บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
3.34
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้ที่ เพิ่มขึ้น 170.25 ล้านบาท หรือ 16.13% สินค้าด้านความ ปลอดภัย อาชีวอนามัย อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล รวมถึงสินค้าด้านการควบคุมสภาพแวดล้อม
มีคําสั่งซื้อ เพิ่มขึ้นจากกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมหลัก เช่น อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมยาน ยนต์ ที่มีการขยายการผลิตเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน และในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 ทําให้ยังมีความต้องการสินค้าเพื่อป้องกันเชื้อโรคอย่างต่อเนื่อง
รายได้ เพิ่มขึ้นเนื่องมาจากราคาของสินค้าในหมวดถุงมือไนไตร ถุงมือยางที่มีการปรับราคาขึ้นอย่างมีนัยสําคัญในช่วงต้นปี อย่างไรก็ตาม สินค้าในหมวดถุงมือมีอัตรากําไรขั้นต้นไม่สูงมากนัก เมื่อมีสัดส่วนการขายเพิ่มขึ้น ในขณะที่สัดส่วน การขายในหมวดสินค้าที่มีอัตรากําไรขั้นต้นที่สูงกว่ามีสัดส่วนการขายที่ลดลง ทําให้อัตรากําไรขั้นต้นเฉลี่ยใน ภาพรวมลดลง
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8051 out_tok=2343 at=2026-07-25T23:39:47 -->
# PHOL กำไรสุทธิ Q3/65 ดิ่ง 38.77% รับรายได้กลุ่มถุงมือวูบ
## รายได้หดตามดีมานด์ถุงมือ-สินค้าโควิด ฝ่ายจัดการเร่งคุมต้นทุน-ปรับราคาดัน GPM พุ่ง
บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) หรือ PHOL รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลง 38.77% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายและการให้บริการที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นจากการบริหารจัดการต้นทุนและการปรับราคาขาย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ PHOL ในไตรมาส 3 ปี 2565 ลดลง 38.77% YoY มาจาก **รายได้จากการขายและการให้บริการที่ลดลง 23.23%** โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มสินค้า SAFETY ที่หดตัว 23.15% และกลุ่ม CE ที่ลดลง 17.39% ซึ่งเป็นผลมาจากราคาตลาดและปริมาณความต้องการสินค้าในกลุ่มถุงมือยางและถุงมือไนไตรล์ที่ปรับลดลง รวมถึงรายได้จากสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของโควิดที่ลดลงตามสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกที่ช่วยชะลอผลกระทบคือ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่เพิ่มขึ้นจาก 22.90% เป็น 26.86%** ซึ่งเกิดจากการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและการปรับราคาขายเพิ่มขึ้น รวมถึงสัดส่วนการขายสินค้ากลุ่มที่มีอัตรากำไรสูงเพิ่มขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของรายได้เกิดจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มถุงมือยางและไนไตรล์ที่เคยมีความต้องการสูงในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด เนื่องจากสถานการณ์คลี่คลายลง ทำให้ความต้องการสินค้าดังกล่าวในภาคอุตสาหกรรมและทางการแพทย์ลดลง ประกอบกับราคาตลาดของสินค้าในกลุ่มนี้ปรับลดลงด้วย นอกจากนี้ รายได้จากสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของโควิดก็ลดลงตามความรุนแรงของการแพร่ระบาดที่ลดลงเช่นกัน
ในส่วนของ GPM ที่ปรับตัวดีขึ้นนั้น มาจากการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าที่ทำได้ดีขึ้น และการปรับราคาขายสินค้าบางกลุ่มให้สอดคล้องกับต้นทุนที่สูงขึ้น รวมถึงการที่บริษัทสามารถเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าภาพรวมเศรษฐกิจและการผลิตในภาคอุตสาหกรรมมีการขยายตัวดีขึ้นและยังมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นในกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม แต่ปัจจัยหลักที่กดดันรายได้ในไตรมาสนี้คือความต้องการสินค้าในกลุ่มถุงมือที่ลดลง ซึ่งเป็นสินค้าหลักของบริษัท การที่สถานการณ์โควิดคลี่คลายลงอาจส่งผลให้ความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับโควิดลดลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและปรับราคาขายเพื่อรักษา GPM ได้นั้น เป็นสัญญาณที่ดี แต่ต้องรอดูว่าการปรับตัวของตลาดและความต้องการสินค้าในกลุ่มหลักจะฟื้นตัวได้เร็วแค่ไหน
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 38.77% YoY** อยู่ที่ 14.51 ล้านบาท จาก 23.70 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมลดลง 23.23% YoY** อยู่ที่ 253.09 ล้านบาท จาก 329.67 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้น** จาก 22.90% เป็น 26.86%
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 9.10% YoY** อยู่ที่ 50.14 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากค่าขนส่ง ค่าเดินทาง และกิจกรรมทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น
* **มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 2.79 ล้านบาท** ในไตรมาสนี้
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทมีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 253.09 ล้านบาท ลดลง 23.23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาตลาดและปริมาณความต้องการสินค้าในกลุ่มถุงมือยางและถุงมือไนไตรล์ที่ปรับลดลง รวมถึงรายได้จากสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของโควิดที่ลดลงตามสถานการณ์ แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะเพิ่มขึ้นจาก 22.90% เป็น 26.86% จากการบริหารจัดการต้นทุนและการปรับราคาขาย แต่ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลง 38.77% YoY อยู่ที่ 14.51 ล้านบาท
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 770.38 ล้านบาท ลดลง 19.23% YoY และมีกำไรสุทธิ 42.18 ล้านบาท ลดลง 38.77% YoY
## โอกาส
* การขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมยังคงมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นในกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม
* การทำตลาดสินค้าใหม่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ในกลุ่ม CE
* การร่วมกับคู่ค้าจัดตั้งกิจการร่วมค้า 2 แห่ง เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างระบบจัดการขยะและระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์
## ความเสี่ยง
* ความผันผวนของราคาตลาดและปริมาณความต้องการสินค้าในกลุ่มถุงมือยางและไนไตรล์
* ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดที่อาจส่งผลต่อความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้อง
* ต้นทุนสินค้าบางรายการมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากผู้ผลิตและผลจากค่าเงินบาทอ่อนค่า
* ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันและกิจกรรมดำเนินงานที่กลับสู่ภาวะปกติ
* ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มความต้องการสินค้าในกลุ่มถุงมือยางและไนไตรล์ในตลาดโลก
* การฟื้นตัวของคำสั่งซื้อจากลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และตัวแทนจำหน่าย
* ผลประกอบการจากกิจการร่วมค้าใหม่ที่จัดตั้งขึ้น
* การบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและอัตราแลกเปลี่ยน
* การเติบโตของรายได้จากสินค้ากลุ่มใหม่ในอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **รายได้:** กลุ่มสินค้า SAFETY ซึ่งเป็นสัดส่วนหลัก 75.81% ลดลง 23.15% YoY เนื่องจากราคาและปริมาณความต้องการถุงมือยาง/ไนไตรล์ลดลง รวมถึงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับโควิดที่ลดลง กลุ่ม CE ลดลง 17.39% YoY จากราคาและปริมาณถุงมือที่ลดลง และการเปรียบเทียบกับช่วงปีก่อนที่สต็อกสินค้าสูงจากการขาดแคลน อย่างไรก็ตาม มีการเติบโตจากสินค้าใหม่ในกลุ่มเครื่องมือแพทย์
* **ต้นทุนและ GPM:** ต้นทุนขายและบริการลดลงตามรายได้ แต่ต้นทุนสินค้าบางรายการและค่าเงินบาทอ่อนค่าส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม GPM เพิ่มขึ้นจาก 22.90% เป็น 26.86% จากการบริหารต้นทุน การปรับราคาขาย และสัดส่วนสินค้ากำไรสูงที่เพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่าย:** ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 9.10% YoY จากค่าขนส่ง ค่าเดินทาง และกิจกรรมการตลาดที่เพิ่มขึ้น รวมถึงมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์:** รวม 673.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.86% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักจากสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น และเงินให้กู้ยืมระยะสั้นแก่กิจการที่เกี่ยวข้อง
* **หนี้สิน:** รวม 331.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.24% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักจากเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลง 1.88% จากสิ้นปี 2564 เนื่องจากมีการจ่ายปันผลมากกว่ากำไรสุทธิที่เกิดขึ้น
* **กระแสเงินสด:** 9 เดือนแรกปี 2565 มีเงินสดจากการดำเนินงาน 19.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ติดลบ (23.16 ล้านบาท) โดยมีเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 16.93 ล้านบาท และกิจกรรมจัดหาเงิน 11.72 ล้านบาท (รวมจ่ายปันผล 48.58 ล้านบาท)
## สรุปท้าย
PHOL เผชิญแรงกดดันจากรายได้ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 3 ปี 2565 โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าถุงมือยางและไนไตรล์ที่ได้รับผลกระทบจากราคาตลาดและปริมาณความต้องการที่ลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและปรับราคาขายเพื่อเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นได้ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยชะลอผลกระทบต่อกำไรสุทธิที่ลดลง 38.77% YoY การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายดำเนินงานและผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ขณะที่การลงทุนในกิจการร่วมค้าใหม่และโอกาสในการขยายตลาดสินค้าใหม่เป็นปัจจัยที่อาจสนับสนุนการเติบโตในอนาคต แต่ความต่อเนื่องของรายได้ยังคงขึ้นอยู่กับแนวโน้มความต้องการสินค้าหลักของบริษัทและการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรม
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PHOL ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
262.77
ล้านบาท
↑ 4% YoY
กำไรขั้นต้น
77.60
ล้านบาท
↑ 17.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.53
%
กำไรสุทธิ
15.35
ล้านบาท
↑ 6.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.84
%
D/E Ratio
0.62
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
263
↑ + 4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
78
↑ + 17.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
15
↑ + 6.6%
YoY
D/E Ratio
0.62
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PHOL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.62
ROE (%)
16.32
ROA (%)
12.93
Book Value/หุ้น
2.15
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PHOL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+35
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PHOL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
35.07
+98.47%
|
17.67
-116.50%
|
-107.09
-1,321.09%
|
8.77
-91.27%
|
100.45
+24.47%
|
80.70
-37.26%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1.06
-116.41%
|
-6.46
-188.13%
|
7.33
+9.08%
|
6.72
-353.58%
|
-2.65
-53.99%
|
-5.76
-181.01%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-48.17
-443.34%
|
14.03
-89.29%
|
130.95
-408.48%
|
-42.45
+20.97%
|
-35.09
-48.49%
|
-68.12
-36.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-12.02
-147.60%
|
25.25
-20.90%
|
31.92
-218.40%
|
-26.96
-142.98%
|
62.72
+819.65%
|
6.82
-76.08%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
58.33
-5.43%
|
61.68
+15.18%
|
53.55
-8.79%
|
58.71
-36.45%
|
92.39
+7.73%
|
85.76
+49.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
100.34
+72.02%
|
58.33
-5.43%
|
61.68
+15.18%
|
53.55
-8.79%
|
58.71
-36.45%
|
92.39
+7.73%
|