บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
8.30
0.10 (1.19%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เกิดจาก รายได้ค่านายหน้าเพิ่มขึ้น 111.24 ล้านบาท จาก 541.57 ล้านบาท เป็น 652.81 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 20.54
เนื่องจาก มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นจาก 70,417.88 ล้านบาท/วัน เป็น 99,801.26 ล้านบาท/วัน หรือ เพิ่มขึ้นร้อยละ 41.73
และ สัดส่วนนักลงทุนบุคคล ซึ่งเป็นส่วนรายได้หลักของบริษัท เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 48.01 เป็นร้อยละ 48.95 อันเป็นผลให้มูลค่าการซื้อขาย เฉลี่ยของนักลงทุนบุคคลเพิ่มขึ้นจาก 33,809.24 ล้านบาท/วัน เป็น 48,853.48 ล้านบาท/วัน หรือเพิ่มขึ้น ร้อยละ 44.50
รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 37.33 ล้านบาท จาก 144.10 ล้านบาท เป็น 181.43 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 25.91 เนื่องมาจาก รายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 51.18 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3803 out_tok=2073 at=2026-07-25T22:03:03 -->
# MST กำไร Q1/66 ดิ่ง 41.66% รับวอลุ่มเทรดวูบ-สัดส่วนนักลงทุนบุคคลลด
## รายได้ค่านายหน้าหดหนัก ฉุดกำไรสุทธิวูบ ขณะค่าธรรมเนียม-รายได้อื่นพอประคอง
บริษัทหลักทรัพย์เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MST รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 164.29 ล้านบาท ลดลง 41.66% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สวนทางกับค่าใช้จ่ายที่ลดลงเล็กน้อย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ MST ในไตรมาส 1 ปี 2566 ลดลง 41.66% เมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์** ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัท โดยกำไรสุทธิลดลง 117.31 ล้านบาท จาก 281.60 ล้านบาท เป็น 164.29 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักของการลดลงของรายได้ค่านายหน้า มาจาก **มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ที่ลดลง** จาก 96,239.56 ล้านบาทต่อวัน เหลือ 66,669.50 ล้านบาทต่อวัน หรือลดลง 30.73% ประกอบกับ **สัดส่วนนักลงทุนบุคคล ซึ่งเป็นฐานรายได้หลักของบริษัท ลดลง** จาก 41.52% เหลือ 35.95% ส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยของนักลงทุนบุคคลลดลงถึง 40.02% แม้ว่ารายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้
นอกจากนี้ รายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นจากดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่เพิ่มขึ้นจากการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ก็ไม่เพียงพอที่จะชดเชยการลดลงของรายได้ค่านายหน้าได้
ในด้านค่าใช้จ่ายรวมลดลงเล็กน้อย 1% จาก 586.93 ล้านบาท เหลือ 581.03 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานลดลง 76.41 ล้านบาท แต่มีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 44.90 ล้านบาท และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น 3.02 ล้านบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร ฝ่ายจัดการไม่ได้ให้แนวโน้มที่ชัดเจนว่ามูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์และสัดส่วนนักลงทุนบุคคลจะฟื้นตัวขึ้นในระยะสั้นหรือไม่อย่างไร การลดลงของมูลค่าการซื้อขายและสัดส่วนนักลงทุนบุคคลเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้หลักของบริษัท ซึ่งหากยังคงอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในไตรมาสถัดไปได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q1/66 อยู่ที่ 164.29 ล้านบาท ลดลง 41.66% YoY** จาก 281.60 ล้านบาท
* **รายได้ค่านายหน้าลดลง 29.98%** เป็น 397.52 ล้านบาท เป็นปัจจัยหลักกดดันผลประกอบการ
* **มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยตลาดลดลง 30.73%** และ **สัดส่วนนักลงทุนบุคคลลดลง** ส่งผลกระทบต่อรายได้ค่านายหน้า
* **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเพิ่มขึ้น 11.69%** จากค่าธรรมเนียมจัดจำหน่ายหลักทรัพย์
* **รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 3.80%** จากดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์
* **ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 1%** โดยมีค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานลดลง แต่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทหลักทรัพย์เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MST รายงานผลประกอบการสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2566 มีกำไรสุทธิ 164.29 ล้านบาท ลดลง 117.31 ล้านบาท หรือลดลง 41.66% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 281.60 ล้านบาท การลดลงของกำไรสุทธิเป็นผลมาจากการลดลงของรายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์เป็นหลัก แม้ว่าจะมีรายได้อื่นและรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่เพิ่มขึ้นบางส่วน และค่าใช้จ่ายรวมที่ลดลงเล็กน้อยก็ตาม
## โอกาส
* **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่เพิ่มขึ้น:** การเติบโตของค่าธรรมเนียมจากการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างรายได้จากธุรกิจวาณิชธนกิจ
* **รายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์:** การเพิ่มขึ้นของรายได้ส่วนนี้ สะท้อนถึงการใช้ประโยชน์จากสภาพคล่องและโอกาสในการปล่อยสินเชื่อเพื่อการลงทุน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของมูลค่าการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์:** การลดลงของมูลค่าการซื้อขายส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ค่านายหน้า ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัท
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนักลงทุน:** การลดลงของสัดส่วนนักลงทุนบุคคล อาจส่งผลกระทบต่อฐานรายได้ในระยะยาว หากไม่สามารถดึงดูดนักลงทุนกลุ่มนี้กลับมาได้
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น อาจกดดันอัตรากำไร หากไม่สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในไตรมาสถัดไป
* การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนนักลงทุนบุคคล และกลยุทธ์ในการดึงดูดนักลงทุนกลุ่มนี้กลับมา
* การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ โดยเฉพาะจากธุรกิจวาณิชธนกิจ
* ทิศทางอัตราดอกเบี้ย และผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัท
* การบริหารจัดการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในฐานะบริษัทหลักทรัพย์ MST ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสภาวะตลาดทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของรายได้ค่านายหน้า ซึ่งเป็นรายได้หลักที่ผูกโยงกับปริมาณการซื้อขายในตลาด การลดลงของมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยในตลาดหลักทรัพย์ถึง 30.73% และการลดลงของสัดส่วนนักลงทุนบุคคล ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัท สะท้อนถึงความท้าทายในการดำเนินธุรกิจในช่วงไตรมาสแรกของปี 2566
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงสามารถสร้างรายได้จากธุรกิจอื่น ๆ ได้ดี โดยรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเพิ่มขึ้น 11.69% จากการเติบโตของค่าธรรมเนียมจากการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ซึ่งบ่งชี้ถึงความแข็งแกร่งในธุรกิจวาณิชธนกิจ นอกจากนี้ รายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น 3.80% จากดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพ
ในด้านค่าใช้จ่าย บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายรวมให้ลดลง 1% ได้ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น 44.90 ล้านบาท และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นที่เพิ่มขึ้น 3.02 ล้านบาท เป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ ในงวด Q1/2566 โดยตรง
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 ของ MST ได้รับแรงกดดันหลักจากการชะลอตัวของมูลค่าการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์และสัดส่วนนักลงทุนบุคคลที่ลดลง ส่งผลให้รายได้ค่านายหน้า ซึ่งเป็นรายได้หลัก หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าบริษัทฯ จะมีความสามารถในการสร้างรายได้จากธุรกิจวาณิชธนกิจและธุรกิจอื่น ๆ รวมถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ความต่อเนื่องของปัจจัยลบในตลาดทุนยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MST ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
502.47
ล้านบาท
↓ 30.9% YoY
กำไรขั้นต้น
421.71
ล้านบาท
↓ 27% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
83.93
%
กำไรสุทธิ
22.51
ล้านบาท
↓ 76.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.48
%
D/E Ratio
1.91
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
502
↓ -30.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
422
↓ -27%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
23
↓ -76.9%
YoY
D/E Ratio
1.91
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MST
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.91
ROE (%)
4.35
ROA (%)
3.64
Book Value/หุ้น
9.21
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MST
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-5,968
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MST
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-5,967.95
+34.47%
|
-4,438.17
-446.05%
|
1,282.54
+60.50%
|
799.07
-75.72%
|
3,291.73
-473.40%
|
-881.55
+436.39%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-3.30
-70.77%
|
-11.29
-422.57%
|
3.50
-122.76%
|
-15.38
-53.90%
|
-33.36
+17.96%
|
-28.28
+211.80%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
5,869.47
+32.55%
|
4,428.28
-367.27%
|
-1,656.86
+283.10%
|
-432.49
-86.79%
|
-3,274.36
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-101.79
+380.59%
|
-21.18
-94.29%
|
-370.83
-205.59%
|
351.21
-2,296.44%
|
-15.99
-93.11%
|
-232.18
-3,053.94%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
277.63
+3.07%
|
269.36
-40.24%
|
450.71
-43.72%
|
800.84
+512.40%
|
130.77
-64.01%
|
363.33
-2.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
362.99
+30.75%
|
277.63
+3.07%
|
269.36
-40.24%
|
450.71
-43.72%
|
800.84
+512.41%
|
0.00
-100.00%
|