บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
17.80
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นจำนวนมากเกิดจาก รายได้จากเงินลงทุนเพิ่มมากขึ้น สอดคล้องกับสภาวะตลาดหลักทรัพย์ ของปี 2564 ปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น เมื่อ เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2563 ที่มีความผันผวนอย่างมาก
ค่าใช้จ่ายสินไหมทดแทนสุทธิ ลดลงในอัตราร้อยละ 9.26 จากปีก่อน การลดลงของ อัตราสินไหมทดแทนในส่วนของสินไหมประกันภัยรถยนต์มาจากการปรับปรุงการบริหารจัดการสินไหม การปรับราคา เบี้ยประกันภัยให้เหมาะสม และผลจากการลดการใช้รถยนต์จากมาตรการภาครัฐ
สําหรับสินไหม ประกันภัยทั่วไปในปี 2564 มีสินไหมรายใหญ่ที่เกิดจากอุบัติภัย ภัยธรรมชาติและสินไหมจากการรับประกันภัย กรมธรรม์ประกันภัยไวรัสโคโรน่า (COVID 19) ซึ่งมีการจัดทําประกันภัยต่ออย่างเหมาะสม
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5910 out_tok=1904 at=2026-07-25T22:32:06 -->
# MTI กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 64 พุ่ง 24.76% รับรายได้ลงทุน-เบี้ยประกันโควิดหนุน
## ฝ่ายจัดการชี้รายได้เงินลงทุนฟื้นตัวตามตลาด ขณะที่เบี้ยประกันภัยไวรัสโคโรนาและงานประกันภัยรถยนต์ยังเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ
บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ MTI รายงานผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกปี 2564 มีกำไรสุทธิ 624.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.76% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้เงินลงทุนที่ปรับตัวดีขึ้นตามสภาวะตลาดหลักทรัพย์ และการเติบโตของเบี้ยประกันภัยที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 รวมถึงการบริหารจัดการค่าสินไหมทดแทนที่ทำได้ดีขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ MTI ในงวด 9 เดือนแรกปี 2564 ให้เติบโตอย่างโดดเด่น คือการฟื้นตัวของรายได้จากเงินลงทุน ประกอบกับการบริหารจัดการค่าสินไหมทดแทนที่ลดลง โดยเฉพาะในส่วนของประกันภัยรถยนต์ และการเติบโตของเบี้ยประกันภัยที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์โควิด-19
### 1) หัวใจคืออะไร
กำไรสุทธิของ MTI ในงวด 9 เดือนแรกปี 2564 เพิ่มขึ้น 123.97 ล้านบาท หรือ 24.76% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยปัจจัยหลักมาจาก 1) รายได้จากเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และ 2) ค่าใช้จ่ายสินไหมทดแทนสุทธิที่ลดลง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากเงินลงทุนเพิ่มขึ้น:** สภาวะตลาดหลักทรัพย์ในปี 2564 ปรับตัวดีขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปี 2563 ที่มีความผันผวนสูง ทำให้ MTI มีรายได้และกำไรจากการลงทุนในหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นถึง 197.07 ล้านบาท หรือ 55.31%
* **ค่าใช้จ่ายสินไหมทดแทนลดลง:** ค่าใช้จ่ายสินไหมทดแทนสุทธิลดลง 6.24% โดยเฉพาะในส่วนของประกันภัยรถยนต์ ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการสินไหมที่ดีขึ้น การปรับอัตราเบี้ยประกันภัยให้เหมาะสม และผลจากการจำกัดการเดินทางในช่วงโควิด-19 นอกจากนี้ ในส่วนของประกันภัยทั่วไป แม้จะมีสินไหมรายใหญ่จากภัยธรรมชาติและกรมธรรม์ประกันโควิด-19 แต่บริษัทฯ ได้มีการจัดทำประกันภัยต่อไปยังบริษัทรับประกันภัยต่อในต่างประเทศที่มีเครดิตแข็งแกร่ง ทำให้ภาระค่าใช้จ่ายสินไหมโดยรวมยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
* **เบี้ยประกันภัยที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19:** บริษัทฯ ยังคงมีเบี้ยประกันภัยรับจากการต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัยไวรัสโคโรนา (COVID-19) และมีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เกี่ยวข้อง ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นในส่วนนี้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของรายได้เงินลงทุนที่คาดว่าจะยังคงได้รับอานิสงส์จากสภาวะตลาดที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านค่าสินไหมทดแทนในส่วนประกันภัยรถยนต์อาจได้รับผลกระทบจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการเดินทางในอนาคต ส่วนเบี้ยประกันภัยโควิด-19 จะขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดและการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของบริษัทฯ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2564:** 624.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.76% YoY
* **รายได้จากเงินลงทุน:** เพิ่มขึ้น 55.31% YoY จากสภาวะตลาดหลักทรัพย์ที่ดีขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายสินไหมทดแทนสุทธิ:** ลดลง 6.24% YoY โดยเฉพาะประกันภัยรถยนต์
* **เบี้ยประกันภัยรับรวม:** เพิ่มขึ้น 7.32% YoY (ตามวิธีส่วนได้เสีย) โดยมีเบี้ยประกันภัยรับตรงเพิ่มขึ้น 2.55%
* **ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยอื่นและค่าใช้จ่ายดำเนินงาน:** เพิ่มขึ้น 244.01 ล้านบาท เพื่อการตลาดและส่งเสริมการขาย
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2564 บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิ 624.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 123.97 ล้านบาท หรือ 24.76% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 14.68% เป็น 7,531.70 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายสินไหมทดแทนสุทธิลดลง 6.24%
## โอกาส
* การฟื้นตัวของสภาวะตลาดหลักทรัพย์ในปี 2564 ช่วยหนุนรายได้และกำไรจากการลงทุน
* การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับประกันภัยไวรัสโคโรนา (COVID-19) เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด
* การบริหารจัดการสินไหมทดแทนที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในส่วนประกันภัยรถยนต์
## ความเสี่ยง
* สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ยังคงมีความไม่แน่นอน อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและค่าสินไหมทดแทน
* การแข่งขันในตลาดประกันภัยที่รุนแรง อาจส่งผลต่ออัตราเบี้ยประกันภัยและการบริหารต้นทุน
* ความผันผวนของสภาวะตลาดหลักทรัพย์ อาจส่งผลต่อรายได้จากการลงทุนในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการบริหารจัดการค่าสินไหมทดแทนในส่วนประกันภัยรถยนต์ หลังการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการเดินทาง
* การเติบโตของเบี้ยประกันภัยที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 และผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
* ผลกระทบจากภัยธรรมชาติและอุบัติภัยที่อาจเกิดขึ้นในไตรมาส 4
* กลยุทธ์การตลาดและการส่งเสริมการขาย เพื่อรักษาฐานลูกค้าและขยายฐานลูกค้าใหม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในฐานะบริษัทประกันภัย MTI ได้รับผลดีจากการปรับอัตราเบี้ยประกันภัยให้เหมาะสม การลดสัดส่วนงานในช่องทางและประเภทผลิตภัณฑ์ที่ผลการรับประกันภัยไม่เข้าเกณฑ์ รวมถึงการบริหารจัดการสินไหมให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เบี้ยประกันภัยรับรวมสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2564 เพิ่มขึ้น 7.32% (ตามวิธีส่วนได้เสีย) โดยเบี้ยประกันภัยรับตรงเพิ่มขึ้น 2.55% แม้เบี้ยประกันภัยรับสุทธิจะลดลง 1.52% จากงานประกันภัยทั่วไป แต่รายได้ค่าบำเหน็จและนายหน้ากลับเพิ่มขึ้น 7.32% จากการประกันภัยต่อของงานประกันภัยทั่วไป
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ อยู่ที่ 29,126.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2563 โดยมีสินทรัพย์ลงทุนและสินทรัพย์จากการประกันภัยต่อเพิ่มขึ้น หนี้สินรวมเพิ่มขึ้นจากหนี้สินจากสัญญาประกันภัยและค่าใช้จ่ายค้างจ่าย ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจากกำไรจากการดำเนินงาน 624.72 ล้านบาท หักลบด้วยผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการวัดมูลค่าเงินลงทุนเผื่อขาย และเงินปันผลจ่าย
## สรุปท้าย
MTI โชว์ผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2564 เติบโตโดดเด่นจากกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น 24.76% โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการฟื้นตัวของรายได้เงินลงทุนตามสภาวะตลาดที่ดีขึ้น และการบริหารจัดการค่าสินไหมทดแทนที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในส่วนประกันภัยรถยนต์ ประกอบกับการเติบโตของเบี้ยประกันภัยที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 แม้จะมีความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 และการแข่งขันในตลาด แต่แนวโน้มรายได้เงินลงทุนที่ต่อเนื่องและกลยุทธ์การบริหารจัดการที่แข็งแกร่ง ทำให้ MTI ยังคงมีโอกาสเติบโตได้ในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MTI ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
7.45
ล้านบาท
↓ 99.8% YoY
กำไรขั้นต้น
7,474.73
ล้านบาท
↑ 120.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
100,345.47
%
กำไรสุทธิ
67.27
ล้านบาท
↓ 57.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
903.01
%
D/E Ratio
2.57
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7
↓ -99.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
7,475
↑ + 120.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
67
↓ -57.1%
YoY
D/E Ratio
2.57
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MTI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.57
ROE (%)
12.98
ROA (%)
3.82
Book Value/หุ้น
14.90
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MTI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-587
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+83
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MTI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-587.47
+1,509.07%
|
-36.51
-65.19%
|
-104.89
-86.86%
|
-798.10
-389.25%
|
275.92
+29.62%
|
212.87
-1,985.47%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
82.53
+1,345.36%
|
5.71
-89.75%
|
55.71
-58.03%
|
132.75
+2,760.99%
|
4.64
-106.31%
|
-73.51
+124.73%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
486.74
+55.43%
|
313.15
-17.90%
|
381.41
+18.52%
|
321.80
+15.79%
|
277.91
-243.34%
|
-193.88
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-212.74
-175.35%
|
282.35
-15.01%
|
332.23
-196.70%
|
-343.56
-161.52%
|
558.46
-1,124.51%
|
-54.51
+23.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
776.97
-9.41%
|
857.70
+58.73%
|
540.35
+31.34%
|
411.40
+31.36%
|
313.19
-14.85%
|
367.79
+52.34%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
598.81
-22.93%
|
776.97
-9.41%
|
857.70
+58.73%
|
540.35
+31.34%
|
411.40
+31.36%
|
313.19
-14.85%
|