บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
3.34
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้ที่ เพิ่มขึ้น 170.25 ล้านบาท หรือ 16.13% สินค้าด้านความ ปลอดภัย อาชีวอนามัย อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล รวมถึงสินค้าด้านการควบคุมสภาพแวดล้อม
มีคําสั่งซื้อ เพิ่มขึ้นจากกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมหลัก เช่น อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมยาน ยนต์ ที่มีการขยายการผลิตเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน และในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 ทําให้ยังมีความต้องการสินค้าเพื่อป้องกันเชื้อโรคอย่างต่อเนื่อง
รายได้ เพิ่มขึ้นเนื่องมาจากราคาของสินค้าในหมวดถุงมือไนไตร ถุงมือยางที่มีการปรับราคาขึ้นอย่างมีนัยสําคัญในช่วงต้นปี อย่างไรก็ตาม สินค้าในหมวดถุงมือมีอัตรากําไรขั้นต้นไม่สูงมากนัก เมื่อมีสัดส่วนการขายเพิ่มขึ้น ในขณะที่สัดส่วน การขายในหมวดสินค้าที่มีอัตรากําไรขั้นต้นที่สูงกว่ามีสัดส่วนการขายที่ลดลง ทําให้อัตรากําไรขั้นต้นเฉลี่ยใน ภาพรวมลดลง
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12295 out_tok=2822 at=2026-07-25T09:22:44 -->
# PHOL กำไร Q2/66 พุ่ง 33% รับแรงหนุน GPM ขยายตัว – สรุป MD&A
## รายได้ทรงตัวแต่กำไรสุทธิโตเด่น ปัจจัยหลักจาก GPM ที่ดีขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น
บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) หรือ PHOL รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 14.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะลดลงเล็กน้อย 0.73% มาอยู่ที่ 239 ล้านบาท โดยปัจจัยสำคัญที่หนุนกำไรให้เติบโตมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ PHOL ในไตรมาส 2 ปี 2566 ให้เติบโตถึง 33.12% เมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **การขยายตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM)** ที่เพิ่มขึ้นจาก 25.16% เป็น 26.81% แม้ว่ารายได้รวมจะลดลงเล็กน้อย 0.73% ก็ตาม โดยมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 3.5 ล้านบาท เป็น 64.07 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การที่ GPM ปรับตัวดีขึ้นมีสาเหตุหลักมาจาก 3 ปัจจัย ได้แก่:
* **การปรับราคาขายเพิ่มขึ้นในสินค้าบางกลุ่ม:** ช่วยชดเชยต้นทุนที่อาจมีการเปลี่ยนแปลง
* **การทำตลาดสินค้าใหม่:** สินค้าใหม่ที่นำเสนออาจมีอัตรากำไรที่สูงกว่า
* **สัดส่วนการขายสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงเพิ่มขึ้น:** การบริหารจัดการการขายที่เน้นสินค้าทำกำไรได้ดีขึ้น
แม้ว่ารายได้จากการขายกลุ่มสินค้า SAFETY และ CE จะลดลงเล็กน้อยจากราคาตลาดและปริมาณความต้องการที่ปรับตัวลดลงในสินค้ากลุ่มถุงมือยางและไนไตร รวมถึงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์โรคระบาด แต่การปรับกลยุทธ์การขายและการตลาดที่เน้นสินค้าทำกำไรสูงขึ้น รวมถึงการขยายตลาดในกลุ่มอุตสาหกรรมและการแพทย์ ส่งผลให้ภาพรวม GPM ดีขึ้นอย่างชัดเจน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก**
การที่บริษัทสามารถปรับราคาขาย ทำตลาดสินค้าใหม่ และเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้ากำไรสูงขึ้น แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการและปรับตัวของบริษัท ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีโอกาสที่จะส่งผลดีต่อเนื่องได้ อย่างไรก็ตาม การปรับตัวลดลงของราคาตลาดและปริมาณความต้องการในสินค้าบางกลุ่ม โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์โรคระบาด อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในระยะสั้นได้ นอกจากนี้ การขยายตัวของอุตสาหกรรมและการทำตลาดสินค้าใหม่ในกลุ่มอุตสาหกรรม การแพทย์ และการจัดเก็บสารเคมีอันตราย เป็นปัจจัยบวกที่ต้องติดตามว่าจะมีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่องหรือไม่
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/66 เติบโต 33.12% YoY** อยู่ที่ 14.06 ล้านบาท จาก 10.56 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยายตัว** จาก 25.16% เป็น 26.81% หนุนโดยการปรับราคาขาย, การทำตลาดสินค้าใหม่ และการเพิ่มสัดส่วนสินค้ากำไรสูง
* **รายได้รวม Q2/66 ทรงตัว YoY** อยู่ที่ 239.00 ล้านบาท ลดลง 0.73% โดยรายได้กลุ่ม SAFETY และ CE ปรับลดลงเล็กน้อย
* **ต้นทุนขายและบริการลดลงตามรายได้** แต่สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลง ทำให้ GPM ดีขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 9.07%** หลักจากค่าใช้จ่ายเดินทาง, โฆษณา และการสนับสนุนสินค้า
* **สินทรัพย์รวมลดลง 3.80%** จากสินค้าคงคลังและเงินสดที่ลดลง แต่มีการลงทุนในระบบโซลาร์รูฟท็อป
* **หนี้สินรวมลดลง 10.61%** โดยเฉพาะเงินกู้ยืมระยะสั้นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 239.00 ล้านบาท ลดลง 1.76 ล้านบาท หรือ 0.73% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้ที่ลดลงมาจากกลุ่มสินค้า SAFETY และ CE เป็นหลัก เนื่องจากราคาตลาดและปริมาณความต้องการสินค้าในกลุ่มถุงมือยางและไนไตร รวมถึงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์โรคระบาดปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม รายได้กลุ่ม WATER เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น 184.85% จากการขายสินค้าและอุปกรณ์โครงการก่อสร้างศูนย์จัดการขยะ
แม้รายได้รวมจะทรงตัว แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายได้ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นจาก 25.16% เป็น 26.81% โดยมีกำไรขั้นต้น 64.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.77%
ในขณะที่ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 9.07% เป็น 50.49 ล้านบาท หลักๆ มาจากค่าใช้จ่ายเดินทาง ค่าโฆษณา และการสนับสนุนสินค้า รวมถึงสวัสดิการและค่าฝึกอบรมพนักงาน
ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 14.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.12% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 10.56 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 5.80%
สำหรับภาพรวม 6 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 479.93 ล้านบาท ลดลง 7.22% และมีกำไรสุทธิ 26.71 ล้านบาท ลดลง 3.47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของอุตสาหกรรม:** คำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมที่มีการขยายตัว เป็นสัญญาณที่ดีต่อการเติบโตของรายได้ในกลุ่มสินค้า SAFETY
* **การทำตลาดสินค้าใหม่:** การนำเสนอสินค้าใหม่ในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บสารเคมีอันตรายและอุปกรณ์เพื่อสุขภาพ รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรม การแพทย์ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้และกำไร
* **โครงการก่อสร้างศูนย์จัดการขยะ:** รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่ม WATER จากการขายสินค้าและอุปกรณ์โครงการฯ และงานบริการดูแลระบบ เป็นโอกาสในการต่อยอดธุรกิจ
* **การลงทุนในระบบโซลาร์รูฟท็อป:** การติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าในระยะยาว และสะท้อนถึงการให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างยั่งยืน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาและปริมาณความต้องการ:** ราคาสินค้าในตลาดโลกและปริมาณความต้องการสินค้าบางกลุ่ม เช่น ถุงมือยางและไนไตร อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และความสามารถในการทำกำไร
* **การแข่งขันในตลาด:** การแข่งขันในอุตสาหกรรมสินค้าอุตสาหกรรมยังคงมีอยู่ ซึ่งอาจกดดันราคาขายและอัตรากำไร
* **การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โรคระบาด:** แม้สถานการณ์จะคลี่คลาย แต่หากมีการเปลี่ยนแปลง อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการสินค้าบางประเภทที่เกี่ยวข้อง
* **การบริหารจัดการลูกหนี้:** การบันทึกขาดทุนจากการตัดหนี้สูญลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นจำนวน 3.6 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงด้านเครดิตที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มคำสั่งซื้อในกลุ่มอุตสาหกรรม:** การเติบโตของอุตสาหกรรมจะส่งผลต่อรายได้กลุ่ม SAFETY อย่างไร
* **ผลตอบรับของสินค้าใหม่:** ความสามารถในการสร้างรายได้และกำไรจากสินค้าใหม่ที่บริษัทกำลังทำตลาด
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและราคาขาย:** ความสามารถในการรักษา GPM ที่ดีขึ้นให้ต่อเนื่อง
* **การบริหารจัดการลูกหนี้การค้า:** การติดตามและบริหารความเสี่ยงด้านเครดิตของลูกหนี้
* **การเติบโตของกลุ่มสินค้า WATER:** โครงการก่อสร้างศูนย์จัดการขยะจะสร้างรายได้ต่อเนื่องหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **รายได้:** แม้รายได้รวมจะลดลงเล็กน้อย แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้กลุ่ม WATER จากโครงการก่อสร้างศูนย์จัดการขยะเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจ ส่วนกลุ่ม SAFETY และ CE ที่ลดลงได้รับผลกระทบจากราคาและปริมาณความต้องการสินค้าบางประเภท แต่การขยายตลาดในกลุ่มอุตสาหกรรมและการแพทย์เป็นสัญญาณบวก
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** การเพิ่มขึ้นของ GPM เป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนกำไรสุทธิ การปรับราคาขาย การทำตลาดสินค้าใหม่ และการเน้นขายสินค้ากำไรสูง เป็นกลยุทธ์ที่เห็นผล
* **ต้นทุนขายและบริการ:** ลดลงตามรายได้ แต่สัดส่วนต่อรายได้ลดลง ซึ่งสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของ GPM
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** มีการเพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการสนับสนุนการขายและการตลาด รวมถึงสวัสดิการพนักงาน ซึ่งต้องพิจารณาว่าเป็นการลงทุนเพื่อการเติบโตในอนาคตหรือไม่
* **สินค้าคงคลัง:** ลดลง 32.31 ล้านบาท ซึ่งอาจสะท้อนถึงการบริหารจัดการสต็อกที่ดีขึ้น หรือการลดลงของปริมาณการสั่งซื้อ
* **การลงทุน:** มีการลงทุนในระบบโซลาร์รูฟท็อป ซึ่งเป็นการลงทุนระยะยาวเพื่อลดต้นทุน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 614.56 ล้านบาท ลดลง 3.80% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากสินค้าคงคลังและเงินสดที่ลดลง ขณะที่หนี้สินรวมลดลง 10.61% เป็น 255 ล้านบาท โดยเฉพาะเงินกู้ยืมระยะสั้นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 1.69% เป็น 360.86 ล้านบาท
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสำหรับ 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 67.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อน ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการบริหารจัดการสินค้าคงคลังและเจ้าหนี้การค้าที่ดีขึ้น การลงทุนในกิจกรรมลงทุนมีจำนวน 3.65 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปและปรับปรุงอาคาร ขณะที่กิจกรรมจัดหาเงินมีการใช้เงินสดสุทธิ 71.85 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการจ่ายคืนเงินกู้ยืมและจ่ายเงินปันผล
## สรุปท้าย
PHOL ในไตรมาส 2 ปี 2566 สามารถพลิกเกมจากรายได้ที่ทรงตัวมาสู่การเติบโตของกำไรสุทธิที่แข็งแกร่งถึง 33.12% โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากการปรับราคาขาย การทำตลาดสินค้าใหม่ และการเน้นขายสินค้ากำไรสูง แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น แต่การลดลงของหนี้สินโดยเฉพาะเงินกู้ยืมระยะสั้น และกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง เป็นปัจจัยบวกต่อฐานะการเงิน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มคำสั่งซื้อในกลุ่มอุตสาหกรรม ผลตอบรับของสินค้าใหม่ และความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและลูกหนี้การค้า เพื่อประเมินโอกาสการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PHOL ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
262.77
ล้านบาท
↑ 4% YoY
กำไรขั้นต้น
77.60
ล้านบาท
↑ 17.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.53
%
กำไรสุทธิ
15.35
ล้านบาท
↑ 6.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.84
%
D/E Ratio
0.62
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
263
↑ + 4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
78
↑ + 17.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
15
↑ + 6.6%
YoY
D/E Ratio
0.62
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PHOL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.62
ROE (%)
16.32
ROA (%)
12.93
Book Value/หุ้น
2.15
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PHOL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+35
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PHOL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
35.07
+98.47%
|
17.67
-116.50%
|
-107.09
-1,321.09%
|
8.77
-91.27%
|
100.45
+24.47%
|
80.70
-37.26%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1.06
-116.41%
|
-6.46
-188.13%
|
7.33
+9.08%
|
6.72
-353.58%
|
-2.65
-53.99%
|
-5.76
-181.01%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-48.17
-443.34%
|
14.03
-89.29%
|
130.95
-408.48%
|
-42.45
+20.97%
|
-35.09
-48.49%
|
-68.12
-36.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-12.02
-147.60%
|
25.25
-20.90%
|
31.92
-218.40%
|
-26.96
-142.98%
|
62.72
+819.65%
|
6.82
-76.08%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
58.33
-5.43%
|
61.68
+15.18%
|
53.55
-8.79%
|
58.71
-36.45%
|
92.39
+7.73%
|
85.76
+49.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
100.34
+72.02%
|
58.33
-5.43%
|
61.68
+15.18%
|
53.55
-8.79%
|
58.71
-36.45%
|
92.39
+7.73%
|