บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
3.34
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้ที่ เพิ่มขึ้น 170.25 ล้านบาท หรือ 16.13% สินค้าด้านความ ปลอดภัย อาชีวอนามัย อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล รวมถึงสินค้าด้านการควบคุมสภาพแวดล้อม
มีคําสั่งซื้อ เพิ่มขึ้นจากกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมหลัก เช่น อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมยาน ยนต์ ที่มีการขยายการผลิตเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน และในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 ทําให้ยังมีความต้องการสินค้าเพื่อป้องกันเชื้อโรคอย่างต่อเนื่อง
รายได้ เพิ่มขึ้นเนื่องมาจากราคาของสินค้าในหมวดถุงมือไนไตร ถุงมือยางที่มีการปรับราคาขึ้นอย่างมีนัยสําคัญในช่วงต้นปี อย่างไรก็ตาม สินค้าในหมวดถุงมือมีอัตรากําไรขั้นต้นไม่สูงมากนัก เมื่อมีสัดส่วนการขายเพิ่มขึ้น ในขณะที่สัดส่วน การขายในหมวดสินค้าที่มีอัตรากําไรขั้นต้นที่สูงกว่ามีสัดส่วนการขายที่ลดลง ทําให้อัตรากําไรขั้นต้นเฉลี่ยใน ภาพรวมลดลง
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=16718 out_tok=3197 at=2026-08-11T18:29:32 -->
# PHOL กำไร Q2/2569 โต 21.92% รับอานิสงส์ยอดขายกลุ่ม SAFETY พุ่ง
## รายได้รวมโต 13% หนุนกำไรสุทธิเพิ่ม 3.31 ล้านบาท ขณะที่ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยบวกจากความต้องการสินค้ากลุ่มอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล และสถานการณ์ตะวันออกกลาง
บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) หรือ PHOL รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 279.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.98% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 18.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.92% หรือ 3.31 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 15.10 ล้านบาท การเติบโตดังกล่าวเป็นผลมาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มสินค้าหลักด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม (SAFETY) รวมถึงปัจจัยภายนอกที่กระตุ้นการสั่งซื้อสินค้า
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PHOL ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายในกลุ่มสินค้า SAFETY** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ โดยรายได้รวมเติบโต 12.98% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 21.92% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้ในกลุ่ม SAFETY มาจากหลายปัจจัยสนับสนุน ได้แก่:
* **การพัฒนาและเพิ่มสินค้าใหม่:** โดยเฉพาะในกลุ่มอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล (PPE) เช่น ถุงมือและรองเท้าเซฟตี้ ที่บริษัทพัฒนาแบรนด์ของตนเองให้ตอบโจทย์ทั้งด้านการใช้งานและราคา
* **การนำเสนอสินค้าเพิ่มเติมในฐานลูกค้าเดิมและการขยายฐานลูกค้าใหม่:** ทั้งในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร ยานยนต์ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการขยายฐานลูกค้ากลุ่มธุรกิจขนาดเล็กถึงกลางผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ
* **ปัจจัยภายนอกกระตุ้นการสั่งซื้อ:** สถานการณ์ความขัดแย้งและภาวะสงครามในตะวันออกกลางในช่วงปลายไตรมาส 1 ส่งผลให้ลูกค้าในภาคอุตสาหกรรมบางส่วนมีความกังวลเกี่ยวกับราคาและภาวะขาดแคลนสินค้า จึงมีการสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ
ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ยอดขายในกลุ่ม SAFETY เพิ่มขึ้น 16.05% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเฉพาะในหมวด PPE นอกจากนี้ การที่บริษัทมีอัตรากำไรที่ดีขึ้นจากสินค้าใหม่และสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงมีสัดส่วนการขายเพิ่มขึ้น ก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนกำไรขั้นต้นให้เติบโต 16.77% และส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 21.92%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก**
จากข้อมูลในเอกสาร ฝ่ายจัดการระบุว่ามีการพัฒนาสินค้าใหม่และขยายช่องทางการขายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สนับสนุนการเติบโตในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่กระตุ้นการสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาสนี้ ส่วนหนึ่งมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่อาจมีความผันผวนและไม่แน่นอน การที่ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติเนื่องจากความกังวล อาจเป็นลักษณะชั่วคราว ดังนั้น การเติบโตในอนาคตจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการรักษาฐานลูกค้าเดิม การขยายฐานลูกค้าใหม่ และการบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางความผันผวนของราคาวัตถุดิบและค่าขนส่ง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/2569 อยู่ที่ 279.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.98% YoY** จาก 247.66 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ Q2/2569 อยู่ที่ 18.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.92% YoY** จาก 15.10 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 27.87%** จาก 26.97% ในปีก่อน
* **กลุ่มสินค้า SAFETY เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก** มียอดขายเพิ่มขึ้น 16.05% YoY จากการพัฒนาสินค้าใหม่และการขยายฐานลูกค้า
* **ต้นทุนขายและบริหารเพิ่มขึ้นตามรายได้** โดยค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 10.52% YoY ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายผันแปรตามรายได้และค่าใช้จ่ายด้านการตลาด
* **สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 12.81%** เป็น 572.97 ล้านบาท จาก 507.90 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 เนื่องจากความกังวลด้านการขนส่งและต้นทุนนำเข้า
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) หรือ PHOL รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 279.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.15 ล้านบาท หรือ 12.98% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 247.66 ล้านบาท การเติบโตของรายได้มาจากทุกกลุ่มสินค้า โดยเฉพาะกลุ่ม SAFETY ที่มียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ด้านกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 77.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.20 ล้านบาท หรือ 16.77% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 27.87% จาก 26.97% ในปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขาย การมีสัดส่วนการขายสินค้าใหม่และสินค้าที่มีอัตรากำไรดีเพิ่มขึ้น รวมถึงต้นทุนขายส่วนหนึ่งยังคงเป็นต้นทุนสินค้าที่มีอยู่ในสต็อก
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 5.36 ล้านบาท หรือ 10.52% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายที่ผันแปรตามรายได้จากการขาย เช่น เงินเดือนพนักงาน ค่าตอบแทนพนักงานขาย รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและค่าส่งเสริมการขาย
ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ในไตรมาส 2 ปี 2569 เท่ากับ 18.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.31 ล้านบาท หรือ 21.92% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 15.10 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 6.54% เพิ่มขึ้นจาก 6.01% ในปีก่อน
สำหรับภาพรวม 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 540.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.38% และมีกำไรสุทธิ 38.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.00%
## โอกาส
* **การพัฒนาสินค้าใหม่และแบรนด์ของตนเอง:** ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและสร้างอัตรากำไรที่ดีขึ้น
* **การขยายฐานลูกค้าและช่องทางการขาย:** ทั้งในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ และกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กถึงกลาง รวมถึงการใช้ช่องทางออนไลน์และ Marketplace
* **การเติบโตของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง:** เช่น อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับ AI และ Data Center, อุตสาหกรรมอาหารและยานยนต์
* **การรับรู้รายได้จากงานประมูลภาครัฐ:** โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าทางการแพทย์ เช่น ผ้าอ้อมผู้ใหญ่
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและค่าขนส่ง:** โดยเฉพาะจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายและอัตรากำไร
* **ภาวะการขาดแคลนสินค้า:** อาจเกิดขึ้นได้จากปัจจัยภายนอก ส่งผลต่อการส่งมอบสินค้าและรายได้
* **การแข่งขันในตลาด:** โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้า SAFETY และ PPE ที่มีผู้เล่นจำนวนมาก
* **การเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบ:** ที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานความปลอดภัยและอาชีวอนามัย
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังอาจส่งผลต่อต้นทุนการจัดเก็บและโอกาสในการเกิดสินค้าล้าสมัย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มยอดขายกลุ่มสินค้า SAFETY:** โดยเฉพาะในกลุ่ม PPE และการเติบโตจากสินค้าใหม่
* **ผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ:** ต่อราคาวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และการสั่งซื้อของลูกค้า
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** โดยเฉพาะการระบายสินค้าที่เพิ่มขึ้น
* **การขยายช่องทางขายออนไลน์และ Marketplace:** และผลตอบรับจากลูกค้า
* **การเติบโตของกลุ่มสินค้า CE:** โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI และ Data Center
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพื่อควบคุมต้นทุนให้สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
**Utilization, Order Book, ราคาวัตถุดิบ, GPM, ส่งออก, ค่าเงิน, สินค้าคงคลัง:**
* **Utilization:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่มีการกล่าวถึงการสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นจากลูกค้าเนื่องจากความกังวลด้านราคาและภาวะขาดแคลน
* **ราคาวัตถุดิบ:** มีการกล่าวถึงความผันผวนของต้นทุนพลังงานและราคาสินค้าที่ส่งผลกระทบต่อลูกค้า
* **GPM:** ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 27.87% จาก 26.97% YoY โดยมีปัจจัยจากการขายสินค้าใหม่และสินค้าที่มี GPM สูง
* **ส่งออก:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร
* **ค่าเงิน:** มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ 0.15 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน
* **สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้น 12.81% เป็น 572.97 ล้านบาท ณ สิ้น Q2/2569 จาก 507.90 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 เนื่องจากความกังวลด้านการขนส่งและต้นทุนนำเข้า ทำให้บริษัทสั่งซื้อสินค้าสำรองเพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์:** ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 729.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.93% จากสิ้นปี 2568 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 12.81% หลักจากลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลงเล็กน้อย 3.28%
**หนี้สิน:** หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 20.12% เป็น 225.22 ล้านบาท จากสิ้นปี 2568 โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 31.07% หลักจากเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินและเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการสั่งซื้อ
**ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 2.03% เป็น 422.50 ล้านบาท จากสิ้นปี 2568 โดยมีกำไรสะสมเพิ่มขึ้น แต่ถูกหักล้างด้วยการจ่ายเงินปันผล
**กระแสเงินสด:** สำหรับ 6 เดือนแรกปี 2569 มีเงินสดสุทธิใช้ไปจากกิจกรรมดำเนินงาน 6.37 ล้านบาท เนื่องจากมีสินค้าคงเหลือและลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น แม้จะมีเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้นมาช่วยก็ตาม กิจกรรมลงทุนใช้เงินสด 1.08 ล้านบาท และกิจกรรมจัดหาเงินใช้เงินสด 4.80 ล้านบาท จากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมและเงินปันผล โดยมีเงินกู้ยืมระยะสั้นเข้ามาช่วย
**อัตราส่วนทางการเงิน:**
* **สภาพคล่อง:** อัตราส่วนสภาพคล่อง (2.54 เท่า) และสภาพคล่องหมุนเวียนเร็ว (1.19 เท่า) ยังอยู่ในระดับดี แต่ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน
* **หนี้สินต่อทุน:** เพิ่มขึ้นเป็น 0.73 เท่า จาก 0.65 เท่าในปีก่อน บ่งชี้ถึงการเพิ่มขึ้นของหนี้สินเมื่อเทียบกับส่วนทุน
* **ความสามารถในการทำกำไร:** อัตรากำไรขั้นต้น (27.87%), อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (8.41%) และอัตรากำไรสุทธิ (6.54%) ปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อน
* **ประสิทธิภาพการดำเนินงาน:** ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (59.46 วัน) และระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (130.10 วัน) เพิ่มขึ้นเล็กน้อย บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการที่อาจต้องให้ความสำคัญมากขึ้น
## สรุปท้าย
PHOL ในไตรมาส 2 ปี 2569 สามารถพลิกฟื้นผลประกอบการให้เติบโตได้อย่างน่าพอใจ โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่ยอดขายกลุ่มสินค้า SAFETY ที่เติบโตแข็งแกร่งจากการพัฒนาสินค้าใหม่และการตอบรับที่ดีจากลูกค้า ประกอบกับปัจจัยภายนอกที่กระตุ้นการสั่งซื้อ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง รวมถึงการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความต่อเนื่องของการเติบโตในระยะถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PHOL ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
262.77
ล้านบาท
↑ 4% YoY
กำไรขั้นต้น
77.60
ล้านบาท
↑ 17.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.53
%
กำไรสุทธิ
15.35
ล้านบาท
↑ 6.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.84
%
D/E Ratio
0.62
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
263
↑ + 4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
78
↑ + 17.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
15
↑ + 6.6%
YoY
D/E Ratio
0.62
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PHOL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.62
ROE (%)
16.32
ROA (%)
12.93
Book Value/หุ้น
2.15
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PHOL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+35
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PHOL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
35.07
+98.47%
|
17.67
-116.50%
|
-107.09
-1,321.09%
|
8.77
-91.27%
|
100.45
+24.47%
|
80.70
-37.26%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1.06
-116.41%
|
-6.46
-188.13%
|
7.33
+9.08%
|
6.72
-353.58%
|
-2.65
-53.99%
|
-5.76
-181.01%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-48.17
-443.34%
|
14.03
-89.29%
|
130.95
-408.48%
|
-42.45
+20.97%
|
-35.09
-48.49%
|
-68.12
-36.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-12.02
-147.60%
|
25.25
-20.90%
|
31.92
-218.40%
|
-26.96
-142.98%
|
62.72
+819.65%
|
6.82
-76.08%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
58.33
-5.43%
|
61.68
+15.18%
|
53.55
-8.79%
|
58.71
-36.45%
|
92.39
+7.73%
|
85.76
+49.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
100.34
+72.02%
|
58.33
-5.43%
|
61.68
+15.18%
|
53.55
-8.79%
|
58.71
-36.45%
|
92.39
+7.73%
|