E Ratio
0.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RBF
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.17
ROE (%)
8.88
ROA (%)
9.22
Book Value/หุ้น
2.39
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RBF
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-301
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+330
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RBF
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-301.35
-21.39%
|
-383.37
+59.04%
|
-241.05
-1,447.40%
|
17.89
-159.42%
|
-30.11
-104.94%
|
609.72
+25.57%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
330.41
-16.10%
|
393.81
-46.18%
|
731.72
-368.93%
|
-272.09
-7.78%
|
-295.03
-63.90%
|
-817.23
+514.64%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
200.34
-44.72%
|
362.38
+69.92%
|
213.27
-11.85%
|
241.93
-12.48%
|
276.43
-166.69%
|
-414.53
-165.43%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
229.38
-38.47%
|
372.82
+22.59%
|
304.13
-356.80%
|
-118.43
+143.08%
|
-48.72
-92.17%
|
-622.04
-163.08%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
837.19
-9.00%
|
920.03
+38.05%
|
666.46
-13.95%
|
774.46
+26.21%
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
634.32
-24.23%
|
837.19
-9.00%
|
920.03
+38.05%
|
666.46
-13.95%
|
774.46
+26.21%
|
0.00
|