NTSC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
NTSC
บริษัท นิวทรีชั่น เอสซี จำกัด (มหาชน)
MAI ·
7.00
0.10 (1.41%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 2 ปี 2566

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9576 out_tok=3692 at=2026-07-25T08:54:41 --> # NTSC กำไรสุทธิ Q2/66 หาย 33.8% รับเศรษฐกิจโลกชะลอ-ต้นทุนวัตถุดิบสูง ## รายได้-กำไรหดตามอุปสงค์ลูกค้าชะลอ ฝ่ายจัดการเร่งปรับกลยุทธ์ OEM/ODM-R&D รับมือ บริษัท นิวทรีชั่น เอสซี จำกัด (มหาชน) หรือ NTSC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้รวม 475.1 ล้านบาท ลดลง 9.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 29.6 ล้านบาท ลดลงถึง 33.8% ซึ่งเป็นผลมาจากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว อัตราเงินเฟ้อสูง และความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้ลูกค้าอุตสาหกรรมอาหารคนและสัตว์ชะลอการผลิตและการสั่งซื้อ ทำให้บริษัทต้องปรับแผนการส่งมอบสินค้าไปไตรมาส 3/2566 อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้เร่งดำเนินกลยุทธ์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเน้นการเพิ่มสัดส่วนการผลิตสินค้า OEM/ODM และลงทุนด้านเครื่องจักร รวมถึงการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ NTSC ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **รายได้รวมที่ลดลง 9.7%** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรขั้นต้นที่หดตัว 13.9% และกำไรสุทธิที่ลดลงถึง 33.8% โดยมีปัจจัยกดดันเพิ่มเติมจาก **ค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น** สัดส่วนต่อรายได้ และ **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น** จากการใช้วงเงินสินเชื่อระยะสั้น ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การลดลงของรายได้เกิดจากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น และความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย ซึ่งส่งผลให้ลูกค้าหลักในอุตสาหกรรมอาหารคนและสัตว์ชะลอการผลิตและปรับแผนการสั่งซื้อสินค้าออกไป ทำให้ NTSC ต้องเลื่อนการส่งมอบสินค้าไปยังไตรมาส 3/2566 ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นนั้น เป็นไปตามแผนกลยุทธ์ของบริษัทในการขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าร้านอาหาร โรงแรม โรงพยาบาล และการรับจ้างผลิต (OEM/ODM) ผ่านช่องทางใหม่ๆ ซึ่งต้องมีการลงทุนด้านการส่งเสริมการขายและการตลาดเพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นเกิดจากการใช้วงเงินระยะสั้นจากสถาบันการเงินและหนี้สินภายใต้ทรัสต์รีซีทในช่วงก่อนหน้า เพื่อเพิ่มทุนหมุนเวียนในการขยายฐานลูกค้าและจัดหาสินค้าใหม่ๆ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว** โดยมีแนวโน้มดีขึ้นในครึ่งปีหลัง ฝ่ายจัดการได้ระบุว่ามีการขยับแผนการส่งมอบสินค้าไปในช่วงไตรมาส 3/2566 และคาดว่าจะสามารถเพิ่มรายได้จากการผลิตให้กับอุตสาหกรรมอาหารคนและสัตว์ได้ในไตรมาส 4/2566 นอกจากนี้ บริษัทกำลังลงทุนในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมใหม่ และจับมือกับพันธมิตรเพื่อจัดจำหน่ายสินค้าใหม่ๆ ซึ่งจะช่วยสร้างยอดขายเพิ่มขึ้นในอนาคต แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและการตลาดจะยังคงอยู่ในแผน แต่การบริหารต้นทุนขายและการสั่งซื้อสินค้าให้เหมาะสม รวมถึงการคัดสรรผู้ขายรายใหม่เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองราคา จะช่วยบรรเทาผลกระทบต่ออัตรากำไรได้ ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวม Q2/66 อยู่ที่ 475.1 ล้านบาท ลดลง 9.7% YoY** จากสภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และลูกค้าชะลอคำสั่งซื้อ * **กำไรสุทธิ Q2/66 อยู่ที่ 29.6 ล้านบาท ลดลง 33.8% YoY** เป็นผลจากรายได้ที่ลดลง ควบคู่กับค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นตามแผนขยายตลาด และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 23.2% เป็น 22.3%** และ **อัตรากำไรสุทธิ (NPM) ลดลงจาก 8.5% เป็น 6.3%** * บริษัทเร่งปรับกลยุทธ์เพิ่มสัดส่วนการผลิต OEM/ODM และลงทุน R&D สินค้านวัตกรรมใหม่ * มีการบริหารจัดการต้นทุนขายและสต็อกสินค้าให้สมดุล และคัดสรรผู้ขายรายใหม่เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองราคา ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัท นิวทรีชั่น เอสซี จำกัด (มหาชน) หรือ NTSC มีรายได้รวม 475.1 ล้านบาท ลดลง 9.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว อัตราเงินเฟ้อที่ปรับสูงขึ้น และความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้ลูกค้าหลักในอุตสาหกรรมอาหารคนและสัตว์มีการชะลอตัวในการผลิตและสั่งซื้อสินค้า ทำให้บริษัทต้องขยับแผนการส่งมอบสินค้าไปยังไตรมาส 3/2566 อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ดำเนินกลยุทธ์ด้านการขาย การตลาด และการลงทุน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเพิ่มสัดส่วนการผลิตสินค้า OEM และ ODM และลงทุนด้านเครื่องจักรที่รองรับการผลิตสินค้าที่หลากหลาย คาดว่าจะสามารถเพิ่มรายได้จากการผลิตให้กับอุตสาหกรรมอาหารคนและสัตว์ได้ในไตรมาส 4 ปี 2566 นอกจากนี้ บริษัทยังได้ลงทุนในการวิจัยและพัฒนาสินค้านวัตกรรมใหม่ และจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศเพิ่มเติม เพื่อจัดจำหน่ายสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับคู่ค้าเพื่อสร้างยอดขายในอนาคต ในด้านต้นทุนขายและการให้บริการ อยู่ที่ 366.2 ล้านบาท ลดลง 9.2% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 105.1 ล้านบาท ลดลง 13.9% และอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 22.3% ลดลงเล็กน้อยจาก 23.2% ในปีก่อน ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 18.8% เป็น 22.7 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 4.8% ของรายได้ จาก 3.6% ในปีก่อน โดยมีรายการหลักที่เพิ่มขึ้นคือ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ค่าสินค้าตัวอย่าง และค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการขายและการตลาด เพื่อการขยายตลาดใหม่ๆ เช่น กลุ่มลูกค้าร้านอาหาร โรงแรม โรงพยาบาล และการรับจ้างผลิต ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 2.9% เป็น 43.7 ล้านบาท จาก 45 ล้านบาทในปีก่อน โดยหลักเกิดจากการลดลงของค่าบริการที่ปรึกษาต่างๆ และค่าใช้จ่ายในการซื้อพาเลทสำหรับคลังสินค้าใหม่ ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 85% เป็น 3.7 ล้านบาท จาก 2.0 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการใช้วงเงินระยะสั้นและหนี้สินภายใต้ทรัสต์รีซีทในช่วงก่อนหน้า ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 29.6 ล้านบาท ลดลง 33.8% จาก 44.7 ล้านบาทในปีก่อน และอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 8.5% เป็น 6.3% ## โอกาส * **การเพิ่มสัดส่วนการผลิต OEM/ODM:** เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการรับงานจากลูกค้าที่หลากหลาย โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่ขายสินค้าออนไลน์และลูกค้าต่างชาติที่มีฐานการผลิตในไทย * **การลงทุนใน R&D และสินค้านวัตกรรมใหม่:** การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต * **การจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ:** การขยายช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับคู่ค้า จะช่วยสร้างยอดขายที่ยั่งยืน * **การขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่:** การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าร้านอาหาร โรงแรม โรงพยาบาล และอื่นๆ ผ่านสื่อต่างๆ เป็นการเปิดโอกาสในการเพิ่มฐานลูกค้า ## ความเสี่ยง * **สภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** เป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการสินค้าของลูกค้า * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและอัตราเงินเฟ้อ:** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรของบริษัท * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อุตสาหกรรมวัตถุเจือปนอาหารมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ผลิตในประเทศและต่างประเทศ * **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือข้อบังคับเกี่ยวกับอาหารและวัตถุเจือปนอาหาร อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ * **ต้นทุนทางการเงิน:** การใช้วงเงินสินเชื่อระยะสั้นและหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไร ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อจากลูกค้า:** ติดตามการปรับแผนการผลิตและการสั่งซื้อของลูกค้าอุตสาหกรรมอาหารคนและสัตว์ * **ความคืบหน้าในการพัฒนาและเปิดตัวสินค้านวัตกรรมใหม่:** ประเมินศักยภาพในการสร้างรายได้และกำไรจากผลิตภัณฑ์ใหม่ * **ผลลัพธ์ของกลยุทธ์การขยายตลาด OEM/ODM:** ติดตามสัดส่วนรายได้และผลกำไรที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มลูกค้าเหล่านี้ * **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการขาย:** ประเมินความสามารถในการควบคุมต้นทุนเพื่อรักษาอัตรากำไร * **การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยน:** ติดตามผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินและรายได้จากการส่งออก (หากมี) ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) NTSC ดำเนินธุรกิจหลักในการนำเข้า ผลิต และจำหน่ายวัตถุเจือปนในอาหาร (Food Ingredients) สำหรับอุตสาหกรรมอาหารคนและอาหารสัตว์ โดยรายได้ส่วนใหญ่ (90-95%) มาจากการจำหน่ายให้กับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารคนและสัตว์ และอีกส่วน (5-10%) มาจากกลุ่มลูกค้า ODM และ OEM ในช่วง 6M66 รายได้รวมลดลง 10.3% เป็น 471.3 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากสภาวะเศรษฐกิจ การชะลอตัวของภาคอุตสาหกรรม และต้นทุนวัตถุดิบที่ส่งผลกระทบต่อการสั่งซื้อของลูกค้า ซึ่งมีการขยับแผนการผลิตไปในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2566 อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจาก 23.2% เป็น 22.3% ตามสัดส่วนของรายได้ที่ลดลง ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นเป็น 4.8% ของรายได้ จาก 3.6% ในปีก่อน เนื่องจากมีการลงทุนเพื่อขยายตลาดใหม่ๆ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร และการรับจ้างผลิต ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงเล็กน้อย 2.9% การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในงบดุลคือ หนี้สินรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 71.3% จาก 828.7 ล้านบาท เป็น 237.7 ล้านบาท โดยหลักมาจากการจ่ายคืนหนี้สินภายใต้สัญญาทรัสต์รีซีทส์ 145.3 ล้านบาท และการจ่ายคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน 400 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้นอย่างมาก 270.5% เป็น 916.5 ล้านบาท จาก 247.4 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการออกหุ้นเพิ่มทุนเพื่อเสนอขายแก่ประชาชนทั่วไป (IPO) อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลง: * **อัตรากำไรขั้นต้นและสุทธิลดลง:** บ่งชี้ถึงแรงกดดันด้านต้นทุนและรายได้ * **อัตราส่วนสภาพคล่องเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 1.0 เป็น 6.1:** เกิดจากการลดลงของหนี้สินหมุนเวียนอย่างมากเมื่อเทียบกับสินทรัพย์หมุนเวียน * **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงอย่างมากจาก 3.3 เป็น 0.3:** สะท้อนถึงการลดลงของหนี้สินและการเพิ่มขึ้นของส่วนทุนจากการ IPO ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,154.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.3% จากสิ้นปี 2565 โดยมีรายการหลักคือ เงินฝากธนาคารที่มีภาระค้ำประกันเพิ่มขึ้น 85 ล้านบาท และเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 8.2 ล้านบาท หนี้สินรวมลดลงอย่างมาก 71.3% เป็น 237.7 ล้านบาท จาก 828.7 ล้านบาท โดยรายการหลักคือ หนี้สินภายใต้สัญญาทรัสต์รีซีทส์ลดลง 145.3 ล้านบาท และเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินลดลง 400 ล้านบาท ส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้น 270.5% เป็น 916.5 ล้านบาท จาก 247.4 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการออกหุ้นเพิ่มทุนเพื่อเสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชนทั่วไป ในส่วนของกระแสเงินสด: * **กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน:** มีเงินสดสุทธิได้มา 6.1 ล้านบาท พลิกจากติดลบ 48.2 ล้านบาทในปีก่อน โดยหลักมาจากกำไรก่อนภาษีที่ปรับปรุงรายการที่ไม่ใช่เงินสดและกิจกรรมที่มิใช่กิจกรรมดำเนินงาน * **กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน:** มีเงินสดสุทธิใช้ไป 158.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 56.5 ล้านบาทในปีก่อน โดยหลักมาจากการฝากธนาคารที่มีภาระค้ำประกัน 85 ล้านบาท และเงินสดจากสินทรัพย์ทางการเงิน 72 ล้านบาท * **กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน:** มีเงินสดสุทธิได้รับ 88.4 ล้านบาท พลิกจากติดลบ 4.7 ล้านบาทในปีก่อน โดยหลักมาจากการรับเงินจากการเพิ่มทุน 635.3 ล้านบาท ควบคู่กับการจ่ายคืนสัญญาทรัสต์รีซีทส์ 145.3 ล้านบาท และจ่ายคืนเงินกู้ 400 ล้านบาท เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดสุทธิปลายงวดอยู่ที่ 189.7 ล้านบาท ลดลง 64 ล้านบาทจากต้นงวด ## สรุปท้าย NTSC ในไตรมาส 2 ปี 2566 เผชิญแรงกดดันจากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ส่งผลให้รายได้และกำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าบริษัทจะเร่งปรับกลยุทธ์ด้วยการเพิ่มสัดส่วน OEM/ODM และลงทุนใน R&D เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตในอนาคต แต่การขยายตลาดใหม่ๆ และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่กดดันอัตรากำไรในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม การลดลงอย่างมากของหนี้สินและการเพิ่มขึ้นของส่วนทุนจากการ IPO ได้เสริมสร้างฐานะทางการเงินให้แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการรองรับการดำเนินงานและแผนการเติบโตในระยะต่อไป โดยต้องจับตาแนวโน้มการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อและผลลัพธ์ของกลยุทธ์ใหม่ๆ ในช่วงครึ่งปีหลัง.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NTSC ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
286.26 ล้านบาท
↑ 0.9% YoY
กำไรขั้นต้น
65.65 ล้านบาท
↑ 0.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.93 %
กำไรสุทธิ
27.26 ล้านบาท
↓ 14.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
9.52 %
D/E Ratio
0.22
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
286
↑ + 0.9% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
66
↑ + 0.9% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
27
↓ -14.6% YoY
D/E Ratio
0.22

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.22
ROE (%)
11.17
ROA (%)
11.53
Book Value/หุ้น
8.64

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NTSC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
901.19
+8.34%
831.84
+10.29%
754.25
+5.11%
717.60
+25.51%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
476.48
+4.10%
457.72
+5.08%
435.61
+21.50%
358.52
+14.15%
รวมสินทรัพย์ —
1,377.67
+6.83%
1,289.56
+8.38%
1,189.86
+10.57%
1,076.13
+21.48%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
137.79
-6.93%
148.05
+31.42%
112.65
-84.10%
708.50
+340.59%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
114.18
-4.58%
119.66
-0.93%
120.78
+0.45%
120.24
+7.35%
รวมหนี้สิน —
251.98
-5.88%
267.71
+14.69%
233.43
-71.83%
828.74
+203.77%
รวมส่วนของเจ้าของ —
1,125.69
+10.16%
1,021.85
+6.84%
956.43
+286.61%
247.39
-59.64%
D/E —
0.22
0.26
0.24
3.35
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
11.17
9.44
11.56
17.91
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
11.53
9.70
8.09
10.51
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
6.54
5.62
6.70
1.01
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
3.82
1.75
4.08
0.61
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
28.11
27.72
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
108.21
102.90
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
47.39
47.63
0.00
0.00
วงจรเงินสด —
88.93
82.98
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+51
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-18
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NTSC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
50.96
-343.94%
-20.89
-148.24%
43.30
-51.31%
88.93
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-18.15
-127.85%
65.16
-83.87%
404.01
0.00
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
17.65
-70.61%
60.06
-119.17%
-313.32
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
50.45
+11.20%
45.37
+98.12%
22.90
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
259.67
-10.44%
0.00
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
340.89
+31.28%
0.00
0.00
0.00