บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
17.80
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นจำนวนมากเกิดจาก รายได้จากเงินลงทุนเพิ่มมากขึ้น สอดคล้องกับสภาวะตลาดหลักทรัพย์ ของปี 2564 ปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น เมื่อ เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2563 ที่มีความผันผวนอย่างมาก
ค่าใช้จ่ายสินไหมทดแทนสุทธิ ลดลงในอัตราร้อยละ 9.26 จากปีก่อน การลดลงของ อัตราสินไหมทดแทนในส่วนของสินไหมประกันภัยรถยนต์มาจากการปรับปรุงการบริหารจัดการสินไหม การปรับราคา เบี้ยประกันภัยให้เหมาะสม และผลจากการลดการใช้รถยนต์จากมาตรการภาครัฐ
สําหรับสินไหม ประกันภัยทั่วไปในปี 2564 มีสินไหมรายใหญ่ที่เกิดจากอุบัติภัย ภัยธรรมชาติและสินไหมจากการรับประกันภัย กรมธรรม์ประกันภัยไวรัสโคโรน่า (COVID 19) ซึ่งมีการจัดทําประกันภัยต่ออย่างเหมาะสม
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5976 out_tok=2248 at=2026-07-25T21:40:41 -->
# MTI กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 65 โต 11.48% รับเบี้ยรับรวม-รายได้ลงทุนหนุน
## ฝ่ายจัดการชี้ผลประกันภัยดีขึ้น-บริหารสินไหมมีประสิทธิภาพ ส่งสัญญาณบวกต่อเนื่อง
บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ MTI รายงานผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2565 มีกำไรสุทธิ 696.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71.73 ล้านบาท หรือ 11.48% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะไตรมาส 3 ปี 2565 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 27.01% เป็นผลจากหลายปัจจัยที่ฝ่ายบริหารได้ดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ MTI ในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 คือ **การปรับปรุงผลการรับประกันภัยให้ดีขึ้น** ซึ่งเห็นได้จากการเพิ่มขึ้นของเบี้ยประกันภัยรับรวมและเบี้ยประกันภัยรับสุทธิ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการสินไหมทดแทนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิเฉพาะกิจการเติบโต 11.48%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่าผลการรับประกันภัยที่ดีขึ้นเกิดจากการ **ปรับอัตราเบี้ยประกันภัยให้เหมาะสม** การ **ลดสัดส่วนงานในช่องทางและประเภทผลิตภัณฑ์ที่ผลการรับประกันภัยไม่เข้าเกณฑ์** และการ **บริหารจัดการสินไหมให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น** โดยเฉพาะในส่วนของประกันภัยรถยนต์ที่อัตราส่วนสินไหมปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายสินไหมทดแทนจากกรมธรรม์ประกันภัยไวรัสโคโรนา (COVID-19) ที่สูงขึ้นในส่วนของประกันภัยทั่วไป แต่บริษัทฯ ได้มีการบริหารความเสี่ยงโดยการประกันภัยต่อออกไปมากกว่า 85% กับบริษัทรับประกันภัยต่อที่มีเครดิตแข็งแกร่ง ทำให้ผลกระทบต่อบริษัทฯ ไม่มาก นอกจากนี้ รายได้และกำไรจากการลงทุนในหลักทรัพย์และรายได้อื่นสุทธิที่ลดลง 14.20% สอดคล้องกับสภาวะตลาดหลักทรัพย์ของปี 2565 ก็ไม่ได้ฉุดรั้งภาพรวมกำไรให้ลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่ฝ่ายจัดการได้ดำเนินการปรับปรุงอัตราเบี้ยประกันภัยให้เหมาะสมและการบริหารจัดการสินไหมอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่สามารถนำไปใช้ได้ต่อเนื่อง นอกจากนี้ การบริหารความเสี่ยงผ่านการประกันภัยต่อยังช่วยลดผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของสภาวะตลาดหลักทรัพย์และสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2565 เติบโต 11.48%** อยู่ที่ 696.45 ล้านบาท (งบเฉพาะกิจการ) เทียบกับ 624.72 ล้านบาทในปีก่อน
* **ไตรมาส 3 ปี 2565 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 27.01%** เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
* **เบี้ยประกันภัยรับรวม 9 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 11.28%** อยู่ที่ 12,372.75 ล้านบาท โดยเบี้ยประกันภัยรับตรงเพิ่มขึ้น 11.37%
* **เบี้ยประกันภัยรับสุทธิเพิ่มขึ้น 16.27%** เป็น 6,477.87 ล้านบาท จากการเติบโตของงานประกันภัยรถยนต์
* **ค่าใช้จ่ายสินไหมทดแทนสุทธิเพิ่มขึ้น 11.53%** เป็น 3,357.38 ล้านบาท โดยมีสินไหมรายใหญ่จากภัยธรรมชาติและประกัน COVID-19 แต่มีการประกันภัยต่อรองรับ
* **รายได้และกำไรจากการลงทุนลดลง 14.20%** สอดคล้องกับสภาวะตลาดหลักทรัพย์
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานตามงบการเงินเฉพาะกิจการจำนวน 696.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71.73 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 11.48 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีกำไรสุทธิ 624.72 ล้านบาท โดยผลการดำเนินงานสำหรับงวดสามเดือนในไตรมาสที่ 3 ของปี 2565 มีกำไรเพิ่มขึ้นจำนวน 46.95 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 27.01 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2564
รายได้เบี้ยประกันภัยรับรวมสำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 อยู่ที่ 12,372.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.28% จากปีก่อน โดยเบี้ยประกันภัยรับตรงเพิ่มขึ้น 11.37% และเบี้ยประกันภัยรับสุทธิเพิ่มขึ้น 16.27% เป็น 6,477.87 ล้านบาท จากงานประกันภัยรถยนต์เป็นหลัก
ค่าใช้จ่ายสินไหมทดแทนสุทธิเพิ่มขึ้น 11.53% เป็น 3,357.38 ล้านบาท โดยมีสาเหตุจากการขยายตัวของธุรกิจประกันภัยรถยนต์ และสินไหมประกันภัยทั่วไปที่เพิ่มขึ้นจากอุบัติภัยธรรมชาติและกรมธรรม์ประกันภัยไวรัสโคโรนา (COVID-19) ซึ่งบริษัทฯ ได้มีการประกันภัยต่อเพื่อบริหารความเสี่ยง
รายได้และกำไรจากการลงทุนในหลักทรัพย์และรายได้อื่นสุทธิลดลง 14.20% สอดคล้องกับสภาวะตลาดหลักทรัพย์ของปี 2565
## โอกาส
* **การปรับอัตราเบี้ยประกันภัยให้เหมาะสม:** เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรจากการรับประกันภัย
* **การบริหารจัดการสินไหมที่มีประสิทธิภาพ:** ช่วยควบคุมต้นทุนและเพิ่มอัตรากำไร
* **การขยายฐานลูกค้า:** ฝ่ายจัดการมีการลงทุนด้านการตลาดเพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้าใหม่
* **การประกันภัยต่อ:** ช่วยลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ใหญ่หรือภัยธรรมชาติ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของสภาวะตลาดหลักทรัพย์:** ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้และกำไรจากการลงทุน
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค:** แม้จะมีการประกันภัยต่อ แต่การเคลมสินไหมที่สูงขึ้นจากกรมธรรม์ประกันภัยไวรัสโคโรนา (COVID-19) ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องบริหารจัดการ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมประกันภัย:** อาจส่งผลต่อการปรับขึ้นเบี้ยประกันภัยและแรงกดดันด้านต้นทุน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการปรับอัตราเบี้ยประกันภัยในผลิตภัณฑ์ต่างๆ
* ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสินไหมทดแทน โดยเฉพาะในส่วนของประกันภัยทั่วไป
* ผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจและตลาดทุนต่อรายได้จากการลงทุน
* การบริหารความเสี่ยงจากการประกันภัยต่อในกรณีเกิดภัยพิบัติขนาดใหญ่
* กลยุทธ์การตลาดและการขยายฐานลูกค้าใหม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ประกัน)
* **เบี้ยประกันภัยรับรวม:** เติบโต 11.28% สะท้อนการขยายตัวของธุรกิจ โดยเฉพาะเบี้ยประกันภัยรับตรงที่เพิ่มขึ้น 11.37%
* **เบี้ยประกันภัยรับสุทธิ:** เพิ่มขึ้น 16.27% บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโอที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของประกันภัยรถยนต์
* **อัตราส่วนสินไหมทดแทน:** ในส่วนของประกันภัยรถยนต์ลดลง ซึ่งเป็นผลดีต่อผลการดำเนินงาน ในขณะที่ประกันภัยทั่วไปสูงขึ้นจากปัจจัยเฉพาะ (COVID-19, ภัยธรรมชาติ) แต่มีการประกันภัยต่อรองรับ
* **รายได้จากการลงทุน:** ลดลง 14.20% สอดคล้องกับสภาวะตลาดที่ผันผวน
* **ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยอื่นและค่าใช้จ่ายดำเนินงาน:** เพิ่มขึ้น 47.05 ล้านบาท จากการลงทุนด้านการตลาด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์จากการประกันภัยต่อจากสำรองสินไหมทดแทนส่วนที่เรียกคืนจากบริษัทประกันภัยต่อ
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น จากหนี้สินจากสัญญาประกันภัยจากสำรองสินไหมทดแทนและเบี้ยประกันภัยรับล่วงหน้า
* **ส่วนของเจ้าของ:** มีการเปลี่ยนแปลงจากการดำเนินงานตามปกติ (กำไรสุทธิ 696.45 ล้านบาท) ผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการวัดมูลค่าเงินลงทุนในหลักทรัพย์เผื่อขาย (สุทธิภาษี 505.86 ล้านบาท) และการจ่ายเงินปันผล
## สรุปท้าย
MTI โชว์ผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2565 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การปรับปรุงผลการรับประกันภัยให้ดีขึ้นผ่านการปรับเบี้ยประกันภัยและการบริหารสินไหมที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยงจากการประกันภัยต่อ แม้รายได้จากการลงทุนจะได้รับผลกระทบจากสภาวะตลาด แต่ปัจจัยบวกจากการดำเนินงานหลักยังคงขับเคลื่อนกำไรให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับแนวโน้มในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของตลาดทุนและผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MTI ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
7.45
ล้านบาท
↓ 99.8% YoY
กำไรขั้นต้น
7,474.73
ล้านบาท
↑ 120.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
100,345.47
%
กำไรสุทธิ
67.27
ล้านบาท
↓ 57.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
903.01
%
D/E Ratio
2.57
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7
↓ -99.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
7,475
↑ + 120.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
67
↓ -57.1%
YoY
D/E Ratio
2.57
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MTI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.57
ROE (%)
12.98
ROA (%)
3.82
Book Value/หุ้น
14.90
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MTI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-587
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+83
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MTI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-587.47
+1,509.07%
|
-36.51
-65.19%
|
-104.89
-86.86%
|
-798.10
-389.25%
|
275.92
+29.62%
|
212.87
-1,985.47%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
82.53
+1,345.36%
|
5.71
-89.75%
|
55.71
-58.03%
|
132.75
+2,760.99%
|
4.64
-106.31%
|
-73.51
+124.73%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
486.74
+55.43%
|
313.15
-17.90%
|
381.41
+18.52%
|
321.80
+15.79%
|
277.91
-243.34%
|
-193.88
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-212.74
-175.35%
|
282.35
-15.01%
|
332.23
-196.70%
|
-343.56
-161.52%
|
558.46
-1,124.51%
|
-54.51
+23.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
776.97
-9.41%
|
857.70
+58.73%
|
540.35
+31.34%
|
411.40
+31.36%
|
313.19
-14.85%
|
367.79
+52.34%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
598.81
-22.93%
|
776.97
-9.41%
|
857.70
+58.73%
|
540.35
+31.34%
|
411.40
+31.36%
|
313.19
-14.85%
|