PHOL
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
PHOL
บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
3.34
+0.06 (+1.83%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้ที่ เพิ่มขึ้น 170.25 ล้านบาท หรือ 16.13% สินค้าด้านความ ปลอดภัย อาชีวอนามัย อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล รวมถึงสินค้าด้านการควบคุมสภาพแวดล้อม มีคําสั่งซื้อ เพิ่มขึ้นจากกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมหลัก เช่น อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมยาน ยนต์ ที่มีการขยายการผลิตเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน และในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 ทําให้ยังมีความต้องการสินค้าเพื่อป้องกันเชื้อโรคอย่างต่อเนื่อง รายได้ เพิ่มขึ้นเนื่องมาจากราคาของสินค้าในหมวดถุงมือไนไตร ถุงมือยางที่มีการปรับราคาขึ้นอย่างมีนัยสําคัญในช่วงต้นปี อย่างไรก็ตาม สินค้าในหมวดถุงมือมีอัตรากําไรขั้นต้นไม่สูงมากนัก เมื่อมีสัดส่วนการขายเพิ่มขึ้น ในขณะที่สัดส่วน การขายในหมวดสินค้าที่มีอัตรากําไรขั้นต้นที่สูงกว่ามีสัดส่วนการขายที่ลดลง ทําให้อัตรากําไรขั้นต้นเฉลี่ยใน ภาพรวมลดลง

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8051 out_tok=2343 at=2026-07-25T23:39:47 --> # PHOL กำไรสุทธิ Q3/65 ดิ่ง 38.77% รับรายได้กลุ่มถุงมือวูบ ## รายได้หดตามดีมานด์ถุงมือ-สินค้าโควิด ฝ่ายจัดการเร่งคุมต้นทุน-ปรับราคาดัน GPM พุ่ง บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) หรือ PHOL รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลง 38.77% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายและการให้บริการที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นจากการบริหารจัดการต้นทุนและการปรับราคาขาย ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ PHOL ในไตรมาส 3 ปี 2565 ลดลง 38.77% YoY มาจาก **รายได้จากการขายและการให้บริการที่ลดลง 23.23%** โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มสินค้า SAFETY ที่หดตัว 23.15% และกลุ่ม CE ที่ลดลง 17.39% ซึ่งเป็นผลมาจากราคาตลาดและปริมาณความต้องการสินค้าในกลุ่มถุงมือยางและถุงมือไนไตรล์ที่ปรับลดลง รวมถึงรายได้จากสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของโควิดที่ลดลงตามสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกที่ช่วยชะลอผลกระทบคือ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่เพิ่มขึ้นจาก 22.90% เป็น 26.86%** ซึ่งเกิดจากการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและการปรับราคาขายเพิ่มขึ้น รวมถึงสัดส่วนการขายสินค้ากลุ่มที่มีอัตรากำไรสูงเพิ่มขึ้น ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การลดลงของรายได้เกิดจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มถุงมือยางและไนไตรล์ที่เคยมีความต้องการสูงในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด เนื่องจากสถานการณ์คลี่คลายลง ทำให้ความต้องการสินค้าดังกล่าวในภาคอุตสาหกรรมและทางการแพทย์ลดลง ประกอบกับราคาตลาดของสินค้าในกลุ่มนี้ปรับลดลงด้วย นอกจากนี้ รายได้จากสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของโควิดก็ลดลงตามความรุนแรงของการแพร่ระบาดที่ลดลงเช่นกัน ในส่วนของ GPM ที่ปรับตัวดีขึ้นนั้น มาจากการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าที่ทำได้ดีขึ้น และการปรับราคาขายสินค้าบางกลุ่มให้สอดคล้องกับต้นทุนที่สูงขึ้น รวมถึงการที่บริษัทสามารถเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นได้ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าภาพรวมเศรษฐกิจและการผลิตในภาคอุตสาหกรรมมีการขยายตัวดีขึ้นและยังมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นในกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม แต่ปัจจัยหลักที่กดดันรายได้ในไตรมาสนี้คือความต้องการสินค้าในกลุ่มถุงมือที่ลดลง ซึ่งเป็นสินค้าหลักของบริษัท การที่สถานการณ์โควิดคลี่คลายลงอาจส่งผลให้ความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับโควิดลดลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและปรับราคาขายเพื่อรักษา GPM ได้นั้น เป็นสัญญาณที่ดี แต่ต้องรอดูว่าการปรับตัวของตลาดและความต้องการสินค้าในกลุ่มหลักจะฟื้นตัวได้เร็วแค่ไหน ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิลดลง 38.77% YoY** อยู่ที่ 14.51 ล้านบาท จาก 23.70 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้รวมลดลง 23.23% YoY** อยู่ที่ 253.09 ล้านบาท จาก 329.67 ล้านบาท * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้น** จาก 22.90% เป็น 26.86% * **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 9.10% YoY** อยู่ที่ 50.14 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากค่าขนส่ง ค่าเดินทาง และกิจกรรมทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น * **มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 2.79 ล้านบาท** ในไตรมาสนี้ ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทมีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 253.09 ล้านบาท ลดลง 23.23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาตลาดและปริมาณความต้องการสินค้าในกลุ่มถุงมือยางและถุงมือไนไตรล์ที่ปรับลดลง รวมถึงรายได้จากสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของโควิดที่ลดลงตามสถานการณ์ แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะเพิ่มขึ้นจาก 22.90% เป็น 26.86% จากการบริหารจัดการต้นทุนและการปรับราคาขาย แต่ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลง 38.77% YoY อยู่ที่ 14.51 ล้านบาท สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 770.38 ล้านบาท ลดลง 19.23% YoY และมีกำไรสุทธิ 42.18 ล้านบาท ลดลง 38.77% YoY ## โอกาส * การขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมยังคงมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นในกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม * การทำตลาดสินค้าใหม่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ในกลุ่ม CE * การร่วมกับคู่ค้าจัดตั้งกิจการร่วมค้า 2 แห่ง เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างระบบจัดการขยะและระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ## ความเสี่ยง * ความผันผวนของราคาตลาดและปริมาณความต้องการสินค้าในกลุ่มถุงมือยางและไนไตรล์ * ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดที่อาจส่งผลต่อความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้อง * ต้นทุนสินค้าบางรายการมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากผู้ผลิตและผลจากค่าเงินบาทอ่อนค่า * ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันและกิจกรรมดำเนินงานที่กลับสู่ภาวะปกติ * ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มความต้องการสินค้าในกลุ่มถุงมือยางและไนไตรล์ในตลาดโลก * การฟื้นตัวของคำสั่งซื้อจากลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และตัวแทนจำหน่าย * ผลประกอบการจากกิจการร่วมค้าใหม่ที่จัดตั้งขึ้น * การบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและอัตราแลกเปลี่ยน * การเติบโตของรายได้จากสินค้ากลุ่มใหม่ในอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **รายได้:** กลุ่มสินค้า SAFETY ซึ่งเป็นสัดส่วนหลัก 75.81% ลดลง 23.15% YoY เนื่องจากราคาและปริมาณความต้องการถุงมือยาง/ไนไตรล์ลดลง รวมถึงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับโควิดที่ลดลง กลุ่ม CE ลดลง 17.39% YoY จากราคาและปริมาณถุงมือที่ลดลง และการเปรียบเทียบกับช่วงปีก่อนที่สต็อกสินค้าสูงจากการขาดแคลน อย่างไรก็ตาม มีการเติบโตจากสินค้าใหม่ในกลุ่มเครื่องมือแพทย์ * **ต้นทุนและ GPM:** ต้นทุนขายและบริการลดลงตามรายได้ แต่ต้นทุนสินค้าบางรายการและค่าเงินบาทอ่อนค่าส่งผลให้ต้นทุนสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม GPM เพิ่มขึ้นจาก 22.90% เป็น 26.86% จากการบริหารต้นทุน การปรับราคาขาย และสัดส่วนสินค้ากำไรสูงที่เพิ่มขึ้น * **ค่าใช้จ่าย:** ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 9.10% YoY จากค่าขนส่ง ค่าเดินทาง และกิจกรรมการตลาดที่เพิ่มขึ้น รวมถึงมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์:** รวม 673.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.86% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักจากสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น และเงินให้กู้ยืมระยะสั้นแก่กิจการที่เกี่ยวข้อง * **หนี้สิน:** รวม 331.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.24% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักจากเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน * **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลง 1.88% จากสิ้นปี 2564 เนื่องจากมีการจ่ายปันผลมากกว่ากำไรสุทธิที่เกิดขึ้น * **กระแสเงินสด:** 9 เดือนแรกปี 2565 มีเงินสดจากการดำเนินงาน 19.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ติดลบ (23.16 ล้านบาท) โดยมีเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 16.93 ล้านบาท และกิจกรรมจัดหาเงิน 11.72 ล้านบาท (รวมจ่ายปันผล 48.58 ล้านบาท) ## สรุปท้าย PHOL เผชิญแรงกดดันจากรายได้ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 3 ปี 2565 โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าถุงมือยางและไนไตรล์ที่ได้รับผลกระทบจากราคาตลาดและปริมาณความต้องการที่ลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและปรับราคาขายเพื่อเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นได้ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยชะลอผลกระทบต่อกำไรสุทธิที่ลดลง 38.77% YoY การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายดำเนินงานและผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ขณะที่การลงทุนในกิจการร่วมค้าใหม่และโอกาสในการขยายตลาดสินค้าใหม่เป็นปัจจัยที่อาจสนับสนุนการเติบโตในอนาคต แต่ความต่อเนื่องของรายได้ยังคงขึ้นอยู่กับแนวโน้มความต้องการสินค้าหลักของบริษัทและการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรม
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PHOL ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
262.77 ล้านบาท
↑ 4% YoY
กำไรขั้นต้น
77.60 ล้านบาท
↑ 17.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.53 %
กำไรสุทธิ
15.35 ล้านบาท
↑ 6.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.84 %
D/E Ratio
0.62
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
263
↑ + 4% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
78
↑ + 17.4% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
15
↑ + 6.6% YoY
D/E Ratio
0.62

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PHOL

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
262.77
+4.05%
252.55
+4.85%
240.86
+4.68%
230.10
-15.38%
271.92
+2.29%
265.83
+19.47%
กำไรขั้นต้น —
77.60
+17.39%
66.11
+4.55%
63.23
+3.98%
60.81
-7.89%
66.02
+6.35%
62.07
+7.11%
ค่าใช้จ่ายรวม —
58.99
+19.33%
49.43
+3.14%
47.93
+3.24%
46.42
-12.91%
53.31
+6.71%
49.96
+16.35%
กำไรสุทธิ —
15.35
+6.61%
14.40
-15.15%
16.97
+43.10%
11.86
-8.83%
13.00
-0.09%
13.02
-13.50%
กำไรต่อหุ้น —
0.08
+7.04%
0.07
-15.48%
0.08
+42.37%
0.06
-7.81%
0.06
0.06
-13.51%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
29.53
+12.80%
26.18
-0.27%
26.25
-0.68%
26.43
+8.86%
24.28
+3.98%
23.35
-10.36%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
22.45
+14.72%
19.57
-1.66%
19.90
-1.39%
20.18
+2.96%
19.60
+4.31%
18.79
-2.64%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
5.84
+2.46%
5.70
-19.03%
7.04
+36.70%
5.15
+7.74%
4.78
-2.45%
4.90
-27.51%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
1.34
+278.67%
-0.75
-124.59%
3.05
+32.03%
2.31
+175.00%
0.84
-65.00%
2.40
-63.08%
ROE(%) —
16.32
-4.39%
17.07
+6.75%
15.99
+4.24%
15.34
-36.51%
24.16
+3.16%
23.42
+26.66%
ROA(%) —
12.93
+16.38%
11.11
-6.64%
11.90
+6.16%
11.21
-33.67%
16.90
+5.96%
15.95
+34.03%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.62
-4.62%
0.65
-9.72%
0.72
-11.11%
0.81
-2.41%
0.83
-2.35%
0.85
+28.79%
P/E —
8.64
-2.92%
8.90
-12.14%
10.13
-7.40%
10.94
+7.89%
10.14
+33.77%
7.58
-29.68%
P/BV —
1.41
-11.32%
1.59
+5.30%
1.51
-14.20%
1.76
-28.74%
2.47
+35.71%
1.82
+47.97%
BV —
1.97
+4.79%
1.88
+6.82%
1.76
+4.14%
1.69
+1.81%
1.66
+6.41%
1.56
+8.33%
YIELD(%) —
8.27
+18.14%
7.00
-6.91%
7.52
-29.98%
10.74
+51.91%
7.07
+33.90%
5.28
ราคาหุ้น —
2.78
-7.33%
3.00
+12.78%
2.66
-10.74%
2.98
-27.32%
4.10
+44.37%
2.84
+60.45%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.62
ROE (%)
16.32
ROA (%)
12.93
Book Value/หุ้น
2.09

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PHOL

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
507.90
+3.98%
488.47
+4.28%
468.44
+2.74%
455.95
-1.24%
461.67
+7.64%
428.90
+10.66%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
161.52
-0.62%
162.54
-7.09%
174.95
-4.33%
182.87
+4.76%
174.56
-1.43%
177.10
-1.37%
รวมสินทรัพย์ —
669.42
+2.83%
651.01
+1.18%
643.39
+0.72%
638.82
+0.41%
636.23
+4.99%
606.00
+6.85%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
171.83
-21.59%
219.15
-6.50%
234.39
-3.10%
241.89
-1.79%
246.31
+6.42%
231.44
+8.46%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
83.39
+130.03%
36.25
+4.77%
34.60
-20.20%
43.36
+3.84%
41.76
-11.91%
47.41
-10.17%
รวมหนี้สิน —
255.22
-0.07%
255.40
-5.05%
268.99
-5.70%
285.25
-0.98%
288.06
+3.30%
278.85
+4.77%
รวมส่วนของเจ้าของ —
414.20
+4.70%
395.61
+5.67%
374.40
+5.89%
353.56
+1.55%
348.17
+6.42%
327.15
+8.69%
D/E —
0.62
0.65
0.72
0.81
0.83
0.85
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
16.32
17.07
15.99
15.34
24.16
23.42
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
12.93
11.11
11.90
11.21
16.90
15.95
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
2.96
2.23
2.00
1.88
1.87
1.85
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
1.62
1.05
0.96
0.85
0.96
1.17
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
62.89
60.16
0.00
0.00
53.25
54.53
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
120.64
119.84
0.00
0.00
73.47
72.24
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
64.91
65.01
0.00
0.00
63.46
61.52
วงจรเงินสด —
118.62
114.98
0.00
0.00
63.26
65.25
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+35
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PHOL

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
35.07
+98.47%
17.67
-116.50%
-107.09
-1,321.09%
8.77
-91.27%
100.45
+24.47%
80.70
-37.26%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
1.06
-116.41%
-6.46
-188.13%
7.33
+9.08%
6.72
-353.58%
-2.65
-53.99%
-5.76
-181.01%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
-48.17
-443.34%
14.03
-89.29%
130.95
-408.48%
-42.45
+20.97%
-35.09
-48.49%
-68.12
-36.47%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-12.02
-147.60%
25.25
-20.90%
31.92
-218.40%
-26.96
-142.98%
62.72
+819.65%
6.82
-76.08%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
58.33
-5.43%
61.68
+15.18%
53.55
-8.79%
58.71
-36.45%
92.39
+7.73%
85.76
+49.90%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
100.34
+72.02%
58.33
-5.43%
61.68
+15.18%
53.55
-8.79%
58.71
-36.45%
92.39
+7.73%