บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน)
SET · สื่อและสิ่งพิมพ์
3.02
0.02 (0.66%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8819 out_tok=2699 at=2026-07-25T22:11:34 -->
ONEE กำไรสุทธิปี 65 ลดลง 10.9% รับต้นทุนผลิต-อีเวนต์พุ่ง
รายได้รวมโต 14.5% หนุนธุรกิจเกี่ยวเนื่อง-คอนเสิร์ตฟื้นตัวแรง ขณะที่โฆษณาโทรทัศน์ยังซบเซา
บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ONEE รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้รวม 6,226.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.5% แต่กำไรสุทธิอยู่ที่ 738.3 ล้านบาท ลดลง 10.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนขายและบริการที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ ONEE ในปี 2565 ปรับตัวลดลง แม้รายได้รวมจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง มาจาก **ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 34.8%** ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของรายได้ที่ 14.6% เป็นหลัก
สาเหตุที่ต้นทุนขายและบริการปรับตัวสูงขึ้น มาจากการกลับมาดำเนินงานเต็มรูปแบบหลังสถานการณ์โควิด-19 โดยเฉพาะต้นทุนการผลิตรายการที่เพิ่มขึ้นจากการออกอากาศแบบ First-run เกือบทั้งหมดในปี 2565 เทียบกับปีก่อนที่เน้นกลยุทธ์รีรันเพื่อลดต้นทุน นอกจากนี้ยังรวมถึงต้นทุนการจัดคอนเสิร์ตและบริหารกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างมากตามการกลับมาจัดงานได้เต็มรูปแบบ และต้นทุนการจ้างศิลปินที่สูงขึ้น
สำหรับแนวโน้มความต่อเนื่องของต้นทุนที่สูงขึ้นนี้ **มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่อง** เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุว่าการกลับมาออกอากาศแบบ First-run และการจัดกิจกรรมคอนเสิร์ตและอีเวนต์อย่างเต็มรูปแบบเป็นทิศทางที่บริษัทจะดำเนินต่อไปเพื่อสร้างรายได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทได้มีการบริหารต้นทุนผ่านการรีรันรายการในช่วงไตรมาส 4/65 เพื่อบริหารต้นทุนการขายโฆษณา ซึ่งอาจส่งผลต่ออัตรากำไรในส่วนนี้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมปี 2565 เติบโต 14.6%** แตะ 6,226.7 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจเกี่ยวเนื่องอื่นที่โต 67.8% และธุรกิจคอนเสิร์ตและอีเวนต์ที่โตถึง 705.9%
* **กำไรสุทธิปี 2565 ลดลง 10.9%** อยู่ที่ 738.3 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 34.8%
* **ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 34.8%** เป็น 3,554.2 ล้านบาท จากการกลับมาผลิตรายการแบบ First-run และการจัดคอนเสิร์ต/อีเวนต์เต็มรูปแบบ
* **รายได้โฆษณาโทรทัศน์ลดลง 1.4%** ในปี 2565 และไตรมาส 4/65 ลดลง 8.3% YoY เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อและกำลังซื้อชะลอตัว
* **ช่อง one31 รักษาอันดับ 2** ด้วยเรตติ้งเฉลี่ยไพร์มไทม์ 2.53 ในปี 2565
* **หนี้สินรวมลดลง 7.8%** จากการชำระคืนเงินกู้ระยะยาวทั้งหมดในไตรมาส 1/65 ทำให้บริษัทไม่มีเงินกู้ระยะยาวคงค้าง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 6,226.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.5% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจคอนเสิร์ตและอีเวนต์ที่เติบโตถึง 705.9% และธุรกิจเกี่ยวเนื่องอื่นที่เติบโต 67.8% รวมถึงรายได้จากการบริหารลิขสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้น 8.1% อย่างไรก็ตาม รายได้จากการบริการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์และบริการเวลาออกอากาศทางช่องโทรทัศน์ลดลง 1.9% เนื่องจากกลยุทธ์การบริหารต้นทุนด้วยการรีรันรายการในช่วงปลายปี
ในด้านต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นถึง 34.8% เป็น 3,554.2 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของรายได้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 5.0% เป็น 2,574.1 ล้านบาท และเมื่อรวมค่าใช้จ่ายในการขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 46.0% และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.6% ทำให้กำไรจากการดำเนินงานลดลง 21.2% เป็น 860.0 ล้านบาท
แม้จะมีรายได้ทางการเงินเพิ่มขึ้น 300.0% เป็น 9.2 ล้านบาท แต่ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 89.2% เหลือเพียง 13.9 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ระยะยาวทั้งหมด ส่งผลให้กำไรก่อนหักภาษีเงินได้ลดลง 11.2% เป็น 857.2 ล้านบาท และเมื่อหักภาษีเงินได้ที่ลดลง 13.2% เป็น 118.9 ล้านบาท กำไรสุทธิสำหรับปี 2565 อยู่ที่ 738.3 ล้านบาท ลดลง 10.9% จากปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของธุรกิจคอนเสิร์ตและอีเวนต์:** การกลับมาจัดกิจกรรมได้อย่างเต็มรูปแบบหลังสถานการณ์โควิด-19 เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้และกำไร
* **การเติบโตของธุรกิจเกี่ยวเนื่องอื่น:** การบริหารจัดการศิลปินและการขายสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับการจัดคอนเสิร์ตและอีเวนต์มีแนวโน้มเติบโตตามกิจกรรมหลัก
* **การขยายตลาดลิขสิทธิ์รายการ:** การขายลิขสิทธิ์รายการไปยังต่างประเทศและแพลตฟอร์ม OTT รวมถึงการเพิ่มราคาขายต่อตอน เป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้จากคอนเทนต์
* **การเติบโตของรายได้จากธุรกิจรับจ้างผลิต:** การรับจ้างผลิตรายการให้กับช่องสถานีโทรทัศน์คู่ค้าและแพลตฟอร์ม OTT รวมถึงการรับจ้างผลิตอีเวนต์และแคมเปญออนไลน์
* **การฟื้นตัวของเม็ดเงินโฆษณาดิจิทัล:** แม้สื่อโทรทัศน์จะยังคงได้รับผลกระทบ แต่สื่อดิจิทัลมีแนวโน้มเติบโต ซึ่งอาจเป็นโอกาสในการปรับกลยุทธ์การขายโฆษณา
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเงินเฟ้อและกำลังซื้อชะลอตัว:** ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเม็ดเงินโฆษณา โดยเฉพาะสื่อโทรทัศน์ที่ยังคงลดลง และอาจกระทบต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคในการเข้าร่วมกิจกรรม
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมสื่อ:** การแข่งขันที่สูงขึ้นในทุกแพลตฟอร์มอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและราคาขาย
* **ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น:** การกลับมาผลิตรายการแบบ First-run และต้นทุนการจัดกิจกรรมที่เพิ่มขึ้น อาจกดดันอัตรากำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ:** การเติบโตของ GDP ไทยที่ยังอยู่ในระดับต่ำ อาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มเม็ดเงินโฆษณาโทรทัศน์:** การฟื้นตัวหรือการปรับตัวลดลงต่อเนื่องภายใต้ภาวะเงินเฟ้อ
* **การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและจัดกิจกรรม:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนให้สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้
* **กลยุทธ์การขายลิขสิทธิ์รายการ:** การขยายตลาดไปยังต่างประเทศและแพลตฟอร์มใหม่ๆ
* **การเติบโตของธุรกิจเกี่ยวเนื่อง:** การต่อยอดจากความสำเร็จของคอนเสิร์ตและอีเวนต์
* **การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค:** การเข้าถึงคอนเทนต์ผ่านช่องทางต่างๆ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้จากการบริการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์และบริการเวลาออกอากาศทางช่องโทรทัศน์:** ลดลง 12.4% ในไตรมาส 4/65 และ 1.9% ในปี 2565 เนื่องจากกลยุทธ์รีรันรายการเพื่อบริหารต้นทุนส่งผลให้ราคาขายโฆษณาต่อทีวีลดลง แม้ช่อง one31 จะยังคงรักษาอันดับ 2 ด้านเรตติ้งไพร์มไทม์ได้ แต่ภาพรวมเม็ดเงินโฆษณาโทรทัศน์ยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อและกำลังซื้อที่ชะลอตัว โดยไตรมาส 4/65 เป็นช่วงที่เม็ดเงินโฆษณาโทรทัศน์ต่ำสุดในรอบ 5 ปี
**รายได้จากการบริหารลิขสิทธิ์:** เพิ่มขึ้น 8.1% ในปี 2565 จากการขายลิขสิทธิ์รายการไปยังต่างประเทศและช่องทาง OTT รวมถึงราคาขายต่อตอนที่เพิ่มขึ้นของซีรีส์ดัง เช่น F4 Thailand และละครอื่นๆ
**รายได้จากธุรกิจรับจัดคอนเสิร์ตและบริหารกิจกรรม:** เติบโตอย่างก้าวกระโดด 705.9% ในปี 2565 จากการกลับมาจัดกิจกรรมได้อย่างเต็มรูปแบบ เช่น คอนเสิร์ต Love Out Loud Fan Fest 2022 และ F4 Shooting Star
**รายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอื่น:** เพิ่มขึ้น 67.8% ในปี 2565 จากการบริหารจัดการศิลปินและการขายสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับคอนเสิร์ตและอีเวนต์
**ต้นทุนขายและบริการ:** เพิ่มขึ้น 34.8% ในปี 2565 จากต้นทุนการผลิตรายการที่สูงขึ้น (First-run) ต้นทุนการจัดคอนเสิร์ตและอีเวนต์ และต้นทุนการจ้างศิลปิน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 9,394.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% จากปีก่อน โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 1,570.2 ล้านบาท (ไม่รวมเงินฝากประจำ)
หนี้สินรวมลดลง 7.8% เป็น 2,266.4 ล้านบาท เนื่องจากการชำระคืนเงินกู้ระยะยาวทั้งหมด 311.5 ล้านบาทในไตรมาส 1/65 ส่งผลให้บริษัทไม่มีเงินกู้ระยะยาวคงค้าง
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 4.1% เป็น 7,128.1 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 0.35 เป็น 0.31 บ่งชี้ถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น
## สรุปท้าย
ONEE ในปี 2565 เผชิญความท้าทายจากต้นทุนขายและบริการที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งกดดันกำไรสุทธิให้ลดลง 10.9% แม้รายได้รวมจะเติบโตได้ดีจากการฟื้นตัวของธุรกิจคอนเสิร์ต อีเวนต์ และธุรกิจเกี่ยวเนื่องอื่น อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทไม่มีหนี้สินระยะยาวคงค้างและมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยรองรับความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนที่ผันผวน นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการบริหารจัดการต้นทุนและการเติบโตของรายได้จากธุรกิจที่หลากหลาย เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ONEE ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
2,055.90
ล้านบาท
↑ 17.6% YoY
กำไรขั้นต้น
758.12
ล้านบาท
↑ 16.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
36.88
%
กำไรสุทธิ
182.36
ล้านบาท
↑ 71.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.87
%
D/E Ratio
0.39
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,056
↑ + 17.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
758
↑ + 16.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
182
↑ + 71.6%
YoY
D/E Ratio
0.39
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ONEE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.39
ROE (%)
6.34
ROA (%)
5.08
Book Value/หุ้น
3.03
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ONEE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-578
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,843
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ONEE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-577.85
+19.24%
|
-484.63
-1,086.42%
|
49.13
-115.09%
|
-325.56
-31.29%
|
-473.79
-167.44%
|
702.55
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,842.61
+3,393.76%
|
52.74
-152.24%
|
-100.96
-104.09%
|
2,465.65
-21,634.06%
|
-11.45
-99.45%
|
-2,096.01
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
259.14
-25.76%
|
349.08
-16.45%
|
417.81
-48.93%
|
818.09
-52.49%
|
1,721.91
+7.08%
|
1,608.09
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,523.90
-1,940.01%
|
-82.82
-122.63%
|
365.98
-87.63%
|
2,958.18
+80.72%
|
1,636.90
+662.66%
|
214.63
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,693.31
+6.52%
|
1,589.60
+1.23%
|
1,570.23
-36.22%
|
2,461.90
+496.30%
|
412.86
+108.27%
|
198.23
-58.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,070.85
-36.76%
|
1,693.31
+6.52%
|
1,589.60
+1.23%
|
1,570.23
-36.22%
|
2,461.90
+496.30%
|
412.86
+108.27%
|