MST
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
MST
บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
8.30
0.10 (1.19%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เกิดจาก รายได้ค่านายหน้าเพิ่มขึ้น 111.24 ล้านบาท จาก 541.57 ล้านบาท เป็น 652.81 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 20.54 เนื่องจาก มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นจาก 70,417.88 ล้านบาท/วัน เป็น 99,801.26 ล้านบาท/วัน หรือ เพิ่มขึ้นร้อยละ 41.73 และ สัดส่วนนักลงทุนบุคคล ซึ่งเป็นส่วนรายได้หลักของบริษัท เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 48.01 เป็นร้อยละ 48.95 อันเป็นผลให้มูลค่าการซื้อขาย เฉลี่ยของนักลงทุนบุคคลเพิ่มขึ้นจาก 33,809.24 ล้านบาท/วัน เป็น 48,853.48 ล้านบาท/วัน หรือเพิ่มขึ้น ร้อยละ 44.50 รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 37.33 ล้านบาท จาก 144.10 ล้านบาท เป็น 181.43 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 25.91 เนื่องมาจาก รายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 51.18 ล้านบาท

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=21119 out_tok=2668 at=2026-07-25T21:40:16 --> # ไทยยูเนี่ยน Q3/2565 ทุบสถิติรายได้-กำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รับอานิสงส์อาหารสัตว์เลี้ยง-แปรรูป ## ยอดขายทะลุ 4 หมื่นล้านบาท กำไรสุทธิ 2.5 พันล้านบาท จากราคาขายสูง-ปริมาณขายเพิ่ม-บาทอ่อนค่า บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 ทำสถิติสูงสุดใหม่ทั้งรายได้และกำไรสุทธิ โดยมียอดขายรวม 40,756 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 2,530 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 30.7% ปัจจัยหลักมาจากการเติบโตอย่างโดดเด่นของกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า รวมถึงกลุ่มอาหารทะเลแปรรูป ประกอบกับราคาขายที่ปรับสูงขึ้น ปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น และผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของไทยยูเนี่ยนในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของยอดขายในกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า และกลุ่มอาหารทะเลแปรรูป** ซึ่งส่งผลให้ยอดขายรวมทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 40,756 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.7% YoY และกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2,530 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.7% YoY โดยปัจจัยเหล่านี้เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการจากการดำเนินงานปกติ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **กลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า:** เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 55.9% YoY โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การที่ปีก่อนหน้ามีผลกระทบจากการปิดโรงงานชั่วคราวจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ปีนี้ปริมาณขายเพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาขายที่สูงขึ้น และการมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่มีอัตรากำไรสูง * **กลุ่มอาหารทะเลแปรรูป:** มียอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน เพิ่มขึ้น 13.6% YoY โดยได้แรงหนุนจากราคาขายที่สูงขึ้นตามกลยุทธ์การปรับราคา ความต้องการซื้อที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในตลาดเอเชียและสหรัฐอเมริกา เนื่องจากทูน่ากระป๋องเป็นผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงง่ายและมีโปรตีนสูง เหมาะกับสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว * **ปัจจัยสนับสนุนอื่นๆ:** การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ถึง 10.6% เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยหนุนยอดขายให้เติบโตขึ้นเมื่อแปลงเป็นเงินบาท นอกจากนี้ การปรับสัดส่วนการขายสินค้าไปยังกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น และการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพก็มีส่วนช่วยเสริมกำไรขั้นต้น ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า ซึ่งยังคงมีความต้องการสูงอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายจัดการได้มีการลงทุนขยายกำลังการผลิตโรงงานอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า รวมถึงโรงงานผลิตโปรตีนไฮโดรไลเซตและคอลลาเจนเปปไทด์ ซึ่งจะสนับสนุนการเติบโตในอนาคต ขณะที่กลุ่มอาหารทะเลแปรรูป แม้จะได้รับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่กลยุทธ์การปรับราคาขายและการบริหารต้นทุนยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยรักษาอัตรากำไรได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านราคาวัตถุดิบและต้นทุนค่าขนส่งที่ยังคงผันผวน รวมถึงภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว อาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ## Highlight สำคัญ * **ยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์:** 40,756 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.7% YoY * **กำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์:** 2,530 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.7% YoY * **ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า:** ยอดขายเติบโตโดดเด่น 55.9% YoY * **ธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป:** ยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เติบโต 13.6% YoY * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) แข็งแกร่ง:** อยู่ที่ 18.2% ใกล้เคียงระดับสูงสุดของปีก่อน * **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน:** 792 ล้านบาท จากเงินบาทอ่อนค่าเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ * **ส่วนแบ่งขาดทุนจาก Red Lobster:** เพิ่มขึ้นเป็น 456 ล้านบาท ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ ## ภาพรวมผลประกอบการ ไทยยูเนี่ยนรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 ที่แข็งแกร่ง โดยยอดขายรวม 40,756 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.7% YoY และ 4.6% QoQ กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 7,399 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.8% YoY และ 12.4% QoQ อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวที่ 18.2% ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 2,530 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.7% YoY และ 55.8% QoQ อัตรากำไรสุทธิปรับเพิ่มขึ้นเป็น 6.2% จาก 5.4% ในปีก่อนหน้า ## โอกาส * **การเติบโตของตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง:** ความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลกเป็นโอกาสสำคัญ * **การขยายธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป:** ความต้องการผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงง่ายและดีต่อสุขภาพยังคงมีสูง * **การลงทุนในธุรกิจใหม่:** การขยายโรงงานผลิตอาหารพร้อมรับประทาน, โรงงานผลิตโปรตีนไฮโดรไลเซต, และโรงงานอาหารสัตว์เลี้ยง จะช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตและรายได้ในอนาคต * **การเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรม:** การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคด้านสุขภาพและทางเลือกใหม่ๆ เช่น อาหารจากพืช * **ความร่วมมือทางธุรกิจ:** การร่วมมือกับ ISH ในการขยายธุรกิจอาหารทะเลจากพืชในตลาดอเมริกาเหนือ ## ความเสี่ยง * **ราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น:** ราคาปลาทูน่า, กุ้งขาว, และปลาแซลมอน ปรับตัวสูงขึ้น YoY * **ต้นทุนค่าขนส่งที่ยังสูง:** แม้จะลดลงจากปีก่อน แต่ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต้นทุน * **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค * **ส่วนแบ่งขาดทุนจาก Red Lobster:** ยังคงเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการ * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ไตรมาสนี้ได้ผลบวก แต่ก็อาจเปลี่ยนแปลงได้ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลัก (ทูน่า, กุ้ง, แซลมอน) และต้นทุนค่าขนส่ง * ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค * ความคืบหน้าในการดำเนินงานของธุรกิจใหม่และการขยายโรงงาน * ผลประกอบการของธุรกิจ Red Lobster และแนวทางการบริหารจัดการ * การบริหารจัดการต้นทุนและกลยุทธ์การปรับราคาขายเพื่อรักษาอัตรากำไร ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์) * **ยอดขาย:** กลุ่มอาหารทะเลแปรรูปทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 16,985 ล้านบาท (+14% YoY) อัตรากำไรขั้นต้นสูงที่ 22.9% กลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าเติบโตโดดเด่น 55.9% YoY มาอยู่ที่ 8,951 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นสูงที่ 28.7% กลุ่มอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็นทรงตัวที่ 14,820 ล้านบาท (-2% YoY) โดยมีปัจจัยกดดันจากราคาตลาดที่ลดลงและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** โดยรวมอยู่ที่ 18.2% ใกล้เคียงปีก่อนหน้า โดยธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปและอาหารสัตว์เลี้ยงมี GPM สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็น GPM ลดลงอย่างมาก * **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A):** เพิ่มขึ้น 12.4% YoY เป็น 5,064 ล้านบาท แต่เมื่อเทียบกับยอดขายอยู่ที่ 12.4% ลดลงจาก 12.7% ในปีก่อนหน้า เนื่องจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดและโฆษณาลดลง * **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน:** 792 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 347 ล้านบาทในปีก่อนหน้า จากเงินบาทอ่อนค่า * **ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วม:** ขาดทุนเพิ่มขึ้นเป็น 256 ล้านบาท โดยหลักมาจากธุรกิจ Red Lobster ที่ขาดทุน 456 ล้านบาท ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** 178,920 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.4% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสินค้าคงคลังและลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น * **หนี้สินรวม:** 115,278 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.4% จากสิ้นปี 2564 โดยส่วนใหญ่เป็นหนี้สินระยะสั้นที่เพิ่มขึ้นเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน * **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** 63,642 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% จากสิ้นปี 2564 * **อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน:** อยู่ที่ 1.13 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.99 เท่า ณ สิ้นปี 2564 * **กระแสเงินสดอิสระ:** ใน 9 เดือนแรกปี 2565 ติดลบ 2,070 ล้านบาท เนื่องจาก EBITDA ที่ลดลงและการลงทุนในสินทรัพย์หมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น * **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด:** ลดลงสุทธิ 6,842 ล้านบาท เหลือ 2,290 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 3/2565 ## สรุปท้าย ไทยยูเนี่ยนโชว์ผลงานไตรมาส 3 ปี 2565 แข็งแกร่งเกินคาด ด้วยการทำสถิติสูงสุดใหม่ทั้งรายได้และกำไรสุทธิ โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการเติบโตอย่างโดดเด่นของกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า รวมถึงกลุ่มอาหารทะเลแปรรูป ประกอบกับปัจจัยบวกจากราคาขายที่สูงขึ้น ปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น และการอ่อนค่าของเงินบาท แม้จะเผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น รวมถึงผลกระทบจากส่วนแบ่งขาดทุนของ Red Lobster แต่กลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุน การปรับราคาขาย และการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตในระยะยาว ซึ่งนักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบและภาวะเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MST ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
502.47 ล้านบาท
↓ 30.9% YoY
กำไรขั้นต้น
421.71 ล้านบาท
↓ 27% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
83.93 %
กำไรสุทธิ
22.51 ล้านบาท
↓ 76.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.48 %
D/E Ratio
1.91
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
502
↓ -30.9% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
422
↓ -27% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
23
↓ -76.9% YoY
D/E Ratio
1.91

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MST

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
502.47
-30.85%
726.65
+14.00%
637.40
-51.43%
1,312.33
+40.73%
932.52
+15.82%
805.14
+36.04%
กำไรขั้นต้น
421.71
-27.04%
577.98
+4.82%
551.41
-55.48%
1,238.63
+52.39%
812.82
+6.50%
763.19
+98.71%
ค่าใช้จ่ายรวม
306.56
-9.62%
339.18
+6.51%
318.45
-51.31%
654.00
+64.45%
397.69
-6.83%
426.86
+67.95%
กำไรสุทธิ
22.51
-76.89%
97.42
+591.78%
14.08
-93.13%
204.94
+58.73%
129.11
-25.81%
174.03
+64.64%
กำไรต่อหุ้น
0.04
-77.19%
0.17
+584.00%
0.03
-93.04%
0.36
+58.85%
0.23
-25.90%
0.31
+64.86%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
ROE(%)
4.35
-53.28%
9.31
+25.98%
7.39
-42.18%
12.78
-20.92%
16.16
+48.12%
10.91
+40.41%
ROA(%)
3.64
-31.06%
5.28
+25.12%
4.22
+3.69%
4.07
-21.43%
5.18
+8.82%
4.76
+1.71%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
1.91
-32.75%
2.84
-8.97%
3.12
-18.54%
3.83
-18.16%
4.68
+48.57%
3.15
+14.96%
P/E
12.95
-7.57%
14.01
+10.93%
12.63
+21.44%
10.40
+21.35%
8.57
-29.41%
12.14
-28.88%
P/BV
0.76
-28.97%
1.07
-16.41%
1.28
-3.76%
1.33
-10.14%
1.48
+29.82%
1.14
+23.91%
BV
8.82
+1.85%
8.66
+2.73%
8.43
-0.59%
8.48
+3.54%
8.19
+5.54%
7.76
+6.16%
YIELD(%)
9.70
+87.98%
5.16
-40.69%
8.70
+2.35%
8.50
+71.37%
4.96
-48.97%
9.72
-4.24%
ราคาหุ้น
6.70
-27.96%
9.30
-13.89%
10.80
-4.42%
11.30
0.00
-100.00%
8.85
+32.09%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
83.93
+5.52%
79.54
-8.06%
86.51
-8.34%
94.38
+8.28%
87.16
-8.05%
94.79
+46.06%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
61.01
+30.70%
46.68
-6.57%
49.96
+0.26%
49.83
+16.83%
42.65
-19.56%
53.02
+23.47%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
4.48
-66.59%
13.41
+506.79%
2.21
-85.85%
15.62
+12.78%
13.85
-35.94%
21.62
+21.05%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.91
ROE (%)
4.35
ROA (%)
3.64
Book Value/หุ้น
9.21

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MST

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์
14,803.56
-24.03%
19,998.50
-17.46%
24,227.55
-11.43%
27,353.66
+43.32%
19,085.67
+18.27%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สิน
9,723.64
-32.56%
15,142.93
-21.16%
19,207.02
-14.79%
22,540.05
+55.62%
14,484.12
+22.12%
รวมส่วนของเจ้าของ
5,079.91
+0.24%
4,855.57
-3.29%
5,020.52
+4.30%
4,813.61
+4.61%
4,601.55
+7.58%
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
4.35
7.39
12.78
16.16
10.91
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
3.64
4.22
4.07
5.18
4.76
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
D/E
1.91
3.12
3.83
4.68
3.15
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-5,968
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MST

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-5,967.95
+34.47%
-4,438.17
-446.05%
1,282.54
+60.50%
799.07
-75.72%
3,291.73
-473.40%
-881.55
+436.39%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-3.30
-70.77%
-11.29
-422.57%
3.50
-122.76%
-15.38
-53.90%
-33.36
+17.96%
-28.28
+211.80%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
5,869.47
+32.55%
4,428.28
-367.27%
-1,656.86
+283.10%
-432.49
-86.79%
-3,274.36
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-101.79
+380.59%
-21.18
-94.29%
-370.83
-205.59%
351.21
-2,296.44%
-15.99
-93.11%
-232.18
-3,053.94%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
277.63
+3.07%
269.36
-40.24%
450.71
-43.72%
800.84
+512.40%
130.77
-64.01%
363.33
-2.31%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
362.99
+30.75%
277.63
+3.07%
269.36
-40.24%
450.71
-43.72%
800.84
+512.41%
0.00
-100.00%