บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
17.80
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นจำนวนมากเกิดจาก รายได้จากเงินลงทุนเพิ่มมากขึ้น สอดคล้องกับสภาวะตลาดหลักทรัพย์ ของปี 2564 ปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น เมื่อ เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2563 ที่มีความผันผวนอย่างมาก
ค่าใช้จ่ายสินไหมทดแทนสุทธิ ลดลงในอัตราร้อยละ 9.26 จากปีก่อน การลดลงของ อัตราสินไหมทดแทนในส่วนของสินไหมประกันภัยรถยนต์มาจากการปรับปรุงการบริหารจัดการสินไหม การปรับราคา เบี้ยประกันภัยให้เหมาะสม และผลจากการลดการใช้รถยนต์จากมาตรการภาครัฐ
สําหรับสินไหม ประกันภัยทั่วไปในปี 2564 มีสินไหมรายใหญ่ที่เกิดจากอุบัติภัย ภัยธรรมชาติและสินไหมจากการรับประกันภัย กรมธรรม์ประกันภัยไวรัสโคโรน่า (COVID 19) ซึ่งมีการจัดทําประกันภัยต่ออย่างเหมาะสม
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6303 out_tok=2081 at=2026-07-25T22:03:23 -->
# MTI กำไรสุทธิ Q1/66 ลดลง 22.58% รับผลเบี้ยรับโต แต่ค่าสินไหมพุ่ง
## รายได้เบี้ยประกันภัยรวมเติบโต แต่ค่าสินไหมรถยนต์สูงขึ้น ฉุดกำไรสุทธิ
บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ MTI รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 181.92 ล้านบาท ลดลง 22.58% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้เบี้ยประกันภัยรับรวมจะเติบโต แต่ค่าใช้จ่ายสินไหมทดแทนโดยเฉพาะประกันภัยรถยนต์ที่สูงขึ้น ประกอบกับการลดลงของรายได้ค่าจ้างและค่าบำเหน็จจากการรับประกันภัยต่อ เป็นปัจจัยกดดันผลกำไร
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ MTI ในไตรมาส 1 ปี 2566 ลดลง 22.58% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายสินไหมทดแทนสุทธิ โดยเฉพาะในส่วนของประกันภัยรถยนต์** แม้ว่าเบี้ยประกันภัยรับรวมจะเติบโตได้ดี แต่การเพิ่มขึ้นของค่าสินไหมได้ส่งผลกระทบต่ออัตราส่วนสินไหมทดแทนโดยรวม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายสินไหมทดแทนในส่วนของประกันภัยรถยนต์ เกิดจากการขยายตัวของธุรกิจรับประกันภัยรถยนต์ของบริษัทฯ ประกอบกับการที่ผู้คนกลับมาใช้งานรถยนต์มากขึ้น ทำให้สภาวะการขับขี่กลับสู่ภาวะปกติ ต่างจากไตรมาส 1 ปี 2565 ที่มีอัตราค่าสินไหมต่ำเนื่องจากข้อจำกัดในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 นอกจากนี้ รายได้ค่าจ้างและค่าบำเหน็จจากการเอาประกันภัยต่อยังลดลง เนื่องจากบริษัทฯ มีการปรับเพิ่มสัดส่วนการรับความเสี่ยงภัยของงานรับประกันภัยรถยนต์ไว้เองมากขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าอัตราส่วนสินไหมงานประกันภัยรถยนต์ยังอยู่ในระดับที่น่าพอใจ แต่การที่สภาวะการใช้งานรถยนต์กลับสู่ภาวะปกติ อาจส่งผลให้อัตราค่าสินไหมปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทฯ สามารถปรับปรุงผลการรับประกันภัยได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการแข่งขันด้านราคาที่ผ่อนคลายลงจากการที่บริษัทประกันภัยบางแห่งปิดตัวลง อาจเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยชดเชยได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 22.58%:** อยู่ที่ 181.92 ล้านบาท จาก 234.99 ล้านบาทในปีก่อน
* **เบี้ยประกันภัยรับรวมเติบโต 8.49%:** อยู่ที่ 4,483.29 ล้านบาท โดยเฉพาะประกันภัยรถยนต์และประกันภัยทั่วไป
* **ค่าใช้จ่ายสินไหมทดแทนสุทธิเพิ่มขึ้น 15.21%:** อยู่ที่ 1,280.93 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากประกันภัยรถยนต์
* **รายได้ค่าจ้างและค่าบำเหน็จจากการรับประกันภัยต่อลดลง 10.47%:** เนื่องจากบริษัทรับความเสี่ยงภัยไว้เองมากขึ้น
* **รายได้และกำไรจากการลงทุนในหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 18.91%:** จากโอกาสในการขายเงินลงทุนเพื่อทำกำไร
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 MTI มีกำไรสุทธิ 181.92 ล้านบาท ลดลง 53.07 ล้านบาท หรือ 22.58% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีรายได้เบี้ยประกันภัยรับรวมเพิ่มขึ้น 8.49% เป็น 4,483.29 ล้านบาท แต่ค่าใช้จ่ายสินไหมทดแทนสุทธิเพิ่มขึ้น 15.21% เป็น 1,280.93 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนสินไหมทดแทนโดยรวมปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ รายได้ค่าจ้างและค่าบำเหน็จจากการรับประกันภัยต่อลดลง 10.47% ขณะที่รายได้และกำไรจากการลงทุนในหลักทรัพย์และรายได้อื่นสุทธิเพิ่มขึ้น 18.91%
## โอกาส
* การเติบโตของธุรกิจทั้งภาคอุตสาหกรรมและบริการ ส่งผลให้เบี้ยประกันภัยรับรวมเติบโต
* การแข่งขันด้านราคาในตลาดประกันภัยผ่อนคลายลง จากการที่บริษัทประกันภัยบางแห่งปิดตัวลง
* โอกาสในการขายเงินลงทุนในหลักทรัพย์เพื่อทำกำไรมากขึ้น
## ความเสี่ยง
* การเพิ่มขึ้นของอัตราค่าสินไหมทดแทน โดยเฉพาะในส่วนของประกันภัยรถยนต์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคต
* การแข่งขันในตลาดประกันภัยที่ยังคงมีอยู่ แม้จะผ่อนคลายลงในบางส่วน
* ความผันผวนของผลตอบแทนจากการลงทุนในหลักทรัพย์
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มอัตราส่วนสินไหมทดแทนในไตรมาสถัดไป โดยเฉพาะประกันภัยรถยนต์
* การบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยอื่นและค่าใช้จ่ายดำเนินงาน
* กลยุทธ์การรับความเสี่ยงภัยของบริษัทฯ ในการรับประกันภัยต่อ
* ผลตอบแทนจากการลงทุนในหลักทรัพย์ และโอกาสในการขายเพื่อทำกำไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ประกัน)
**เบี้ยประกันภัย:** เบี้ยประกันภัยรับรวมเติบโต 8.49% มาอยู่ที่ 4,483.29 ล้านบาท โดยเบี้ยประกันภัยรับตรงเพิ่มขึ้น 8.49% และเบี้ยประกันภัยสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 29.86% เป็น 2,708.16 ล้านบาท สะท้อนการเติบโตของธุรกิจทั้งประกันภัยรถยนต์และประกันภัยทั่วไป อย่างไรก็ตาม รายได้ค่าบำเหน็จและนายหน้าจากการรับประกันภัยต่อลดลง 10.47% เนื่องจากบริษัทฯ เลือกที่จะรับความเสี่ยงภัยไว้เองมากขึ้น
**ค่าสินไหมทดแทน:** ค่าใช้จ่ายสินไหมทดแทนสุทธิเพิ่มขึ้น 15.21% เป็น 1,280.93 ล้านบาท โดยอัตราส่วนสินไหมงานประกันภัยรถยนต์ปรับตัวสูงขึ้นจากการขยายตัวของธุรกิจและการกลับสู่ภาวะปกติของการใช้งานรถยนต์ ส่วนอัตราส่วนสินไหมงานประกันภัยทั่วไปลดลง เนื่องจากกรมธรรม์ประกันภัยไวรัสโคโรนา (COVID-19) สิ้นสุดความคุ้มครองไปแล้ว
**รายได้จากการลงทุน:** รายได้และกำไรจากการลงทุนในหลักทรัพย์และรายได้อื่นสุทธิเพิ่มขึ้น 18.91% เนื่องจากมีโอกาสในการขายเงินลงทุนเพื่อทำกำไรมากขึ้น
**ค่าใช้จ่าย:** ค่าจ้างและบำเหน็จจ่ายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย คิดเป็น 15.82% ของเบี้ยประกันภัยรับรวม ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยอื่นและค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้น 71.78 ล้านบาท จากการลงทุนด้านการตลาด การส่งเสริมการขาย และการปรับปรุงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ (เฉพาะกิจการ) อยู่ที่ 31,586.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 698.20 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565 โดยมีสินทรัพย์ลงทุนและลูกหนี้จากสัญญาประกันภัยต่อสุทธิเพิ่มขึ้น ขณะที่เบี้ยรับประกันภัยค้างรับลดลง หนี้สินรวมอยู่ที่ 25,267.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 504.39 ล้านบาท จากหนี้สินจากสัญญาประกันภัยจากสํารองเบี้ยประกันภัยและเจ้าหนี้บริษัทประกันภัยต่อที่เพิ่มขึ้น ส่วนของเจ้าของอยู่ที่ 6,318.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 193.81 ล้านบาท จากกำไรจากการดำเนินงาน
สำหรับงบการเงินที่แสดงตามวิธีส่วนได้เสีย สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 32,215.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 666.73 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 25,771.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 504.39 ล้านบาท และส่วนของเจ้าของอยู่ที่ 6,449.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 194.33 ล้านบาท
## สรุปท้าย
MTI ในไตรมาส 1 ปี 2566 เผชิญแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายสินไหมทดแทนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะประกันภัยรถยนต์ ซึ่งเป็นหัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิลดลง แม้ว่าเบี้ยประกันภัยรับรวมจะเติบโตได้ดี และมีโอกาสจากรายได้การลงทุนที่เพิ่มขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนค่าสินไหมจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว ท่ามกลางการแข่งขันที่ยังคงมีอยู่และสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MTI ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
7.45
ล้านบาท
↓ 99.8% YoY
กำไรขั้นต้น
7,474.73
ล้านบาท
↑ 120.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
100,345.47
%
กำไรสุทธิ
67.27
ล้านบาท
↓ 57.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
903.01
%
D/E Ratio
2.57
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7
↓ -99.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
7,475
↑ + 120.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
67
↓ -57.1%
YoY
D/E Ratio
2.57
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MTI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.57
ROE (%)
12.98
ROA (%)
3.82
Book Value/หุ้น
14.90
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MTI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-587
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+83
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MTI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-587.47
+1,509.07%
|
-36.51
-65.19%
|
-104.89
-86.86%
|
-798.10
-389.25%
|
275.92
+29.62%
|
212.87
-1,985.47%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
82.53
+1,345.36%
|
5.71
-89.75%
|
55.71
-58.03%
|
132.75
+2,760.99%
|
4.64
-106.31%
|
-73.51
+124.73%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
486.74
+55.43%
|
313.15
-17.90%
|
381.41
+18.52%
|
321.80
+15.79%
|
277.91
-243.34%
|
-193.88
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-212.74
-175.35%
|
282.35
-15.01%
|
332.23
-196.70%
|
-343.56
-161.52%
|
558.46
-1,124.51%
|
-54.51
+23.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
776.97
-9.41%
|
857.70
+58.73%
|
540.35
+31.34%
|
411.40
+31.36%
|
313.19
-14.85%
|
367.79
+52.34%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
598.81
-22.93%
|
776.97
-9.41%
|
857.70
+58.73%
|
540.35
+31.34%
|
411.40
+31.36%
|
313.19
-14.85%
|