บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน)
SET · สื่อและสิ่งพิมพ์
3.02
0.02 (0.66%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8715 out_tok=3662 at=2026-07-25T22:42:15 -->
# ONEE กำไร Q3/65 หดตัว 2.3% สวนทางรายได้โต 49.3% รับแรงกดดันต้นทุนผลิตพุ่ง
## รายได้รวมพุ่ง 1,655 ล้านบาท แต่ต้นทุนพุ่ง 85% ฉุดกำไรสุทธิลดลงเล็กน้อย ขณะที่ธุรกิจอีเวนต์-บริหารศิลปินเติบโตโดดเด่น
บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ONEE รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้รวม 1,655.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่กำไรสุทธิอยู่ที่ 164.0 ล้านบาท ลดลง 2.3% โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม รายได้จากธุรกิจคอนเสิร์ตและอีเวนต์ รวมถึงธุรกิจบริหารศิลปินและการขายสินค้า ยังคงเติบโตได้ดี เป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการในภาพรวม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงของผลประกอบการในไตรมาส 3/2565 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการดำเนินงานรวมที่เพิ่มขึ้น 49.9%** จาก 1,085.5 ล้านบาท เป็น 1,627.5 ล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายได้จากการจัดคอนเสิร์ตและอีเวนต์ที่พุ่งสูงถึง 2,704.3% และรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอื่นที่เพิ่มขึ้น 94.7% อย่างไรก็ตาม **ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นถึง 85.0%** จาก 521.7 ล้านบาท เป็น 965.1 ล้านบาท ได้กลายเป็นแรงกดดันสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิลดลง 2.3% จาก 167.9 ล้านบาท เป็น 164.0 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากหลายปัจจัย ได้แก่:
* **รายได้จากการบริการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์:** เพิ่มขึ้นจากการขายปริมาณโฆษณาและอัตรานำทีขายโฆษณำที่มากขึ้น รวมถึงรายได้จากการจัดออนไลน์แคมเปญที่ได้รับความนิยม
* **รายได้จากการบริหารลิขสิทธิ์:** เพิ่มขึ้นจากการขายลิขสิทธิ์รายการไปยังต่างประเทศและช่องทาง OTT รวมถึงราคาขายต่อตอนที่สูงขึ้นของซีรีส์ดังหลายเรื่อง
* **รายได้จากการบริการรับจัดคอนเสิร์ตและบริหารกิจกรรม:** เติบโตอย่างโดดเด่นจากการจัดคอนเสิร์ตใหญ่หลายงาน เช่น Love Out Loud Fan Fest 2022, F4 Shooting Star, The Cassette Festival เป็นต้น
* **รายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอื่น:** เพิ่มขึ้นจากรายได้การบริหารจัดการศิลปินและการขายสินค้า ซึ่งเป็นผลมาจากการจัดคอนเสิร์ตและอีเวนต์
* **รายได้จากธุรกิจรับจ้างผลิตและบริการ:** เพิ่มขึ้นจากการรับจ้างผลิตรายการของบริษัท เช้นจ์ 2561 จำกัด และบริษัท จีเอ็มเอ็มสตูดิโอส์อินเตอร์เนชั่นแนลจำกัด
ในขณะที่ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนั้น มีสาเหตุหลักมาจาก:
* **ต้นทุนการจัดคอนเสิร์ตและอีเวนต์:** เพิ่มขึ้นตามการจัดกิจกรรมที่มากขึ้น
* **ต้นทุนการจ้างศิลปิน:** เพิ่มขึ้นจากบริษัท จีเอ็มเอ็มทีวี จำกัด
* **ต้นทุนการผลิตรายการ:** เพิ่มขึ้นเนื่องจากในปี 2564 มีการใช้กลยุทธ์ออกอากาศแบบรันเพื่อลดต้นทุน แต่ในปี 2565 นี้มีการออกอากาศแบบ First-run ทั้งหมด ทำให้ต้นทุนการผลิตเปรียบเทียบสูงขึ้น
* **ต้นทุนการรับจ้างผลิต:** เพิ่มขึ้นตามจำนวนรายการที่ผลิตให้กับคู่ค้า
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน ฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้จากการจัดคอนเสิร์ตและอีเวนต์ รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอื่น มีสัดส่วนที่ร้อยละ 10.3 จากรายได้รวมทั้งหมด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลังการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจากการออกอากาศแบบ First-run อาจเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะสั้น แต่หากบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังคงรักษาความนิยมของคอนเทนต์ได้ ก็มีโอกาสที่จะรักษาการเติบโตของรายได้ในส่วนนี้ไว้ได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/65 เติบโต 49.3% YoY** แตะ 1,655.0 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ Q3/65 ลดลง 2.3% YoY** อยู่ที่ 164.0 ล้านบาท
* **ต้นทุนขายและบริการพุ่ง 85.0% YoY** เป็น 965.1 ล้านบาท เป็นปัจจัยหลักกดดันกำไร
* **รายได้ธุรกิจคอนเสิร์ตและอีเวนต์โตกว่า 2,700%** สะท้อนการฟื้นตัวหลังโควิด
* **ธุรกิจบริหารศิลปินและขายสินค้ายังคงเติบโตต่อเนื่อง**
* **ช่อง one31 รักษาอันดับ 2 เรตติ้งไพร์มไทม์** และอันดับ 3 ช่วงเวลากลางวัน
* **หนี้สินรวมลดลง 6.3%** จากการชำระคืนเงินกู้ระยะยาว ส่งผลให้ D/E ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ONEE มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 1,627.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้จากการบริการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์ที่เพิ่มขึ้นจากการขายปริมาณและอัตรานำทีโฆษณำ รวมถึงรายได้จากการจัดออนไลน์แคมเปญ รายได้จากการบริหารลิขสิทธิ์ที่เติบโตจากการขายลิขสิทธิ์รายการไปยังต่างประเทศและช่องทาง OTT แพลตฟอร์ม รายได้จากธุรกิจผลิตรายการวิทยุที่เพิ่มขึ้นจากการขายโฆษณำวิทยุ รายได้จากธุรกิจรับจ้างผลิตและบริการที่เพิ่มขึ้นจากการรับจ้างผลิตรายการ และที่โดดเด่นที่สุดคือรายได้จากการบริการรับจัดคอนเสิร์ตและบริหารกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดกว่า 2,700% รวมถึงรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอื่น เช่น การบริหารจัดการศิลปินและการขายสินค้าที่เพิ่มขึ้น 94.7%
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการสำหรับไตรมาส 3/65 เพิ่มขึ้นถึง 85.0% เป็น 965.1 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการจัดคอนเสิร์ตและอีเวนต์ ต้นทุนการจ้างศิลปิน และต้นทุนการผลิตรายการที่มากขึ้น เนื่องจากมีการออกอากาศแบบ First-run ทั้งหมด ประกอบกับต้นทุนการรับจ้างผลิตรายการที่เพิ่มขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริการเพิ่มขึ้น 68.1% เป็น 75.5 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 24.9% เป็น 407.3 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายด้านพนักงานที่สูงขึ้นและการลงทุนพัฒนาระบบ
ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานลดลง 4.0% เป็น 207.1 ล้านบาท แม้ว่ากำไรก่อนหักภาษีเงินได้จะเพิ่มขึ้น 15.0% เป็น 206.3 ล้านบาท จากการลดลงของค่าใช้จ่ายทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญถึง 93.0% เนื่องจากไม่มีเงินกู้ระยะยาวคงค้าง แต่เมื่อหักภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้น 268.1% เป็น 42.3 ล้านบาท ทำให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3/65 อยู่ที่ 164.0 ล้านบาท ลดลง 2.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
เมื่อพิจารณาผลการดำเนินงานสะสม 9 เดือนแรกของปี 2565 รายได้รวมอยู่ที่ 4,775.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.7% แต่กำไรสุทธิอยู่ที่ 593.4 ล้านบาท ลดลง 4.8% โดยอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 51.7% เป็น 43.4% และอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 16.0% เป็น 12.4%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมอีเวนต์และคอนเสิร์ต:** การยกเลิกมาตรการทางสาธารณสุขทำให้บริษัทสามารถจัดกิจกรรมได้เต็มที่ ส่งผลให้รายได้จากส่วนนี้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
* **การขยายตลาดคอนเทนต์สู่ต่างประเทศ:** การขายลิขสิทธิ์รายการไปยังต่างประเทศและช่องทาง OTT แพลตฟอร์ม รวมถึงความร่วมมือกับพันธมิตรต่างประเทศในการผลิตละครและซีรีส์เวอร์ชันไทย จะช่วยเพิ่มแหล่งรายได้ใหม่
* **ความร่วมมือทางธุรกิจใหม่:** การนำคอนเทนต์ "one news" ออกอากาศสู่จอทีวีรถไฟฟ้า BTS และจอในอาคารสำนักงาน จะช่วยเพิ่มการรับรู้แบรนด์และโอกาสในการสร้างรายได้
* **การรักษาอันดับสถานีโทรทัศน์:** ช่อง one31 ยังคงรักษาอันดับ 2 ด้านเรตติ้งไพร์มไทม์ และอันดับ 3 ช่วงเวลากลางวัน ซึ่งเป็นฐานสำคัญในการสร้างรายได้จากสื่อโฆษณา
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** การชำระคืนเงินกู้ระยะยาวทำให้ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมาก
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเงินเฟ้อและการชะลอตัวของการบริโภค:** ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและอาจกระทบต่อการตัดสินใจซื้อสื่อโฆษณาโทรทัศน์
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมสื่อ:** การแข่งขันที่สูงขึ้นทั้งจากสื่อดั้งเดิมและสื่อดิจิทัล อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและอัตราค่าโฆษณา
* **ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น:** การผลิตรายการแบบ First-run และต้นทุนการจ้างศิลปินที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นในระยะยาว
* **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ:** ภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงมีความผันผวนและปัจจัยเสี่ยงต่างๆ อาจส่งผลต่อรายได้จากการดำเนินงานโดยรวม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มเม็ดเงินโฆษณาทั้งปี โดยเฉพาะในกลุ่มสื่อโทรทัศน์
* ผลประกอบการของธุรกิจคอนเสิร์ตและอีเวนต์ในไตรมาสถัดไป
* ความคืบหน้าและความสำเร็จของความร่วมมือทางธุรกิจใหม่ๆ กับ VGI และ SBS Contents Hub
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตรายการและต้นทุนการจัดอีเวนต์
* การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยและผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงิน (แม้ปัจจุบันจะไม่มีหนี้ระยะยาว)
* การฟื้นตัวของรายได้ภาคครัวเรือนและกำลังซื้อของผู้บริโภค
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้จากการบริการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์และบริการเวลาออกอากาศทางช่องโทรทัศน์:** แม้ว่าภาพรวมสื่อโฆษณำโทรทัศน์จะเติบโตเล็กน้อยเพียง 1.1% YoY สะสม 9 เดือน แต่ฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้ในส่วนนี้ของบริษัทเพิ่มขึ้น 22.5% ใน Q3/65 YoY จากการขายปริมาณโฆษณำและอัตรานำทีขายที่มากขึ้น รวมถึงรายได้จากออนไลน์แคมเปญที่ได้รับความนิยม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันของช่อง one31 ในการดึงดูดเม็ดเงินโฆษณำ แม้จะเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อและการบริโภคที่ชะลอตัว
**รายได้จากการบริหารลิขสิทธิ์:** เติบโต 30.4% YoY สะสม 9 เดือน เป็น 1,104.4 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากการขายลิขสิทธิ์รายการไปยังต่างประเทศและช่องทาง OTT รวมถึงราคาขายต่อตอนที่เพิ่มขึ้นของซีรีส์ดังหลายเรื่อง แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของคอนเทนต์ไทยที่สามารถขยายตลาดไปยังต่างประเทศได้
**รายได้จากการบริการรับจัดคอนเสิร์ตและบริหารกิจกรรม:** เป็นส่วนที่เติบโตโดดเด่นที่สุด โดยเพิ่มขึ้นถึง 1,620.5% YoY สะสม 9 เดือน เป็น 189.3 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 2,704.3% ใน Q3/65 YoY เป็น 171.1 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงการกลับมาจัดกิจกรรมได้อย่างเต็มรูปแบบหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย
**ต้นทุนขายและบริการ:** เพิ่มขึ้น 43.7% YoY สะสม 9 เดือน เป็น 2,652.4 ล้านบาท โดยใน Q3/65 เพิ่มขึ้นถึง 85.0% YoY เป็น 965.1 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากต้นทุนการจัดคอนเสิร์ตและอีเวนต์ ต้นทุนการจ้างศิลปิน และต้นทุนการผลิตรายการแบบ First-run ที่เพิ่มขึ้น
**อัตรากำไรขั้นต้น:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 51.7% ใน 9 เดือนแรกของปี 2564 เป็น 43.4% ใน 9 เดือนแรกของปี 2565 ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและบริการที่สูงกว่าการเติบโตของรายได้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 สินทรัพย์รวมของบริษัทอยู่ที่ 9,294.9 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.1% จากสิ้นปี 2564 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดอยู่ที่ 1,519.4 ล้านบาท
หนี้สินรวมลดลง 6.3% เป็น 2,306.1 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ระยะยาวทั้งหมด 311.5 ล้านบาทในไตรมาส 1/65 ส่งผลให้บริษัทไม่มีเงินกู้ระยะยาวคงค้างตั้งแต่ไตรมาส 2/65 เป็นต้นมา ทำให้สัดส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E ratio) ลดลงอย่างมากจาก 1.8 เท่า เป็น 0.3 เท่า
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 2.1% เป็น 6,988.8 ล้านบาท
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 1,261.2 ล้านบาท ใน 9 เดือนแรกของปี 2564 เป็น 544.1 ล้านบาท ใน 9 เดือนแรกของปี 2565 ซึ่งสอดคล้องกับอัตรากำไรที่ลดลงและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
ONEE ในไตรมาส 3/2565 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของรายได้จากการดำเนินงาน โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจคอนเสิร์ต อีเวนต์ และการบริหารศิลปิน ซึ่งเป็นสัญญาณบวกจากการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญได้กลายเป็นปัจจัยกดดันหลักที่ทำให้กำไรสุทธิลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่าบริษัทจะสามารถลดต้นทุนทางการเงินลงได้อย่างมากจากการชำระคืนเงินกู้ระยะยาว และรักษาอันดับสถานีโทรทัศน์ได้ดี นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและต้นทุนการจัดอีเวนต์ รวมถึงการขยายตลาดคอนเทนต์ในต่างประเทศ เพื่อประเมินศักยภาพการเติบโตและอัตรากำไรในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ONEE ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
2,055.90
ล้านบาท
↑ 17.6% YoY
กำไรขั้นต้น
758.12
ล้านบาท
↑ 16.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
36.88
%
กำไรสุทธิ
182.36
ล้านบาท
↑ 71.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.87
%
D/E Ratio
0.39
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,056
↑ + 17.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
758
↑ + 16.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
182
↑ + 71.6%
YoY
D/E Ratio
0.39
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ONEE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.39
ROE (%)
6.34
ROA (%)
5.08
Book Value/หุ้น
3.03
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ONEE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-578
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,843
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ONEE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-577.85
+19.24%
|
-484.63
-1,086.42%
|
49.13
-115.09%
|
-325.56
-31.29%
|
-473.79
-167.44%
|
702.55
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,842.61
+3,393.76%
|
52.74
-152.24%
|
-100.96
-104.09%
|
2,465.65
-21,634.06%
|
-11.45
-99.45%
|
-2,096.01
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
259.14
-25.76%
|
349.08
-16.45%
|
417.81
-48.93%
|
818.09
-52.49%
|
1,721.91
+7.08%
|
1,608.09
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,523.90
-1,940.01%
|
-82.82
-122.63%
|
365.98
-87.63%
|
2,958.18
+80.72%
|
1,636.90
+662.66%
|
214.63
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,693.31
+6.52%
|
1,589.60
+1.23%
|
1,570.23
-36.22%
|
2,461.90
+496.30%
|
412.86
+108.27%
|
198.23
-58.86%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,070.85
-36.76%
|
1,693.31
+6.52%
|
1,589.60
+1.23%
|
1,570.23
-36.22%
|
2,461.90
+496.30%
|
412.86
+108.27%
|