บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
8.30
0.10 (1.19%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เกิดจาก รายได้ค่านายหน้าเพิ่มขึ้น 111.24 ล้านบาท จาก 541.57 ล้านบาท เป็น 652.81 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 20.54
เนื่องจาก มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นจาก 70,417.88 ล้านบาท/วัน เป็น 99,801.26 ล้านบาท/วัน หรือ เพิ่มขึ้นร้อยละ 41.73
และ สัดส่วนนักลงทุนบุคคล ซึ่งเป็นส่วนรายได้หลักของบริษัท เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 48.01 เป็นร้อยละ 48.95 อันเป็นผลให้มูลค่าการซื้อขาย เฉลี่ยของนักลงทุนบุคคลเพิ่มขึ้นจาก 33,809.24 ล้านบาท/วัน เป็น 48,853.48 ล้านบาท/วัน หรือเพิ่มขึ้น ร้อยละ 44.50
รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 37.33 ล้านบาท จาก 144.10 ล้านบาท เป็น 181.43 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 25.91 เนื่องมาจาก รายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 51.18 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5018 out_tok=2123 at=2026-07-25T20:56:06 -->
# MST กำไร Q3/2566 โต 2% รับแรงหนุนรายได้อื่น แม้ค่านายหน้าวูบ
## รายได้อื่นดันกำไรสุทธิ MST ไตรมาส 3 โตเล็กน้อย สวนทางวอลุ่มเทรดที่หดตัว
บริษัทหลักทรัพย์เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MST รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 120.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.03% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ได้รับการชดเชยจากรายได้อื่นที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างโดดเด่น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ MST ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของ "รายได้อื่น"** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 56.58% หรือ 138.64 ล้านบาท โดยเฉพาะรายได้ดอกเบี้ยจากเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์และดอกเบี้ยจากเงินฝาก/พันธบัตรรัฐบาล รวมถึงกำไรจากเครื่องมือทางการเงิน ปัจจัยนี้ได้เข้ามาชดเชยการลดลงของรายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ที่หดตัวถึง 22.74%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของรายได้ค่านายหน้าเป็นผลโดยตรงจาก **มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ที่ลดลงถึง 27.77%** ประกอบกับ **สัดส่วนนักลงทุนบุคคล ซึ่งเป็นฐานรายได้หลักของบริษัท ลดลงจาก 37.74% เหลือ 33.29%** ทำให้มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยของนักลงทุนบุคคลลดลงถึง 35.58% ในขณะที่รายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นมาจากหลายส่วน ได้แก่ รายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 52.31 ล้านบาท, ดอกเบี้ยจากเงินฝากและพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มขึ้น 41.46 ล้านบาท และกำไรจากเครื่องมือทางการเงินเพิ่มขึ้น 42.63 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการสภาพคล่องและพอร์ตการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดีขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก** รายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นจากการบริหารสภาพคล่องและเงินฝากมีแนวโน้มที่จะได้รับผลดีต่อเนื่องหากอัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์อาจผันผวนตามสภาวะตลาดและการลงทุนของลูกค้า ในส่วนของรายได้ค่านายหน้า การฟื้นตัวจะขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอก เช่น สภาพคล่องในตลาด และความเชื่อมั่นของนักลงทุนบุคคล ซึ่งฝ่ายจัดการไม่ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนว่าจะกลับมาฟื้นตัวได้เมื่อใด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 เติบโต 2.03% YoY** อยู่ที่ 120.08 ล้านบาท จาก 117.69 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้อื่นพุ่ง 56.58% YoY** เป็น 383.65 ล้านบาท หนุนผลประกอบการ โดยเฉพาะดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ และดอกเบี้ยเงินฝาก/พันธบัตร
* **รายได้ค่านายหน้าลดลง 20.02% YoY** เหลือ 276.09 ล้านบาท จากมูลค่าการซื้อขายตลาดที่ลดลง 27.77% และสัดส่วนนักลงทุนบุคคลที่ลดลง
* **ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 3.69% YoY** เป็น 551.96 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 65.40 ล้านบาท แต่ค่าใช้จ่ายพนักงานลดลง
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2566 ลดลง 28.55% YoY** อยู่ที่ 350.83 ล้านบาท จาก 491.03 ล้านบาทในปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 120.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.03% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 705.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.08% จาก 607.50 ล้านบาทในปีก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 551.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.69% เมื่อเทียบกับปีก่อน
สำหรับงวดเก้าเดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 350.83 ล้านบาท ลดลง 28.55% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 2,000.45 ล้านบาท ลดลง 8.08% จาก 2,176.22 ล้านบาทในปีก่อน และค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 1,660.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.27% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การบริหารสภาพคล่องและเงินฝาก:** รายได้ดอกเบี้ยจากเงินฝากในสถาบันการเงินและพันธบัตรรัฐบาลที่เพิ่มขึ้น แสดงถึงการบริหารจัดการสภาพคล่องที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องหากอัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับสูง
* **การให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์:** การเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์บ่งชี้ถึงความต้องการสินเชื่อเพื่อการลงทุนของลูกค้า ซึ่งอาจเป็นโอกาสในการเติบโตหากตลาดหุ้นมีแนวโน้มดีขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์:** การลดลงของมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์และสัดส่วนนักลงทุนบุคคล เป็นความเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ค่านายหน้า ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัท
* **การแข่งขันในธุรกิจหลักทรัพย์:** การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนนักลงทุนบุคคลอาจสะท้อนถึงการแข่งขันที่สูงขึ้นในกลุ่มลูกค้าดังกล่าว หรือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนักลงทุน
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 65.40 ล้านบาทในไตรมาส 3 และ 169.35 ล้านบาทในงวด 9 เดือน เป็นปัจจัยที่กดดันอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์:** ติดตามการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยของตลาดและสัดส่วนนักลงทุนบุคคลในไตรมาสถัดไป
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ประเมินความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น
* **การเติบโตของรายได้อื่น:** จับตาว่ารายได้อื่นจะยังคงเติบโตในอัตราที่สูงต่อเนื่อง หรือเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว
* **การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนนักลงทุน:** สังเกตการณ์ว่าสัดส่วนนักลงทุนบุคคลจะกลับมาเพิ่มขึ้นหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
* **รายได้ค่านายหน้า:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทั้งในไตรมาส 3 และงวด 9 เดือน โดยมีสาเหตุหลักมาจากมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ที่ลดลง และสัดส่วนนักลงทุนบุคคลที่ลดลง ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัท
* **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ:** ปรับตัวลดลงเช่นกัน โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมจากการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์และค่าที่ปรึกษาทางการเงิน
* **รายได้อื่น:** เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยชดเชยรายได้หลักที่ลดลง โดยมาจากรายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์, ดอกเบี้ยเงินฝากและพันธบัตรรัฐบาล, และกำไรจากเครื่องมือทางการเงิน
* **ค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น โดยมีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเป็นปัจจัยหลักที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยละเอียด)
## สรุปท้าย
MST ในไตรมาส 3 ปี 2566 สามารถรักษาการเติบโตของกำไรสุทธิได้เล็กน้อยจากแรงหนุนของรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น โดยเฉพาะรายได้ดอกเบี้ย ซึ่งเข้ามาช่วยชดเชยผลกระทบจากการหดตัวของมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์และสัดส่วนนักลงทุนบุคคลที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MST ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
502.47
ล้านบาท
↓ 30.9% YoY
กำไรขั้นต้น
421.71
ล้านบาท
↓ 27% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
83.93
%
กำไรสุทธิ
22.51
ล้านบาท
↓ 76.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.48
%
D/E Ratio
1.91
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
502
↓ -30.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
422
↓ -27%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
23
↓ -76.9%
YoY
D/E Ratio
1.91
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MST
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.91
ROE (%)
4.35
ROA (%)
3.64
Book Value/หุ้น
9.21
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MST
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-5,968
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MST
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-5,967.95
+34.47%
|
-4,438.17
-446.05%
|
1,282.54
+60.50%
|
799.07
-75.72%
|
3,291.73
-473.40%
|
-881.55
+436.39%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-3.30
-70.77%
|
-11.29
-422.57%
|
3.50
-122.76%
|
-15.38
-53.90%
|
-33.36
+17.96%
|
-28.28
+211.80%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
5,869.47
+32.55%
|
4,428.28
-367.27%
|
-1,656.86
+283.10%
|
-432.49
-86.79%
|
-3,274.36
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-101.79
+380.59%
|
-21.18
-94.29%
|
-370.83
-205.59%
|
351.21
-2,296.44%
|
-15.99
-93.11%
|
-232.18
-3,053.94%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
277.63
+3.07%
|
269.36
-40.24%
|
450.71
-43.72%
|
800.84
+512.40%
|
130.77
-64.01%
|
363.33
-2.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
362.99
+30.75%
|
277.63
+3.07%
|
269.36
-40.24%
|
450.71
-43.72%
|
800.84
+512.41%
|
0.00
-100.00%
|