บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน)
MAI ·
3.34
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้ที่ เพิ่มขึ้น 170.25 ล้านบาท หรือ 16.13% สินค้าด้านความ ปลอดภัย อาชีวอนามัย อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล รวมถึงสินค้าด้านการควบคุมสภาพแวดล้อม
มีคําสั่งซื้อ เพิ่มขึ้นจากกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมหลัก เช่น อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมยาน ยนต์ ที่มีการขยายการผลิตเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน และในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 ทําให้ยังมีความต้องการสินค้าเพื่อป้องกันเชื้อโรคอย่างต่อเนื่อง
รายได้ เพิ่มขึ้นเนื่องมาจากราคาของสินค้าในหมวดถุงมือไนไตร ถุงมือยางที่มีการปรับราคาขึ้นอย่างมีนัยสําคัญในช่วงต้นปี อย่างไรก็ตาม สินค้าในหมวดถุงมือมีอัตรากําไรขั้นต้นไม่สูงมากนัก เมื่อมีสัดส่วนการขายเพิ่มขึ้น ในขณะที่สัดส่วน การขายในหมวดสินค้าที่มีอัตรากําไรขั้นต้นที่สูงกว่ามีสัดส่วนการขายที่ลดลง ทําให้อัตรากําไรขั้นต้นเฉลี่ยใน ภาพรวมลดลง
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8474 out_tok=2785 at=2026-07-27T11:26:03 -->
PHOL กำไรสุทธิ Q2/64 ทรงตัว แต่รายได้โต 22.56% รับอานิสงส์อุตสาหกรรมฟื้นตัว
ฝ่ายจัดการชี้รายได้หลักจากกลุ่ม SAFETY และ CE เติบโตต่อเนื่อง ขณะที่ GPM ลดลงจากการขายสินค้ากำไรต่ำ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่อธิบายผลประกอบการของ PHOL ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายและให้บริการที่แข็งแกร่งถึง 22.56% YoY** ซึ่งเป็นผลมาจากอุตสาหกรรมหลักที่บริษัทดำเนินธุรกิจอยู่เริ่มฟื้นตัวและมีความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) กลับปรับตัวลดลง** จาก 26.68% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 23.34% ในไตรมาสนี้ ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิโดยรวมทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **รายได้เติบโตจากกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก:**
* **กลุ่มสินค้า SAFETY:** มีรายได้เพิ่มขึ้น 20.31% โดยได้แรงหนุนจากลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง รวมถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ความต้องการสินค้าเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงมีอยู่ ทำให้กลุ่มโรงพยาบาลและหน่วยงานทางการแพทย์มีความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะถุงมือ ซึ่งเป็นสินค้าที่บริษัทจำหน่าย
* **กลุ่มสินค้า CE:** มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 40.31% จากการที่ลูกค้าหลักในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์มีการปรับตัวและขยายการผลิต โดยเฉพาะการจ้างผู้รับเหมาช่วง ทำให้บริษัทสามารถขยายการขายไปยังกลุ่มผู้รับเหมาช่วงได้
2. **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง:** แม้รายได้รวมจะเติบโต แต่ GPM กลับลดลง สาเหตุหลักมาจาก **สัดส่วนการขายสินค้าในกลุ่มถุงมือซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นไม่สูงนัก เพิ่มขึ้น** ทั้งที่ใช้เพื่อการป้องกันในภาคอุตสาหกรรมและการแพทย์ ในขณะที่สัดส่วนการขายสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่ากลับลดลง
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง (สำหรับรายได้) / ต้องติดตาม (สำหรับ GPM)**
* **รายได้:** แนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมหลัก เช่น อาหาร อิเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์ รวมถึงความต้องการสินค้าเพื่อป้องกันโรคที่ยังคงมีอยู่ บ่งชี้ว่ารายได้จากการขายและให้บริการมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องในระยะสั้นถึงกลาง
* **GPM:** การที่สัดส่วนสินค้ากำไรต่ำเพิ่มขึ้น อาจเป็นปัจจัยกดดัน GPM ในระยะสั้น หากบริษัทไม่สามารถเพิ่มสัดส่วนการขายสินค้ากำไรสูงขึ้น หรือไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้ ต้องติดตามกลยุทธ์ของฝ่ายจัดการในการบริหารจัดการ GPM ในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/64 เพิ่มขึ้น 22.56% YoY** แตะ 300.85 ล้านบาท จาก 245.47 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรสุทธิ Q2/64 ทรงตัว** อยู่ที่ 18.36 ล้านบาท เทียบกับ 18.37 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง** จาก 26.68% ใน Q2/63 เป็น 23.34% ใน Q2/64
* **รายได้ 6 เดือนแรกปี 64 เพิ่มขึ้น 20.30% YoY** อยู่ที่ 624.17 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิ 6 เดือนแรก ลดลง 7.26% YoY อยู่ที่ 45.19 ล้านบาท
* **กลุ่มสินค้า SAFETY และ CE เป็นตัวขับเคลื่อนรายได้หลัก** โดย SAFETY เติบโต 20.31% และ CE เติบโต 40.31%
* **กลุ่มสินค้า WATER มีรายได้ลดลง 53.46%** เนื่องจากลูกค้าชะลอโครงการใหม่
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท ผลธัญญะ จำกัด (มหาชน) หรือ PHOL มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 300.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.37 ล้านบาท หรือ 22.56% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่ของบริษัทใหญ่จำนวน 18.36 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 18.37 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 6.10% ลดลงเล็กน้อยจาก 7.38% ในปีก่อน
สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 624.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 105.35 ล้านบาท หรือ 20.30% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่ของบริษัทใหญ่ 45.19 ล้านบาท ลดลง 3.54 ล้านบาท หรือ 7.26% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีกำไรสุทธิ 48.73 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 7.23% ลดลงจาก 9.28%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมหลัก:** การที่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อาหาร และยานยนต์ มีการขยายตัวและเพิ่มปริมาณการผลิต เป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มยอดขายสินค้ากลุ่ม SAFETY
* **ความต้องการสินค้าป้องกันโรคต่อเนื่อง:** สถานการณ์โควิด-19 ยังคงส่งผลให้มีความต้องการสินค้าเพื่อป้องกันเชื้อโรคอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มโรงพยาบาล หน่วยงานทางการแพทย์ และภาคอุตสาหกรรม
* **การขยายฐานลูกค้าในกลุ่มผู้รับเหมาช่วง:** การที่บริษัทสามารถขยายการขายไปยังกลุ่มผู้รับเหมาช่วงในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ได้ เป็นโอกาสในการเพิ่มยอดขายในกลุ่มสินค้า CE
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันด้านราคาสินค้า:** การที่สินค้าในหมวดถุงมือซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นไม่สูง มีสัดส่วนการขายเพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมของบริษัท
* **การชะลอตัวของโครงการใหม่:** สถานการณ์โควิด-19 อาจทำให้ลูกค้าบางรายชะลอแผนงานโครงการใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้า WATER ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ในกลุ่มดังกล่าว
* **ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนในเอกสาร แต่การที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น และมีต้นทุนสินค้าปรับตัวเพิ่มขึ้นในบางหมวดสินค้า อาจเป็นความเสี่ยงหากไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขายได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** ติดตามว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการสัดส่วนการขายสินค้าให้สมดุล หรือสามารถเพิ่มอัตรากำไรจากสินค้าหลักได้หรือไม่ เพื่อชดเชยผลกระทบจากการขายสินค้ากำไรต่ำ
* **การฟื้นตัวของกลุ่มสินค้า WATER:** จับตาว่าโครงการใหม่ๆ ในกลุ่มสินค้า WATER จะกลับมาดำเนินการได้เมื่อใด และจะส่งผลต่อรายได้ของกลุ่มนี้อย่างไร
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** แม้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามรายได้ แต่ควรติดตามการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาระดับกำไร
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** ผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดอาจส่งผลต่อความต้องการสินค้าและการดำเนินงานของลูกค้าในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **รายได้จากการขายและให้บริการ:** เติบโต 22.56% YoY โดยกลุ่ม SAFETY คิดเป็น 74.22% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้น 20.31% จากการขยายตัวของอุตสาหกรรมอาหาร อิเล็กทรอนิกส์ และยานยนต์ รวมถึงความต้องการสินค้าป้องกันโรค กลุ่ม CE คิดเป็น 24.72% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้น 40.31% จากการขยายการผลิตของลูกค้าในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่ม WATER คิดเป็น 1.06% ลดลง 53.46% เนื่องจากลูกค้าชะลอโครงการ
* **ต้นทุนขายและบริการ:** เพิ่มขึ้น 28.14% YoY ตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น และมีต้นทุนสินค้าปรับตัวเพิ่มขึ้นในบางหมวด
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** ลดลงจาก 26.68% ใน Q2/63 เป็น 23.34% ใน Q2/64 เนื่องจากสัดส่วนการขายสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำ (เช่น ถุงมือ) เพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้น 2.86% YoY ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายผันแปรตามรายได้ เช่น คอมมิชชั่นพนักงาน ขณะที่ค่าใช้จ่ายเดินทางลดลง
* **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 27.29% YoY เนื่องจากมีการใช้เงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น
* **รายการอื่น:** มีการบันทึกขาดทุนจากการตัดหนี้สูญและกลับรายการขาดทุนจากการด้อยค่าลูกหนี้การค้าในจำนวนเท่ากัน (0.70 ล้านบาท) จากการหักกลบหนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 มิ.ย. 64 อยู่ที่ 675.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.53% จากสิ้นปี 63 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังและลูกหนี้การค้า
* **หนี้สินรวม:** ณ 30 มิ.ย. 64 อยู่ที่ 331.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.04% จากสิ้นปี 63 โดยหลักจากเงินกู้ยืมระยะสั้นและเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 30 มิ.ย. 64 อยู่ที่ 345.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.10% จากสิ้นปี 63 จากกำไรสุทธิ แต่ลดลงจากการจ่ายเงินปันผล
* **กระแสเงินสด:**
* **กิจกรรมดำเนินงาน:** ใช้เงินสดสุทธิ 25.52 ล้านบาท (เทียบกับได้เงินสด 53.67 ล้านบาทในปีก่อน) โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ
* **กิจกรรมลงทุน:** ใช้เงินสดสุทธิ 0.61 ล้านบาท เพื่อซื้อสินทรัพย์ถาวร
* **กิจกรรมจัดหาเงิน:** ใช้เงินสดสุทธิ 5.47 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการจ่ายคืนเงินกู้ยืมและจ่ายเงินปันผล แม้จะมีกระแสเงินสดรับจากเงินกู้ยืมระยะสั้น
## สรุปท้าย
PHOL ในไตรมาส 2 ปี 2564 สามารถสร้างการเติบโตของรายได้ที่น่าประทับใจถึง 22.56% YoY โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากกลุ่มอุตสาหกรรม SAFETY และ CE ที่ฟื้นตัวและมีความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การที่กำไรสุทธิทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นผลมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจากการที่สัดส่วนการขายสินค้ากำไรต่ำเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงด้านอัตรากำไรนี้เป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป ขณะที่การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมหลักยังคงเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันรายได้ให้เติบโตต่อเนื่องต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PHOL ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
262.77
ล้านบาท
↑ 4% YoY
กำไรขั้นต้น
77.60
ล้านบาท
↑ 17.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
29.53
%
กำไรสุทธิ
15.35
ล้านบาท
↑ 6.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
5.84
%
D/E Ratio
0.62
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
263
↑ + 4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
78
↑ + 17.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
15
↑ + 6.6%
YoY
D/E Ratio
0.62
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PHOL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.62
ROE (%)
16.32
ROA (%)
12.93
Book Value/หุ้น
2.15
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PHOL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+35
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PHOL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
35.07
+98.47%
|
17.67
-116.50%
|
-107.09
-1,321.09%
|
8.77
-91.27%
|
100.45
+24.47%
|
80.70
-37.26%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1.06
-116.41%
|
-6.46
-188.13%
|
7.33
+9.08%
|
6.72
-353.58%
|
-2.65
-53.99%
|
-5.76
-181.01%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-48.17
-443.34%
|
14.03
-89.29%
|
130.95
-408.48%
|
-42.45
+20.97%
|
-35.09
-48.49%
|
-68.12
-36.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-12.02
-147.60%
|
25.25
-20.90%
|
31.92
-218.40%
|
-26.96
-142.98%
|
62.72
+819.65%
|
6.82
-76.08%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
58.33
-5.43%
|
61.68
+15.18%
|
53.55
-8.79%
|
58.71
-36.45%
|
92.39
+7.73%
|
85.76
+49.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
100.34
+72.02%
|
58.33
-5.43%
|
61.68
+15.18%
|
53.55
-8.79%
|
58.71
-36.45%
|
92.39
+7.73%
|