บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
17.80
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นจำนวนมากเกิดจาก รายได้จากเงินลงทุนเพิ่มมากขึ้น สอดคล้องกับสภาวะตลาดหลักทรัพย์ ของปี 2564 ปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น เมื่อ เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2563 ที่มีความผันผวนอย่างมาก
ค่าใช้จ่ายสินไหมทดแทนสุทธิ ลดลงในอัตราร้อยละ 9.26 จากปีก่อน การลดลงของ อัตราสินไหมทดแทนในส่วนของสินไหมประกันภัยรถยนต์มาจากการปรับปรุงการบริหารจัดการสินไหม การปรับราคา เบี้ยประกันภัยให้เหมาะสม และผลจากการลดการใช้รถยนต์จากมาตรการภาครัฐ
สําหรับสินไหม ประกันภัยทั่วไปในปี 2564 มีสินไหมรายใหญ่ที่เกิดจากอุบัติภัย ภัยธรรมชาติและสินไหมจากการรับประกันภัย กรมธรรม์ประกันภัยไวรัสโคโรน่า (COVID 19) ซึ่งมีการจัดทําประกันภัยต่ออย่างเหมาะสม
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4561 out_tok=1939 at=2026-07-25T21:49:50 -->
# TTW กำไร Q2/65 ลดลง 4.3% เหตุรายได้น้ำประปาลด เหตุพิษโควิด
## รายได้รวมหดตัว 3.3% แม้ส่วนแบ่งกำไร บ.ร่วมพุ่ง 22.2% ฝ่ายจัดการชี้ปริมาณขายน้ำลดเป็นหลัก
บริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) หรือ TTW รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 819.6 ล้านบาท ลดลง 36.9 ล้านบาท หรือ 4.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลง 3.3% แม้ว่าส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมจะปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ TTW ในไตรมาส 2 ปี 2565 ปรับลดลง 4.3% มาจาก **รายได้รวมที่ลดลง 3.3%** เป็นสำคัญ แม้ว่าส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมจะเพิ่มขึ้นถึง 22.2% ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้รวมที่ลดลงนั้น **ส่วนใหญ่เกิดจากปริมาณการขายน้าประปาลดลง** โดยเฉพาะการขายให้กับ กปภ. ที่ลดลง 10.1% สำหรับ TTW และ 4.3% สำหรับบริษัทประปาปทุมธานี ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลต่อความต้องการใช้น้ำประปา
ในขณะเดียวกัน ต้นทุนขายน้าประปาและต้นทุนการบริการกลับเพิ่มขึ้น 5.3% เนื่องจากค่าตัดจำหน่ายของสินทรัพย์ในการผลิตน้ำประปาของบริษัทย่อยที่แล้วเสร็จในกลางปี 2564 ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 54.4% จากการสนับสนุนกิจกรรมหน่วยงานและองค์กรภายนอก ทำให้ภาพรวมผลการดำเนินงานได้รับแรงกดดัน
อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น 22.2% เป็นผลมาจากการที่บริษัทในเครือของ CKP ขายไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยบรรเทาผลกระทบจากรายได้หลักที่ลดลงได้บางส่วน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำประปาเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดจะคลี่คลายลง แต่การฟื้นตัวของปริมาณการขายน้ำประปาอาจต้องใช้เวลา และยังมีความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ:** 819.6 ล้านบาท ลดลง 4.3% YoY
* **รายได้รวม:** 1,428.1 ล้านบาท ลดลง 3.3% YoY
* **ปริมาณขายน้าประปา:** ลดลง 10.1% สำหรับ TTW และ 4.3% สำหรับบริษัทประปาปทุมธานี
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม:** เพิ่มขึ้น 22.2% YoY
* **หนี้สินรวม:** ลดลง 14.9% จากการจ่ายคืนหุ้นกู้และเงินกู้ยืม
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย มีรายได้รวม 1,428.1 ล้านบาท ลดลง 48.8 ล้านบาท หรือ 3.3% เมื่อเทียบกับ 1,476.9 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากปริมาณการขายน้าประปาลดลง ต้นทุนขายน้าประปาและต้นทุนการบริการเพิ่มขึ้น 5.3% จากค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 54.4% อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 22.2% ช่วยลดผลกระทบต่อกำไรสุทธิ ซึ่งอยู่ที่ 819.6 ล้านบาท ลดลง 4.3% YoY
## โอกาส
* การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย อาจส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำประปาเพิ่มขึ้น
* ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นจากการขายไฟฟ้าของ CKP เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนผลประกอบการ
## ความเสี่ยง
* ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และผลกระทบต่อปริมาณการใช้น้ำประปา
* ต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคต
* ความผันผวนของราคาพลังงานที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตน้ำประปา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มปริมาณการขายน้าประปาในไตรมาสถัดไป และการฟื้นตัวจากผลกระทบโควิด-19
* การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* ผลการดำเนินงานของบริษัทร่วม โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตไฟฟ้า
* แผนการลงทุนและการบริหารจัดการหนี้สินของบริษัท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในฐานะธุรกิจสาธารณูปโภค (น้ำประปา) ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการคือ **ปริมาณการขาย** และ **ต้นทุนการผลิต**
* **รายได้จากการขายน้าประปา:** ลดลง 3.3% เป็นผลโดยตรงจากปริมาณการขายน้าประปาลดลง 3.3% โดยเฉพาะการขายให้ กปภ. ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (TTW -10.1%, ปทุมธานี -4.3%)
* **ต้นทุนขายน้าประปาและต้นทุนบริการ:** เพิ่มขึ้น 5.3% โดยมีค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 18.0% ซึ่งเป็นผลจากการลงทุนในสินทรัพย์ที่แล้วเสร็จในปี 2564 ในขณะที่ต้นทุนผลิตส่งจ่ายน้ำประปาลดลง 7.4% สอดคล้องกับปริมาณขายที่ลดลง
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 54.4% ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากค่าสนับสนุนกิจกรรมหน่วยงานและองค์กรภายนอกที่เพิ่มขึ้น
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม:** เพิ่มขึ้น 22.2% จากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของบริษัทในเครือ CKP ที่ขายไฟฟ้าได้มากขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทและบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวม 21,420.9 ล้านบาท ลดลง 4.8% จากการหักค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย หนี้สินรวมลดลง 14.9% เป็นจำนวน 1,234.3 ล้านบาท เนื่องจากการจ่ายคืนหุ้นกู้ครบกำหนด 2,000 ล้านบาท และจ่ายคืนเงินต้นเงินกู้ยืมระยะยาว 230 ล้านบาท ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 1.1% เป็น 14,346.5 ล้านบาท
## สรุปท้าย
TTW ในไตรมาส 2 ปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันจากรายได้หลักที่ลดลง 3.3% เนื่องจากการใช้น้ำประปาลดลงจากผลกระทบโควิด-19 แม้ว่าส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมจะเติบโตได้ดี แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ทั้งหมด ประกอบกับต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ทำให้กำไรสุทธิปรับลดลง 4.3% การบริหารจัดการต้นทุนและการติดตามแนวโน้มการฟื้นตัวของปริมาณการขายจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในระยะต่อไป ขณะที่ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้นจากการลดภาระหนี้สิน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MTI ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
7.45
ล้านบาท
↓ 99.8% YoY
กำไรขั้นต้น
7,474.73
ล้านบาท
↑ 120.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
100,345.47
%
กำไรสุทธิ
67.27
ล้านบาท
↓ 57.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
903.01
%
D/E Ratio
2.57
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
7
↓ -99.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
7,475
↑ + 120.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
67
↓ -57.1%
YoY
D/E Ratio
2.57
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MTI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.57
ROE (%)
12.98
ROA (%)
3.82
Book Value/หุ้น
14.90
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MTI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-587
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+83
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MTI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-587.47
+1,509.07%
|
-36.51
-65.19%
|
-104.89
-86.86%
|
-798.10
-389.25%
|
275.92
+29.62%
|
212.87
-1,985.47%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
82.53
+1,345.36%
|
5.71
-89.75%
|
55.71
-58.03%
|
132.75
+2,760.99%
|
4.64
-106.31%
|
-73.51
+124.73%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
486.74
+55.43%
|
313.15
-17.90%
|
381.41
+18.52%
|
321.80
+15.79%
|
277.91
-243.34%
|
-193.88
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-212.74
-175.35%
|
282.35
-15.01%
|
332.23
-196.70%
|
-343.56
-161.52%
|
558.46
-1,124.51%
|
-54.51
+23.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
776.97
-9.41%
|
857.70
+58.73%
|
540.35
+31.34%
|
411.40
+31.36%
|
313.19
-14.85%
|
367.79
+52.34%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
598.81
-22.93%
|
776.97
-9.41%
|
857.70
+58.73%
|
540.35
+31.34%
|
411.40
+31.36%
|
313.19
-14.85%
|