บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
3.34
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้ที่ เพิ่มขึ้น 170.25 ล้านบาท หรือ 16.13% สินค้าด้านความ ปลอดภัย อาชีวอนามัย อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล รวมถึงสินค้าด้านการควบคุมสภาพแวดล้อม
มีคําสั่งซื้อ เพิ่มขึ้นจากกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมหลัก เช่น อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมยาน ยนต์ ที่มีการขยายการผลิตเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน และในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 ทําให้ยังมีความต้องการสินค้าเพื่อป้องกันเชื้อโรคอย่างต่อเนื่อง
รายได้ เพิ่มขึ้นเนื่องมาจากราคาของสินค้าในหมวดถุงมือไนไตร ถุงมือยางที่มีการปรับราคาขึ้นอย่างมีนัยสําคัญในช่วงต้นปี อย่างไรก็ตาม สินค้าในหมวดถุงมือมีอัตรากําไรขั้นต้นไม่สูงมากนัก เมื่อมีสัดส่วนการขายเพิ่มขึ้น ในขณะที่สัดส่วน การขายในหมวดสินค้าที่มีอัตรากําไรขั้นต้นที่สูงกว่ามีสัดส่วนการขายที่ลดลง ทําให้อัตรากําไรขั้นต้นเฉลี่ยใน ภาพรวมลดลง
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7951 out_tok=2731 at=2026-07-25T23:55:31 -->
# PHOL Q2/2565 กำไรสุทธิหด 42.5% สวนทาง GPM ขยายตัว เหตุรายได้กลุ่มถุงมือยาง-ไนไตรวูบ
## รายได้กลุ่มถุงมือยาง-ไนไตรร่วงหนัก ฉุดกำไรสุทธิ Q2/65 หาย 42.5% แม้ GPM ดีขึ้น
บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) หรือ PHOL รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้รวม 240.75 ล้านบาท ลดลง 19.97% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 10.56 ล้านบาท ลดลง 42.50% แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวดีขึ้นก็ตาม ปัจจัยหลักมาจากราคาตลาดและปริมาณคำสั่งซื้อถุงมือยางและไนไตรที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ PHOL ในไตรมาส 2 ปี 2565 ลดลง 42.50% (จาก 18.36 ล้านบาท เหลือ 10.56 ล้านบาท) มาจาก **รายได้จากการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 20.23%** โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้า SAFETY และ CE ซึ่งได้รับผลกระทบจากราคาตลาดของถุงมือยางและไนไตรที่ปรับลดลงอย่างมาก ประกอบกับปริมาณคำสั่งซื้อที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เคยมีการขาดแคลนสินค้าและราคาปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) กลับปรับตัวดีขึ้น** จาก 23.34% เป็น 25.16% ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและการขายสินค้ากลุ่มที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของรายได้เกิดจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ:
* **ราคาตลาดถุงมือยางและไนไตรปรับลดลง:** ในช่วง Q2/2565 มีการผลิตสินค้ากลุ่มนี้เกินความต้องการของตลาด ทำให้ราคาลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ต่างจาก Q2/2564 ที่เกิดการขาดแคลนสินค้าและราคาพุ่งสูง
* **ปริมาณคำสั่งซื้อลดลง:** ลูกค้าตัวแทนจำหน่ายและหน่วยงานทางการแพทย์มีการสั่งซื้อลดลง ประกอบกับรายได้จากสินค้าที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ลดลงตามสถานการณ์การแพร่ระบาดที่คลี่คลายลง
ส่วนการที่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นนั้น มาจากการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าที่ดีขึ้น และการที่สัดส่วนการขายสินค้ากลุ่มที่มีอัตรากำไรสูงมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าสินค้ากลุ่ม SAFETY และ CE ที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรมยังคงมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามการขยายตัวของภาคการผลิต แต่ปัจจัยกดดันหลักคือราคาตลาดของถุงมือยางและไนไตรที่ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญและภาวะสินค้าล้นตลาด ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก และอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องหากสถานการณ์ยังไม่เปลี่ยนแปลง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/65 ลดลง 19.97% YoY** อยู่ที่ 240.75 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากกลุ่มสินค้า SAFETY และ CE ที่ยอดขายถุงมือยางและไนไตรวูบ
* **กำไรสุทธิ Q2/65 ลดลง 42.50% YoY** อยู่ที่ 10.56 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้น** จาก 23.34% ใน Q2/64 เป็น 25.16% ใน Q2/65 จากการบริหารต้นทุนและการขายสินค้ามาร์จิ้นสูง
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารใกล้เคียงปีก่อน** แต่มีค่าใช้จ่ายขนส่งและเดินทางเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 3.34%** จากเงินสดและสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 9.05%** จากเงินกู้ยืมระยะสั้นที่เพิ่มขึ้นเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 1.37%** จากการจ่ายปันผล
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทมีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 240.75 ล้านบาท ลดลง 19.97% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้ที่ลดลงหลักมาจากกลุ่มสินค้า SAFETY และ CE ซึ่งได้รับผลกระทบจากราคาตลาดของถุงมือยางและไนไตรที่ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญและปริมาณคำสั่งซื้อที่ลดลง รวมถึงรายได้จากสินค้าที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ที่ลดลง อย่างไรก็ตาม สินค้ากลุ่ม SAFETY ในหมวดอื่นยังคงมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม
แม้รายได้จะลดลง แต่บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นจาก 23.34% เป็น 25.16% เนื่องจากการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและการขายสินค้ากลุ่มที่มีอัตรากำไรสูงมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น
ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 10.56 ล้านบาท ลดลง 42.50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 18.36 ล้านบาท
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 517.29 ล้านบาท ลดลง 17.12% และมีกำไรสุทธิ 27.67 ล้านบาท ลดลง 38.77% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **คำสั่งซื้อกลุ่มสินค้า SAFETY ในหมวดอื่นเพิ่มขึ้น:** เป็นสัญญาณบวกจากการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม
* **การบริหารจัดการต้นทุนสินค้า:** การปรับปรุงประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ดีขึ้น
* **การขายสินค้ากลุ่มที่มีอัตรากำไรสูง:** การเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูงช่วยหนุน GPM
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาตลาดถุงมือยางและไนไตร:** เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรของบริษัท
* **ภาวะสินค้าล้นตลาด:** การผลิตที่เกินความต้องการส่งผลกดดันราคาและปริมาณคำสั่งซื้อ
* **การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก:** อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์สินค้าอุตสาหกรรมในภาพรวม
* **ต้นทุนค่าขนส่งและพลังงานที่สูงขึ้น:** ส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหาร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาตลาดและปริมาณคำสั่งซื้อถุงมือยางและไนไตร:** จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อรายได้ในไตรมาสถัดไป
* **การเติบโตของคำสั่งซื้อสินค้า SAFETY ในหมวดอื่น:** จะเป็นตัวขับเคลื่อนรายได้ทดแทนส่วนที่หายไปได้หรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** เพื่อรักษาอัตรากำไรท่ามกลางแรงกดดันด้านราคาและต้นทุน
* **การขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม:** จะส่งผลต่อเนื่องต่อคำสั่งซื้อสินค้าที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรมหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
**Utilization & Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate หรือ Order Book โดยตรง แต่จากข้อมูลรายได้ที่ลดลงในกลุ่มถุงมือยางและไนไตร บ่งชี้ว่าอาจมีการผลิตที่สูงกว่าความต้องการจริง หรือปริมาณคำสั่งซื้อลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
**ราคาวัตถุดิบ (Raw Material Prices):** ราคาตลาดของถุงมือยางและไนไตรปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เป็นปัจจัยลบต่อรายได้ แต่การบริหารจัดการต้นทุนสินค้าที่ดีขึ้นช่วยชดเชยบางส่วน
**GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นจาก 23.34% เป็น 25.16% ซึ่งเป็นผลดีต่อบริษัท
**การส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออกโดยตรง แต่การกล่าวถึงราคาตลาดและปริมาณคำสั่งซื้อของถุงมือยางและไนไตร บ่งชี้ว่าตลาดโลกมีผลกระทบสำคัญ
**ค่าเงิน:** มีการกล่าวถึงผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 2.25 ล้านบาทในส่วนของค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหาร ซึ่งเป็นปัจจัยลบเล็กน้อย
**สินค้าคงคลัง (Inventory):** สินค้าคงเหลือ-สุทธิเพิ่มขึ้น 10.54 ล้านบาท ซึ่งอาจสะท้อนถึงการสต็อกสินค้าเพื่อรองรับคำสั่งซื้อในอนาคต หรือสินค้าที่ขายไม่ได้ตามเป้า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์:** ณ 30 มิ.ย. 65 สินทรัพย์รวม 657.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.34% จากสิ้นปี 64 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 21.39 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 10.54 ล้านบาท
**หนี้สิน:** ณ 30 มิ.ย. 65 หนี้สินรวม 314.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.05% จากสิ้นปี 64 โดยหลักมาจากเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินที่เพิ่มขึ้น 42.94 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
**ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 30 มิ.ย. 65 ส่วนของผู้ถือหุ้น 344.67 ล้านบาท ลดลง 1.37% จากสิ้นปี 64 เนื่องจากการจ่ายปันผล 32.39 ล้านบาท หักลบกับกำไรสุทธิ 27.67 ล้านบาท
**กระแสเงินสด:**
* **กิจกรรมดำเนินงาน:** ได้รับเงินสดสุทธิ 21.34 ล้านบาท (ดีขึ้นจากติดลบ 25.52 ล้านบาทในปีก่อน) จากการลดลงของลูกหนี้และเจ้าหนี้ แต่มีเงินสดใช้ไปจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลัง
* **กิจกรรมลงทุน:** ใช้เงินสดสุทธิ 5.24 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในกิจการร่วมค้า
* **กิจกรรมจัดหาเงิน:** ได้รับเงินสดสุทธิ 5.36 ล้านบาท จากการกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้น แต่มีการจ่ายคืนเงินกู้ระยะยาวและจ่ายปันผล
## สรุปท้าย
PHOL ในไตรมาส 2 ปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันจากรายได้ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มถุงมือยางและไนไตร ซึ่งเป็นผลมาจากราคาตลาดที่ปรับลดลงและปริมาณคำสั่งซื้อที่แผ่วเบา แม้ว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นได้ดีขึ้น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากยอดขายที่หายไป ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมาก นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาและอุปสงค์ของกลุ่มถุงมือยางและไนไตร รวมถึงการเติบโตของสินค้ากลุ่มอื่นที่ยังคงมีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป ท่ามกลางความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นและภาวะเศรษฐกิจที่อาจชะลอตัว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PHOL ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
262.77
ล้านบาท
↑ 4% YoY
กำไรขั้นต้น
77.60
ล้านบาท
↑ 17.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.53
%
กำไรสุทธิ
15.35
ล้านบาท
↑ 6.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.84
%
D/E Ratio
0.62
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
263
↑ + 4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
78
↑ + 17.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
15
↑ + 6.6%
YoY
D/E Ratio
0.62
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PHOL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.62
ROE (%)
16.32
ROA (%)
12.93
Book Value/หุ้น
2.15
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PHOL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+35
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PHOL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
35.07
+98.47%
|
17.67
-116.50%
|
-107.09
-1,321.09%
|
8.77
-91.27%
|
100.45
+24.47%
|
80.70
-37.26%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1.06
-116.41%
|
-6.46
-188.13%
|
7.33
+9.08%
|
6.72
-353.58%
|
-2.65
-53.99%
|
-5.76
-181.01%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-48.17
-443.34%
|
14.03
-89.29%
|
130.95
-408.48%
|
-42.45
+20.97%
|
-35.09
-48.49%
|
-68.12
-36.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-12.02
-147.60%
|
25.25
-20.90%
|
31.92
-218.40%
|
-26.96
-142.98%
|
62.72
+819.65%
|
6.82
-76.08%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
58.33
-5.43%
|
61.68
+15.18%
|
53.55
-8.79%
|
58.71
-36.45%
|
92.39
+7.73%
|
85.76
+49.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
100.34
+72.02%
|
58.33
-5.43%
|
61.68
+15.18%
|
53.55
-8.79%
|
58.71
-36.45%
|
92.39
+7.73%
|