บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
4.96
0.02 (0.40%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2562 เพิ่มขึ้นเท่ากับ 44.15 ล้านบาท หรือ 71.42%YoY ท คิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้จากการดําเนินธุรกิจรวมเท่ากับ 9.09% จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้น ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และการบริหารจัดการต้นทุนดีขึ้น และการจัดเก็บหนี้ดีขึ้น
สําหรับกําไรสุทธิสําหรับงวด 9 เดือน 253.20 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้ จากการดําเนินธุรกิจรวมเท่ากับ 12.06% โดยมียอดเพิ่มขึ้น 22.52 ล้านบาท หรือ 9.76%YoY คิดเป็นสัดส่วนต่อรายได้จากการดําเนินธุรกิจรวมเท่ากับ 11.44% จากการขายสินค้า เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่มีกําไรขั้นต้นสูง และการบริหารจัดการต้นทุนและสินค้า เคลื่อนไหวช้าที่ดีขึ้น และการจัดเก็บหนี้ดีขึ้น แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายบริหารซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายครั้งเดียวเพิ่มขึ้นตามที่กล่าวข้างต้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11444 out_tok=3270 at=2026-07-26T02:09:15 -->
# RBF Q2/2565 รายได้โต 24% กำไรสุทธิเพิ่ม 7% รับแรงหนุนยอดขายใน-ต่างประเทศ
## ยอดขายทะยานรับดีมานด์ฟื้นตัว-ขยายตลาดต่อเนื่อง ขณะ GPM ชะลอจากต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง
บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ดซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้จากการขายและให้บริการเติบโต 24.10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการขยายตัวของยอดขายทั้งในประเทศและต่างประเทศในกลุ่มผลิตภัณฑ์แป้งและซอสเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.23% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบบางประเภทที่สูงขึ้นส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ RBF ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายและให้บริการที่เพิ่มขึ้น 24.10% YoY** โดยมีปัจจัยหนุนจากยอดขายทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์แป้งและซอส อย่างไรก็ตาม **กำไรขั้นต้น (Gross Profit) แม้จะเพิ่มขึ้นในเชิงมูลค่า 11.98% YoY แต่สัดส่วนต่อรายได้กลับลดลง** จาก 37.94% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 34.23% ในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อกำไรสุทธิที่เติบโตเพียง 7.23% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากหลายปัจจัย ได้แก่:
* **การขยายตัวของตลาด:** ยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้น 17.85% YoY โดยเฉพาะจากลูกค้าอุตสาหกรรมและค้าปลีกขนาดใหญ่ในกลุ่มแป้งและซอส ขณะที่ยอดขายต่างประเทศเติบโตโดดเด่นถึง 54.66% YoY โดยมีแรงหนุนหลักจากลูกค้าอุตสาหกรรมในกลุ่มแป้งและซอส รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์อบแห้ง
* **การเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์:** กลุ่มแป้งและซอสเป็นผลิตภัณฑ์หลักที่สร้างการเติบโต โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 40.11% YoY ตามมาด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์อบแห้งที่เติบโต 42.67% YoY และกลุ่มบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่เติบโตสูงถึง 159.09% YoY
* **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น:** แม้รายได้รวมจะเพิ่มขึ้น แต่กำไรขั้นต้นต่อรายได้ลดลง เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบบางประเภทในกลุ่มวัตถุแต่งกลิ่นรสและสีผสมอาหาร และกลุ่มแป้งและซอส ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดโลก ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าสูงขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาแรงกดดันด้านต้นทุน**
* **ปัจจัยหนุนต่อเนื่อง:** การขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักอย่างแป้งและซอส และผลิตภัณฑ์อบแห้ง เป็นปัจจัยที่ฝ่ายจัดการยังคงมุ่งเน้น ซึ่งมีแนวโน้มจะส่งผลดีต่อรายได้ในระยะต่อไป
* **ปัจจัยกดดันที่ต้องติดตาม:** การที่ต้นทุนวัตถุดิบบางประเภทปรับตัวสูงขึ้นตามตลาดโลก อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นอย่างต่อเนื่อง หากบริษัทไม่สามารถผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้ทั้งหมด หรือไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## Highlight สำคัญ
* **รายได้ Q2/2565 เติบโต 24.10% YoY แตะ 978.35 ล้านบาท** จากยอดขายในประเทศเพิ่ม 17.85% และต่างประเทศเพิ่ม 54.66%
* **กำไรสุทธิ Q2/2565 เพิ่มขึ้น 7.23% YoY เป็น 116.28 ล้านบาท** แม้ GPM จะลดลงเล็กน้อย
* **กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2565 พุ่ง 52.78% YoY เป็น 282.00 ล้านบาท** สะท้อนการเติบโตที่แข็งแกร่ง
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง** จาก 37.94% ใน Q2/2564 เป็น 34.23% ใน Q2/2565 เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบบางประเภทสูงขึ้น
* **สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 209.58 ล้านบาท** ส่วนใหญ่เป็นสินค้าสำเร็จรูปและวัตถุดิบ เพื่อรองรับยอดขายที่เพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 19.83% YoY** จากการเพิ่มขึ้นของพนักงาน ค่าขนส่ง และค่าคอมมิชชั่น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 RBF มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 978.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 190.01 ล้านบาท หรือ 24.10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของยอดขายในประเทศ 116.79 ล้านบาท และยอดขายต่างประเทศ 73.22 ล้านบาท โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์แป้งและซอสที่เพิ่มขึ้น 122.92 ล้านบาท และกลุ่มผลิตภัณฑ์อบแห้งที่เพิ่มขึ้น 22.50 ล้านบาท
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2565 รายได้รวมอยู่ที่ 1,962.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 329.29 ล้านบาท หรือ 20.16% YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากการเติบโตของยอดขายในประเทศ 184.52 ล้านบาท และยอดขายต่างประเทศ 144.77 ล้านบาท
ในด้านกำไรขั้นต้น ไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 334.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.83 ล้านบาท หรือ 11.98% YoY แต่สัดส่วนต่อรายได้ลดลงจาก 37.94% เป็น 34.23% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบบางประเภทสูงขึ้น สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2565 กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 704.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60.58 ล้านบาท YoY แต่สัดส่วนต่อรายได้ลดลงจาก 39.42% เป็น 35.89%
กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 116.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.84 ล้านบาท หรือ 7.23% YoY ส่วนงวด 6 เดือนแรกปี 2565 กำไรสุทธิอยู่ที่ 282.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 97.42 ล้านบาท หรือ 52.78% YoY
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารในไตรมาส 2 ปี 2565 เพิ่มขึ้น 19.83% YoY เป็น 189.78 ล้านบาท ส่วนงวด 6 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 15.32% YoY เป็น 374.13 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินเดือนพนักงาน ค่าขนส่ง และค่าคอมมิชชั่น
## โอกาส
* **การขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง:** การเติบโตของยอดขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์แป้งและซอส และผลิตภัณฑ์อบแห้ง บ่งชี้ถึงความสามารถในการขยายฐานลูกค้าและส่วนแบ่งทางการตลาด
* **การเพิ่มขึ้นของกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูง:** แม้ปัจจุบันสัดส่วนผลิตภัณฑ์กำไรต่ำจะเพิ่มขึ้น แต่การเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก เช่น แป้งและซอส และผลิตภัณฑ์อบแห้ง ยังคงเป็นโอกาสในการสร้างรายได้และกำไร
* **การกลับรายการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น:** การรับชำระหนี้ที่ดีขึ้นส่งผลให้การตั้งสำรองลดลง ซึ่งเป็นผลดีต่อกำไรของบริษัท
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนวัตถุดิบบางประเภทที่สูงขึ้นตามราคาตลาดโลกเป็นความเสี่ยงที่อาจกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น หากไม่สามารถบริหารจัดการหรือผลักภาระต้นทุนได้
* **ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าขนส่ง และค่าคอมมิชชั่น อาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ หากไม่สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับรายได้
* **การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ:** การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ อาจสะท้อนถึงการสต็อกสินค้าเพื่อรองรับยอดขายที่เพิ่มขึ้น หรืออาจมีความเสี่ยงหากสินค้ามีการล้าสมัยหรือขายไม่ได้ตามเป้าหมาย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** จับตาว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้มากน้อยเพียงใด เพื่อรักษาหรือเพิ่ม GPM
* **การเติบโตของยอดขายในตลาดต่างประเทศ:** ประเมินว่าการเติบโตที่แข็งแกร่งในตลาดต่างประเทศจะสามารถรักษาโมเมนตัมต่อไปได้หรือไม่
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ติดตามว่าบริษัทจะสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับรายได้ที่เติบโตได้อย่างไร
* **การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือ:** ตรวจสอบอัตราหมุนเวียนของสินค้าคงเหลือ เพื่อประเมินประสิทธิภาพในการบริหารสต็อก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ต้นทุนวัตถุดิบบางประเภทในกลุ่มวัตถุแต่งกลิ่นรสและสีผสมอาหาร และกลุ่มแป้งและซอส ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **Volume:** ยอดขายในประเทศและต่างประเทศเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มแป้งและซอส และผลิตภัณฑ์อบแห้ง
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยลดลง เนื่องจากสัดส่วนรายได้จากผลิตภัณฑ์ที่มีกำไรต่ำเพิ่มขึ้น และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **ช่องทางขาย:** การเติบโตของยอดขายมาจากลูกค้าอุตสาหกรรมเป็นหลัก ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงลูกค้ากิจการค้าปลีกขนาดใหญ่และทั่วไป
* **สต็อก:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 209.58 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นสินค้าสำเร็จรูปและวัตถุดิบ เพื่อรองรับยอดขายที่เพิ่มขึ้น
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ยอดขายต่างประเทศเติบโตโดดเด่นถึง 54.66% YoY ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้รวม
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 5,062.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.14% จากสิ้นปี 2564 โดยมีรายการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 151.29 ล้านบาท จากการจ่ายเงินปันผลและลงทุนในเครื่องจักร ขณะที่สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 209.58 ล้านบาท และลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 100.92 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 847.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.16% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าและภาษีเงินได้ค้างจ่าย
ส่วนของเจ้าของอยู่ที่ 4,215.22 ล้านบาท ลดลง 0.50% จากสิ้นปี 2564 เนื่องจากมีการจ่ายเงินปันผลจำนวน 300 ล้านบาท แม้จะมีกำไรสุทธิสำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2565 จำนวน 278.16 ล้านบาท
กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมการดำเนินงาน 116.40 ล้านบาท กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมการลงทุน 30.66 ล้านบาท (ส่วนใหญ่จากการรับเงินฝากประจำครบกำหนด) และกระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมการจัดหาเงิน 302.62 ล้านบาท (ส่วนใหญ่จากการจ่ายเงินปันผล)
อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 4.78 เท่า ลดลงจาก 5.50 เท่า เนื่องจากมีการลงทุนเพื่อขยายงานและหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น วงจรเงินสดลดลง 6 วัน มาจากการรับชำระหนี้ที่ดีขึ้น
อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 35.89% ลดลงจาก 37.18% ในปีก่อน อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 12.60% เพิ่มขึ้นจาก 10.10% อัตราผลตอบแทนสินทรัพย์อยู่ที่ 13.36% เพิ่มขึ้นจาก 12.27% อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.20 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 0.18 เท่า
## สรุปท้าย
RBF โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 ที่แข็งแกร่งด้วยรายได้ที่เติบโต 24.10% YoY จากการขยายตัวของยอดขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มแป้งและซอส อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น 7.23% YoY ได้รับแรงกดดันจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเล็กน้อยจากการปรับตัวสูงขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบบางประเภท แม้ว่าภาพรวมการดำเนินงานจะยังคงมีโอกาสเติบโตจากการขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง แต่การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RBF ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
1,108.46
ล้านบาท
↓ 0.8% YoY
กำไรขั้นต้น
392.12
ล้านบาท
↑ 3.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
35.37
%
กำไรสุทธิ
127.62
ล้านบาท
↓ 1.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.51
%
D/E Ratio
0.17
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,108
↓ -0.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
392
↑ + 3.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
128
↓ -1.4%
YoY
D/E Ratio
0.17
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RBF
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.17
ROE (%)
8.88
ROA (%)
9.22
Book Value/หุ้น
2.39
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RBF
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-301
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+330
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RBF
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-301.35
-21.39%
|
-383.37
+59.04%
|
-241.05
-1,447.40%
|
17.89
-159.42%
|
-30.11
-104.94%
|
609.72
+25.57%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
330.41
-16.10%
|
393.81
-46.18%
|
731.72
-368.93%
|
-272.09
-7.78%
|
-295.03
-63.90%
|
-817.23
+514.64%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
200.34
-44.72%
|
362.38
+69.92%
|
213.27
-11.85%
|
241.93
-12.48%
|
276.43
-166.69%
|
-414.53
-165.43%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
229.38
-38.47%
|
372.82
+22.59%
|
304.13
-356.80%
|
-118.43
+143.08%
|
-48.72
-92.17%
|
-622.04
-163.08%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
837.19
-9.00%
|
920.03
+38.05%
|
666.46
-13.95%
|
774.46
+26.21%
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
634.32
-24.23%
|
837.19
-9.00%
|
920.03
+38.05%
|
666.46
-13.95%
|
774.46
+26.21%
|
0.00
|