บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
8.30
0.10 (1.19%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เกิดจาก รายได้ค่านายหน้าเพิ่มขึ้น 111.24 ล้านบาท จาก 541.57 ล้านบาท เป็น 652.81 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 20.54
เนื่องจาก มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นจาก 70,417.88 ล้านบาท/วัน เป็น 99,801.26 ล้านบาท/วัน หรือ เพิ่มขึ้นร้อยละ 41.73
และ สัดส่วนนักลงทุนบุคคล ซึ่งเป็นส่วนรายได้หลักของบริษัท เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 48.01 เป็นร้อยละ 48.95 อันเป็นผลให้มูลค่าการซื้อขาย เฉลี่ยของนักลงทุนบุคคลเพิ่มขึ้นจาก 33,809.24 ล้านบาท/วัน เป็น 48,853.48 ล้านบาท/วัน หรือเพิ่มขึ้น ร้อยละ 44.50
รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 37.33 ล้านบาท จาก 144.10 ล้านบาท เป็น 181.43 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 25.91 เนื่องมาจาก รายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 51.18 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=25260 out_tok=2584 at=2026-07-25T22:23:26 -->
# MST กำไรสุทธิ Q1/65 โต 14.8% YoY รับบริหารต้นทุน-สำรองลด
## รายได้ดอกเบี้ยทรงตัว สินเชื่อรายย่อยฟื้นตัว ขณะที่ค่าธรรมเนียมยังถูกกดดันจากสภาวะตลาด
ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ MST รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 3,195 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.1% จากไตรมาสก่อนหน้า และเติบโต 14.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพและการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่ลดลง แม้รายได้รวมจากการดำเนินงานจะปรับตัวลดลงก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ MST ในไตรมาส 1/2565 เติบโต 14.8% YoY มาจากการบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ว่ารายได้รวมจากการดำเนินงานจะลดลง 7.9% YoY ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานที่ดีเกิดจากการเร่งรับรู้ประโยชน์ด้านต้นทุนหลังการรวมกิจการ และการมีวินัยด้านค่าใช้จ่าย ทำให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง 14.9% YoY โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงานที่ลดลง 21.8% YoY จากโปรแกรมเกษียณอายุโดยสมัครใจในปีก่อนหน้า และค่าใช้จ่ายด้านอาคารสถานที่และอุปกรณ์ที่ลดลง 6.6% YoY จากการปรับลดสาขาหลังการรวมกิจการ นอกจากนี้ การตั้งสำรอง ECL ที่ลดลง 12.3% YoY เป็นผลจากการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเพื่อรองรับสถานการณ์โควิด-19 ที่ไม่แน่นอน ทำให้ระดับสำรองเพียงพอแล้ว ประกอบกับแนวโน้มความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าที่ดีขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของการบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงาน ซึ่งธนาคารยังคงมุ่งเน้นการประหยัดค่าใช้จ่ายและรับรู้ประโยชน์จากการรวมกิจการอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การตั้งสำรอง ECL อาจมีความผันผวนขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจมหภาคและนโยบายการกำกับดูแล แต่ธนาคารได้ตั้งสำรองในระดับที่สูงตามเป้าหมายทางการเงินเพื่อรองรับความไม่แน่นอนในอนาคต ซึ่งจะช่วยหนุนกำไรสุทธิได้ในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโตโดดเด่น:** กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นธนาคารอยู่ที่ 3,195 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.1% QoQ และ 14.8% YoY
* **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิทรงตัว:** อยู่ที่ 12,409 ล้านบาท ลดลง 2.8% QoQ และ 3.6% YoY โดยได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของสินเชื่อธุรกิจ แต่ได้แรงหนุนจากสินเชื่อเช่าซื้อที่เติบโต
* **รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยหดตัว:** อยู่ที่ 3,365 ล้านบาท ลดลง 10.0% QoQ และ 20.8% YoY หลักจากรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิชะลอตัว
* **ค่าใช้จ่ายดำเนินงานลดลง:** อยู่ที่ 6,987 ล้านบาท ลดลง 12.7% QoQ และ 14.9% YoY จากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีวินัย
* **คุณภาพสินทรัพย์ทรงตัว:** อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL ratio) อยู่ที่ 2.73% ลดลงจาก 2.81% ในไตรมาสก่อนหน้า
* **เงินกองทุนแข็งแกร่ง:** อัตราส่วนเงินกองทุนรวมต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) อยู่ที่ 19.4% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนด
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 MST มีกำไรสุทธิ 3,195 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.1% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 14.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 12,409 ล้านบาท ลดลง 2.8% QoQ และ 3.6% YoY ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอยู่ที่ 3,365 ล้านบาท ลดลง 10.0% QoQ และ 20.8% YoY ส่งผลให้รายได้รวมจากการดำเนินงานอยู่ที่ 15,774 ล้านบาท ลดลง 4.4% QoQ และ 7.9% YoY อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 12.7% QoQ และ 14.9% YoY ประกอบกับการตั้งสำรอง ECL ที่ลดลง 4.2% QoQ และ 12.3% YoY ทำให้กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักสำรองฯ (PPOP) เพิ่มขึ้น 4.2% QoQ แต่ลดลง 0.9% YoY และกำไรสุทธิเติบโตได้ตามที่กล่าวมาข้างต้น
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของสินเชื่อรายย่อย:** สินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเริ่มกลับมาขยายตัว ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักที่ให้ผลตอบแทนสูง
* **การบริหารต้นทุนอย่างต่อเนื่อง:** การรับรู้ประโยชน์จากการรวมกิจการและการมีวินัยด้านค่าใช้จ่ายจะช่วยรักษาประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
* **การปรับโครงสร้างงบดุล:** การรักษาสมดุลของโครงสร้างเงินฝากและต้นทุนทางการเงินจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการบริหารสภาพคล่องและต้นทุน
* **การขยายฐานสินเชื่อบุคคลและบัตรเครดิต:** ผ่าน ttb consumer เพื่อเพิ่มอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ:** แรงกดดันเงินเฟ้อสูงขึ้น และความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ในตลาดโลกและต้นทุนการผลิต
* **การแข่งขันในธุรกิจธนาคาร:** การแข่งขันด้านอัตราดอกเบี้ยและผลิตภัณฑ์ทางการเงินยังคงสูง
* **สภาวะตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย:** ส่งผลกระทบต่อรายได้ค่าธรรมเนียมจากกองทุนรวมและประกันชีวิต (Bancassurance)
* **การหมดอายุมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้:** อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพสินทรัพย์หากลูกค้าไม่สามารถฟื้นตัวได้ตามเป้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อรายย่อย:** โดยเฉพาะสินเชื่อบุคคลและบัตรเครดิต
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ท่ามกลางทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่อาจปรับสูงขึ้นในอนาคต
* **การเปลี่ยนแปลงของรายได้ค่าธรรมเนียม:** โดยเฉพาะจากธุรกิจประกันและกองทุนรวม
* **คุณภาพสินทรัพย์:** การติดตามลูกหนี้ที่อยู่ภายใต้มาตรการช่วยเหลือและผลกระทบหลังมาตรการหมดอายุ
* **การลงทุนด้านดิจิทัล:** ซึ่งอาจส่งผลต่ออัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ในปี 2565
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
**NIM:** ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) อยู่ที่ 2.91% ลดลง 7 bps QoQ และ 9 bps YoY โดยมีปัจจัยหลักจากอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่ลดลง แม้ต้นทุนทางการเงินจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการบริหารจัดการสภาพคล่องและต้นทุนระยะยาว
**NII/Non-NII:** รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) ลดลง 2.8% QoQ และ 3.6% YoY จากการชะลอตัวของสินเชื่อธุรกิจ แต่ได้แรงหนุนจากสินเชื่อเช่าซื้อที่เติบโต 4.5% QoQ รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ลดลง 10.0% QoQ และ 20.8% YoY หลักจากรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิที่ลดลง 17.7% QoQ และ 26.7% YoY โดยเฉพาะจากกองทุนรวมและ Bancassurance ที่ชะลอตัวตามสภาวะตลาด
**NPL/Coverage/Credit Cost:** คุณภาพสินทรัพย์ยังคงบริหารจัดการได้ดี โดยสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPLs) อยู่ที่ 42,144 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราส่วน NPL ratio ที่ 2.73% ลดลงจาก 2.81% ในไตรมาสก่อนหน้า ธนาคารตั้งสำรอง ECL จำนวน 4,808 ล้านบาท ลดลง 4.2% QoQ และ 12.3% YoY สะท้อนการบริหารความเสี่ยงที่รอบคอบ
**CAR/Basel:** ธนาคารดำรงเงินกองทุนในระดับสูง โดยอัตราส่วนเงินกองทุนรวมต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) อยู่ที่ 19.4% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนด
**รายได้ค่าธรรมเนียม:** รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจากธุรกิจกองทุนรวมและ Bancassurance ที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย
**กำไรพิเศษครั้งเดียว:** ไม่พบรายการพิเศษหรือกำไร/ขาดทุนครั้งเดียวที่มีนัยสำคัญในงวดนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2565 สินทรัพย์รวมของธนาคารอยู่ที่ 1,789,198 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% YTD โดยเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้สุทธิลดลง 0.5% YTD อยู่ที่ 1,318 พันล้านบาท ขณะที่เงินรับฝากเพิ่มขึ้น 1.6% YTD อยู่ที่ 1,360,213 ล้านบาท อัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก (LDR) อยู่ที่ 100% ทรงตัวจากปีก่อนหน้า หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 1.9% YTD อยู่ที่ 1,575,976 ล้านบาท และส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้น 1.1% YTD อยู่ที่ 213,222 ล้านบาท
## สรุปท้าย
MST ในไตรมาส 1/2565 สามารถสร้างการเติบโตของกำไรสุทธิได้จากการบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพและการตั้งสำรอง ECL ที่ลดลง แม้รายได้จากการดำเนินงานจะเผชิญแรงกดดันจากสภาวะตลาดและเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอน อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของสินเชื่อรายย่อยและกลยุทธ์การบริหารต้นทุนที่ต่อเนื่องเป็นปัจจัยบวกที่น่าจับตา ขณะที่ความเสี่ยงจากความผันผวนทางเศรษฐกิจและการแข่งขันยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MST ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
502.47
ล้านบาท
↓ 30.9% YoY
กำไรขั้นต้น
421.71
ล้านบาท
↓ 27% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
83.93
%
กำไรสุทธิ
22.51
ล้านบาท
↓ 76.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.48
%
D/E Ratio
1.91
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
502
↓ -30.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
422
↓ -27%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
23
↓ -76.9%
YoY
D/E Ratio
1.91
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MST
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.91
ROE (%)
4.35
ROA (%)
3.64
Book Value/หุ้น
9.21
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MST
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-5,968
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MST
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-5,967.95
+34.47%
|
-4,438.17
-446.05%
|
1,282.54
+60.50%
|
799.07
-75.72%
|
3,291.73
-473.40%
|
-881.55
+436.39%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-3.30
-70.77%
|
-11.29
-422.57%
|
3.50
-122.76%
|
-15.38
-53.90%
|
-33.36
+17.96%
|
-28.28
+211.80%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
5,869.47
+32.55%
|
4,428.28
-367.27%
|
-1,656.86
+283.10%
|
-432.49
-86.79%
|
-3,274.36
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-101.79
+380.59%
|
-21.18
-94.29%
|
-370.83
-205.59%
|
351.21
-2,296.44%
|
-15.99
-93.11%
|
-232.18
-3,053.94%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
277.63
+3.07%
|
269.36
-40.24%
|
450.71
-43.72%
|
800.84
+512.40%
|
130.77
-64.01%
|
363.33
-2.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
362.99
+30.75%
|
277.63
+3.07%
|
269.36
-40.24%
|
450.71
-43.72%
|
800.84
+512.41%
|
0.00
-100.00%
|