บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
8.30
0.10 (1.19%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เกิดจาก รายได้ค่านายหน้าเพิ่มขึ้น 111.24 ล้านบาท จาก 541.57 ล้านบาท เป็น 652.81 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 20.54
เนื่องจาก มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นจาก 70,417.88 ล้านบาท/วัน เป็น 99,801.26 ล้านบาท/วัน หรือ เพิ่มขึ้นร้อยละ 41.73
และ สัดส่วนนักลงทุนบุคคล ซึ่งเป็นส่วนรายได้หลักของบริษัท เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 48.01 เป็นร้อยละ 48.95 อันเป็นผลให้มูลค่าการซื้อขาย เฉลี่ยของนักลงทุนบุคคลเพิ่มขึ้นจาก 33,809.24 ล้านบาท/วัน เป็น 48,853.48 ล้านบาท/วัน หรือเพิ่มขึ้น ร้อยละ 44.50
รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 37.33 ล้านบาท จาก 144.10 ล้านบาท เป็น 181.43 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 25.91 เนื่องมาจาก รายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 51.18 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6509 out_tok=2401 at=2026-07-25T21:10:05 -->
# MST กำไรสุทธิ Q4/2565 พลิกโต 16% รับปริมาณรถเข้าประมูลเพิ่ม-ปรับค่าบริการ
## รายได้-กำไร Q4/2565 เติบโตตามคาด หลังมาตรการพักหนี้สิ้นสุด หนุนปริมาณรถเข้าประมูล ขณะที่การปรับค่าดำเนินการช่วยเสริมรายได้
บริษัท สหการประมูล จำกัด (มหาชน) หรือ MST รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 94.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของปริมาณรถเข้าสู่ลานประมูลหลังมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของสถาบันการเงินสิ้นสุดลง ประกอบกับการปรับขึ้นค่าดำเนินการรถยนต์และจักรยานยนต์บางประเภท รวมถึงรายได้จากบริการขนย้ายที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ MST ในไตรมาส 4 ปี 2565 คือ **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการ โดยเฉพาะรายได้จากการประมูลที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้น 16.0% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2564 แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะลดลงเล็กน้อย แต่การเพิ่มขึ้นของปริมาณการดำเนินงานก็สามารถชดเชยได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการในไตรมาส 4 ปี 2565 เป็นผลมาจากหลายปัจจัยประการแรกคือ **มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของสถาบันการเงินที่สิ้นสุดลง** ทำให้ปริมาณรถที่ถูกยึดและต้องนำเข้าสู่กระบวนการประมูลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประการที่สองคือ **การปรับขึ้นค่าดำเนินการรถยนต์และจักรยานยนต์บางประเภท** โดยเฉพาะรถบิ๊กไบค์ ตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคมและพฤศจิกายน 2565 ตามลำดับ ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้ต่อหน่วย ประการสุดท้ายคือ **รายได้จากบริการขนย้ายหลังการขายที่เพิ่มขึ้น** สอดคล้องกับปริมาณรถที่เข้าประมูลที่มากขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าทิศทางการเพิ่มขึ้นของรถเข้าสู่ธุรกิจประมูลมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยการสิ้นสุดระยะเวลาพักชำระหนี้ และการที่สินเชื่อด้อยคุณภาพเริ่มปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับสัญญาณที่ดีของธุรกิจรถยนต์ที่ยอดขายรถยนต์ใหม่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนดำเนินการเพิ่มสถานที่เก็บรักษารถ (Stock) และขยายการประมูลสู่ภูมิภาคมากขึ้น ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิไตรมาส 4 ปี 2565 เติบโต 16.0% YoY** อยู่ที่ 94.52 ล้านบาท จาก 81.51 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการให้บริการรวมเพิ่มขึ้น 20.8% YoY** แตะ 287.53 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้จากการประมูลที่เพิ่มขึ้น 21.5% YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง** จาก 56.5% ใน Q4/2564 เป็น 53.3% ใน Q4/2565 แต่ภาพรวมทั้งปีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 50.2% ลดลง 3.0% YoY
* **ต้นทุนบริการเพิ่มขึ้น 29.8% YoY** ในไตรมาส 4 ปี 2565 ส่วนใหญ่มาจากต้นทุนค่าเสื่อมราคาสิทธิการเช่าพื้นที่เพิ่ม และค่าขนย้ายที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขาย บริหาร เพิ่มขึ้น 5.2% YoY** ในไตรมาส 4 ปี 2565 จากค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการขยายงาน
* **ปี 2565 กำไรสุทธิรวมลดลง 1.9% YoY** อยู่ที่ 251.25 ล้านบาท แม้รายได้รวมเพิ่มขึ้น 5.7% YoY
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท สหการประมูล จำกัด (มหาชน) หรือ MST รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 94.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.0% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2564 ที่มีกำไรสุทธิ 81.51 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการให้บริการรวม 287.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
สำหรับภาพรวมทั้งปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการให้บริการรวม 947.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.6% เมื่อเทียบกับปี 2564 อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับปี 2565 อยู่ที่ 251.25 ล้านบาท ลดลง 1.9% เมื่อเทียบกับปี 2564 ที่ทำได้ 256.09 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนบริการและอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง
## โอกาส
* **ปริมาณรถเข้าประมูลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง:** จากการสิ้นสุดมาตรการพักชำระหนี้ของสถาบันการเงิน และการปรับตัวสูงขึ้นของสินเชื่อด้อยคุณภาพ
* **การขยายธุรกิจสู่ภูมิภาค:** เป็นแผนงานของบริษัทฯ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าและปริมาณรถประมูล
* **การเพิ่มสถานที่เก็บรักษารถ (Stock):** เพื่อรองรับปริมาณรถที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในอนาคต
* **การเติบโตของตลาดรถยนต์:** ยอดขายรถยนต์ใหม่ที่เพิ่มขึ้นส่งสัญญาณบวกต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนบริการที่เพิ่มขึ้น:** โดยเฉพาะต้นทุนค่าเสื่อมราคาสิทธิการเช่าและค่าขนส่งที่อาจผันผวนตามราคาพลังงาน
* **การแข่งขันในธุรกิจ:** แม้จะไม่มีการระบุชัดเจน แต่การแข่งขันในธุรกิจประมูลยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** นโยบายภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อรถยนต์หรือการยึดทรัพย์อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณรถเข้าประมูลได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การบริหารจัดการต้นทุนบริการ:** โดยเฉพาะค่าเช่าและค่าขนส่ง เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* **ความคืบหน้าในการขยายสถานที่เก็บรักษารถและขยายสู่ภูมิภาค:** เพื่อรองรับการเติบโตตามแผน
* **แนวโน้มปริมาณรถเข้าประมูล:** ติดตามสถานการณ์สินเชื่อด้อยคุณภาพและนโยบายสถาบันการเงิน
* **การปรับขึ้นค่าบริการในอนาคต:** หากมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอีกครั้งเพื่อชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / หลักทรัพย์)
ในฐานะบริษัทที่ดำเนินธุรกิจประมูลรถยนต์และทรัพย์สินอื่น ๆ MST ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงของภาวะเศรษฐกิจและนโยบายทางการเงินที่ส่งผลต่อปริมาณรถยึดที่เข้าสู่กระบวนการประมูล
* **รายได้จากการให้บริการ:** ในไตรมาส 4 ปี 2565 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง 20.8% YoY โดยมีรายได้จากการประมูลเพิ่มขึ้น 21.5% YoY และรายได้ค่าขนย้ายและบริการเสริมเพิ่มขึ้น 15.5% YoY ซึ่งสะท้อนถึงการกลับมาของปริมาณรถเข้าประมูลและการปรับขึ้นค่าบริการ
* **ต้นทุนบริการ:** เพิ่มขึ้น 29.8% YoY ในไตรมาส 4 ปี 2565 ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเล็กน้อย โดยมีสาเหตุหลักจากค่าเสื่อมราคาสิทธิการเช่าพื้นที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับปริมาณรถที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น และค่าขนย้ายที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมัน
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ลดลงเล็กน้อยในไตรมาส 4 ปี 2565 และทั้งปี 2565 สะท้อนถึงต้นทุนบริการที่เพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้จากการประมูลบางส่วน
* **ค่าใช้จ่ายในการขาย บริหาร:** เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2.1% YoY สำหรับทั้งปี 2565 ซึ่งสอดคล้องกับการขยายงานของบริษัทฯ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 สินทรัพย์รวมของ MST อยู่ที่ 1,806.48 ล้านบาท ลดลง 1.04% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจากการรับชำระหนี้ค่ารถ และสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นจากการจ่ายเงินปันผล ในขณะที่สินทรัพย์สิทธิการใช้เพิ่มขึ้นจากการเช่าพื้นที่
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,252.40 ล้านบาท ลดลง 2.63% จากปีก่อน ส่วนใหญ่เกิดจากการลดลงของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 2.74% เป็น 554.08 ล้านบาท แม้จะมีการจ่ายเงินปันผลจำนวนมากก็ตาม
กระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานในปี 2565 อยู่ที่ 299.98 ล้านบาท ลดลง 31.50% จากปีก่อน ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการเปลี่ยนแปลงของเงินทุนหมุนเวียน โดยบริษัทฯ ยังคงมีฐานะการเงินที่มั่นคงและมีสภาพคล่องสูง
## สรุปท้าย
MST สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิเติบโตได้ในไตรมาส 4 ปี 2565 จากการฟื้นตัวของปริมาณรถเข้าประมูลหลังมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้สิ้นสุดลง และการปรับขึ้นค่าบริการ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนบริการที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น แม้ว่าฝ่ายจัดการจะมองแนวโน้มปริมาณรถเข้าประมูลจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและมีแผนขยายธุรกิจ แต่การบริหารจัดการต้นทุนและติดตามการเปลี่ยนแปลงของตลาดจะเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MST ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
502.47
ล้านบาท
↓ 30.9% YoY
กำไรขั้นต้น
421.71
ล้านบาท
↓ 27% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
83.93
%
กำไรสุทธิ
22.51
ล้านบาท
↓ 76.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.48
%
D/E Ratio
1.91
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
502
↓ -30.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
422
↓ -27%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
23
↓ -76.9%
YoY
D/E Ratio
1.91
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MST
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.91
ROE (%)
4.35
ROA (%)
3.64
Book Value/หุ้น
9.21
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MST
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-5,968
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MST
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-5,967.95
+34.47%
|
-4,438.17
-446.05%
|
1,282.54
+60.50%
|
799.07
-75.72%
|
3,291.73
-473.40%
|
-881.55
+436.39%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-3.30
-70.77%
|
-11.29
-422.57%
|
3.50
-122.76%
|
-15.38
-53.90%
|
-33.36
+17.96%
|
-28.28
+211.80%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
5,869.47
+32.55%
|
4,428.28
-367.27%
|
-1,656.86
+283.10%
|
-432.49
-86.79%
|
-3,274.36
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-101.79
+380.59%
|
-21.18
-94.29%
|
-370.83
-205.59%
|
351.21
-2,296.44%
|
-15.99
-93.11%
|
-232.18
-3,053.94%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
277.63
+3.07%
|
269.36
-40.24%
|
450.71
-43.72%
|
800.84
+512.40%
|
130.77
-64.01%
|
363.33
-2.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
362.99
+30.75%
|
277.63
+3.07%
|
269.36
-40.24%
|
450.71
-43.72%
|
800.84
+512.41%
|
0.00
-100.00%
|