บริษัท นิวทรีชั่น เอสซี จำกัด (มหาชน)
MAI ·
6.65
0.05 (0.75%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7518 out_tok=3203 at=2026-07-25T21:57:10 -->
# NTSC Q3/2566 กำไรสุทธิหด 25.2% รับผลกระทบเศรษฐกิจโลก-ปริมาณผลิตคู่ค้า
## รายได้-กำไรปรับตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ขณะที่ฝ่ายจัดการเร่งพัฒนาสินค้าใหม่-OEM/ODM รับมือ
บริษัท นิวทรีชั่น เอสซี จำกัด (มหาชน) หรือ NTSC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้รวม 712.4 ล้านบาท ลดลง 10.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 47 ล้านบาท ลดลง 25.2% โดยปัจจัยหลักมาจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ปัญหาปริมาณผลผลิตจากคู่ค้าในต่างประเทศไม่เพียงพอต่อความต้องการ และการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ฝ่ายจัดการอยู่ระหว่างเร่งพัฒนาสินค้าใหม่และขยายธุรกิจ OEM/ODM เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ NTSC ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับลดลง 25.2% มาอยู่ที่ 47 ล้านบาท (อัตรากำไรสุทธิ 6.6%) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (กำไรสุทธิ 62.8 ล้านบาท, อัตรากำไรสุทธิ 7.9%) มาจาก **รายได้จากการขายที่ลดลง 10.5%** เป็นผลมาจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก ประกอบกับการมี **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น** และ **การบันทึกสินทรัพย์สิทธิการใช้** ตามมาตรฐานบัญชีบริษัทมหาชน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้จากการขายที่ลดลง** เกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่:
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** ส่งผลกระทบต่อลูกค้าหลักของบริษัทฯ ซึ่งเป็นผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรมอาหารคนและสัตว์ ทำให้การผลิตและการใช้จ่ายชะลอตัว
* **ปัญหาปริมาณผลผลิตจากคู่ค้าในต่างประเทศไม่เพียงพอ:** แม้จะมีคำสั่งซื้อล่วงหน้า แต่ปริมาณสินค้าไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ทำให้ปริมาณการขายสินค้าไม่เป็นไปตามที่กำหนด
* **การแข่งขันทางด้านราคาขายที่รุนแรง:** ผู้ขายรายอื่นมีปริมาณสินค้าค้างสต็อกจำนวนมาก ทำให้ต้องลดราคาขายเพื่อระบายสินค้า
* **ต้นทุนวัตถุดิบปรับราคาสูงขึ้น:** เป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตอาหารที่เป็นลูกค้ารายหลัก
นอกจากนี้ **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น** เกิดจากการใช้วงเงินระยะสั้นจากสถาบันการเงิน และหนี้สินภายใต้ทรัสต์รีซีทส์ในช่วงปี 2565 - ไตรมาส 1 ปี 2566 รวมถึง **การบันทึกสินทรัพย์สิทธิการใช้** เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานบัญชีของบริษัทมหาชน ก็เป็นปัจจัยที่กดดันกำไรสุทธิ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าปัจจัยลบด้านเศรษฐกิจโลกและปัญหาปริมาณผลผลิตจากคู่ค้าอาจส่งผลต่อเนื่องในระยะสั้น แต่ฝ่ายจัดการได้เริ่มดำเนินการพัฒนาสินค้าใหม่ในกลุ่ม OEM และ ODM ร่วมกับบริษัทระดับโลกและบริษัทชั้นนำในประเทศ ซึ่งจะเริ่มทยอยส่งมอบในช่วงไตรมาส 4/2566 และทั้งปี 2567 เพื่อเพิ่มรายได้และสร้างขีดความสามารถ อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและต้นทุนวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 9 เดือนปี 2566 อยู่ที่ 712.4 ล้านบาท ลดลง 10.5%** จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ปัญหาปริมาณผลผลิตจากคู่ค้า และการแข่งขันด้านราคา
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนปี 2566 อยู่ที่ 47 ล้านบาท ลดลง 25.2%** จาก 62.8 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวใกล้เคียงปีก่อนที่ 22.4%** แต่ **อัตรากำไรจากการดำเนินงานและอัตรากำไรสุทธิปรับลดลง** เป็น 8.9% และ 6.6% ตามลำดับ
* **ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 19.3%** เป็น 35.8 ล้านบาท โดยมีรายการหลักคือค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ค่าสินค้าตัวอย่าง และค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายและการตลาด เพื่อขยายตลาดใหม่
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 9.0%** เป็น 62.8 ล้านบาท จากการลดลงของค่าบริการที่ปรึกษาในการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น:** หนี้สินรวมลดลง 74.7% มาอยู่ที่ 209.7 ล้านบาท ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 277.5% เป็น 933.9 ล้านบาท จากการออกหุ้นเพิ่มทุน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกปี 2566 บริษัท NTSC มีรายได้จากการขายและบริการรวม 712.4 ล้านบาท ลดลง 10.5% เมื่อเทียบกับ 796.4 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ภาคอุตสาหกรรมที่ผู้ผลิตไม่สามารถจัดส่งสินค้าตามสัญญาได้ และต้นทุนวัตถุดิบที่ส่งผลกระทบต่อการสั่งซื้อของลูกค้า
กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 159.9 ล้านบาท ลดลง 11.8% ตามสัดส่วนของรายได้ที่ลดลง ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 22.4% ลดลงเล็กน้อยจาก 22.8% ในปีก่อน
ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 19.3% เป็น 35.8 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 5% ของรายได้จากการขาย ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ค่าสินค้าตัวอย่าง และค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายและการตลาด เพื่อขยายตลาดใหม่ๆ
ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 9.0% เป็น 62.8 ล้านบาท จากการลดลงของค่าบริการที่ปรึกษาต่างๆ ในการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
กำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 47 ล้านบาท ลดลง 25.2% จาก 62.8 ล้านบาทในปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 6.6% ซึ่งลดลงจาก 7.9% ในปีก่อน ปัจจัยที่ส่งผลกระทบคือรายได้ที่ลดลง ค่าใช้จ่ายในการขายและการตลาดที่เพิ่มขึ้น รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการใช้วงเงินระยะสั้นและหนี้สินภายใต้ทรัสต์รีซีทส์ รวมถึงการบันทึกสินทรัพย์สิทธิการใช้
## โอกาส
* **การพัฒนาสินค้าใหม่ในกลุ่ม OEM และ ODM:** บริษัทฯ ได้เริ่มการพัฒนาสินค้าใหม่และร่วมมือกับกลุ่มบริษัทในธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารคนและสัตว์ระดับโลก (MNC) รวมถึงบริษัทชั้นนำในประเทศ ซึ่งจะเริ่มทยอยส่งสินค้าในช่วงไตรมาส 4/2566 และทั้งปี 2567 เพื่อเพิ่มรายได้และสร้างขีดความสามารถในการเป็นผู้นำด้านการผลิตสินค้าในระดับสากล
* **การลงทุนด้านเครื่องจักร:** เพื่อรองรับการผลิตสินค้าที่หลากหลาย ซึ่งคาดว่าจะสามารถเพิ่มรายได้จากการผลิตให้กับอุตสาหกรรมอาหารคนและอาหารสัตว์
* **การลงทุนในการวิจัยและพัฒนาสินค้านวัตกรรมใหม่:** อยู่ระหว่างการวิจัยพัฒนาและทดสอบประสิทธิภาพก่อนลงสู่ตลาด
* **การจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ:** ทั้งในและต่างประเทศเพิ่มเติม เพื่อจัดจำหน่ายสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ หรือบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับคู่ค้า ลูกค้า มหาวิทยาลัย และสถาบันวิจัย:** เพื่อสร้างคุณค่าและความยั่งยืนที่จะสร้างยอดขายเพิ่มขึ้นในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการผลิตของลูกค้าหลัก
* **ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยและอัตราเงินเฟ้อ:** ส่งผลต่อต้นทุนการดำเนินงานและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **ราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น:** เป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ และส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตของลูกค้า
* **ปัญหาปริมาณผลผลิตจากคู่ค้าในต่างประเทศ:** อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการส่งมอบสินค้าให้ทันตามความต้องการของลูกค้า
* **การแข่งขันทางด้านราคาขาย:** อาจกดดันอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าของการพัฒนาและส่งมอบสินค้า OEM/ODM ใหม่:** จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้ในระยะต่อไป
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบและอัตราเงินเฟ้อ:** จะส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและกำลังซื้อของลูกค้า
* **สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อของผู้บริโภค:** จะมีผลต่อปริมาณการสั่งซื้อสินค้า
* **ความสามารถในการบริหารจัดการสต็อกสินค้า:** เพื่อให้มีความสมดุลและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของราคา
* **การขยายตลาดใหม่ๆ และการรับรู้แบรนด์:** ผ่านช่องทาง offline และ online
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** เอกสารระบุว่าวัตถุดิบปรับราคาสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ และส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตอาหารที่เป็นลูกค้ารายหลัก
* **Volume:** ปริมาณการขายสินค้าไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด เนื่องจากปัญหาปริมาณผลผลิตจากคู่ค้าในต่างประเทศไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวใกล้เคียงปีก่อนที่ 22.4% แม้รายได้จะลดลง แสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนขายได้ดีในระดับหนึ่ง
* **ช่องทางขาย:** บริษัทฯ มีแผนเพิ่มสัดส่วนการผลิตสินค้า OEM และ ODM และโปรโมทการรับรู้แบรนด์และการบริการในหลายช่องทางทั้ง offline และ online
* **สต็อก:** มีการควบคุมการสั่งซื้อสินค้าให้เหมาะสมเพื่อให้ปริมาณสต็อกสินค้ามีความสมดุล
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง แต่กล่าวถึงการส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้าในไตรมาส 4/2566 ถึงไตรมาส 1/2567 ซึ่งอาจรวมถึงการส่งออก
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้มีการระบุถึงผลกระทบจากฤดูกาลผลิตโดยตรงในงวดนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 ก.ย. 2566 อยู่ที่ 1,143.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.3% จากสิ้นปี 2565 โดยมีรายการสำคัญคือสินทรัพย์ทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมเพิ่มขึ้น และเงินฝากธนาคารที่มีภาระค้ำประกันเพิ่มขึ้น
* **หนี้สินรวม:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 74.7% มาอยู่ที่ 209.7 ล้านบาท จาก 828.7 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการจ่ายคืนสัญญาทรัสต์รีซีทส์ และเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้นอย่างมาก 277.5% เป็น 933.9 ล้านบาท จาก 247.4 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการออกหุ้นเพิ่มทุนเพื่อเสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนทั่วไป
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio):** ลดลงอย่างมากจาก 3.3 เท่า มาอยู่ที่ 0.2 เท่า สะท้อนถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นจากการเพิ่มทุนและลดหนี้
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน:** เป็นบวก 43.0 ล้านบาท ใน 9M66 ดีขึ้นจากติดลบ 6.8 ล้านบาทใน 9M65 โดยหลักมาจากกำไรก่อนภาษีและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงาน
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน:** ใช้ไป 160.1 ล้านบาท โดยหลักมาจากการฝากเงินค้ำประกันวงเงินสินเชื่อ และเงินสดจากสินทรัพย์ทางการเงิน
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน:** ได้รับสุทธิ 91.9 ล้านบาท จากการจ่ายคืนสัญญาทรัสต์รีซีทส์ การรับเงินจากการเพิ่มทุน และการจ่ายคืนเงินกู้
## สรุปท้าย
NTSC ในไตรมาส 3 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลให้รายได้และกำไรสุทธิลดลง โดยเฉพาะผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ปัญหาปริมาณผลผลิตจากคู่ค้า และการแข่งขันด้านราคา อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีการบริหารจัดการต้นทุนขายได้ดี ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน ขณะที่การปรับโครงสร้างหนี้และการเพิ่มทุนทำให้ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ฝ่ายจัดการกำลังเร่งพัฒนาสินค้าใหม่และขยายธุรกิจ OEM/ODM ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างการเติบโตในอนาคต แต่ยังคงต้องจับตาความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและต้นทุนวัตถุดิบอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NTSC ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
286.26
ล้านบาท
↑ 0.9% YoY
กำไรขั้นต้น
65.65
ล้านบาท
↑ 0.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.93
%
กำไรสุทธิ
27.26
ล้านบาท
↓ 14.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.52
%
D/E Ratio
0.22
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
286
↑ + 0.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
66
↑ + 0.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
27
↓ -14.6%
YoY
D/E Ratio
0.22
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NTSC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.22
ROE (%)
11.17
ROA (%)
11.53
Book Value/หุ้น
8.64
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NTSC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+51
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-18
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NTSC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 |
|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
50.96
-343.94%
|
-20.89
-148.24%
|
43.30
-51.31%
|
88.93
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-18.15
-127.85%
|
65.16
-83.87%
|
404.01
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
17.65
-70.61%
|
60.06
-119.17%
|
-313.32
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
50.45
+11.20%
|
45.37
+98.12%
|
22.90
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
259.67
-10.44%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
340.89
+31.28%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|