MST
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
MST
บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
7.60
+0.00 (+0.00%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เกิดจาก รายได้ค่านายหน้าเพิ่มขึ้น 111.24 ล้านบาท จาก 541.57 ล้านบาท เป็น 652.81 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 20.54 เนื่องจาก มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นจาก 70,417.88 ล้านบาท/วัน เป็น 99,801.26 ล้านบาท/วัน หรือ เพิ่มขึ้นร้อยละ 41.73 และ สัดส่วนนักลงทุนบุคคล ซึ่งเป็นส่วนรายได้หลักของบริษัท เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 48.01 เป็นร้อยละ 48.95 อันเป็นผลให้มูลค่าการซื้อขาย เฉลี่ยของนักลงทุนบุคคลเพิ่มขึ้นจาก 33,809.24 ล้านบาท/วัน เป็น 48,853.48 ล้านบาท/วัน หรือเพิ่มขึ้น ร้อยละ 44.50 รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 37.33 ล้านบาท จาก 144.10 ล้านบาท เป็น 181.43 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 25.91 เนื่องมาจาก รายได้ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 51.18 ล้านบาท

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=21119 out_tok=2668 at=2026-07-25T21:40:16 --> # ไทยยูเนี่ยน Q3/2565 ทุบสถิติรายได้-กำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รับอานิสงส์อาหารสัตว์เลี้ยง-แปรรูป ## ยอดขายทะลุ 4 หมื่นล้านบาท กำไรสุทธิ 2.5 พันล้านบาท จากราคาขายสูง-ปริมาณขายเพิ่ม-บาทอ่อนค่า บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 ทำสถิติสูงสุดใหม่ทั้งรายได้และกำไรสุทธิ โดยมียอดขายรวม 40,756 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 2,530 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 30.7% ปัจจัยหลักมาจากการเติบโตอย่างโดดเด่นของกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า รวมถึงกลุ่มอาหารทะเลแปรรูป ประกอบกับราคาขายที่ปรับสูงขึ้น ปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น และผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของไทยยูเนี่ยนในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของยอดขายในกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า และกลุ่มอาหารทะเลแปรรูป** ซึ่งส่งผลให้ยอดขายรวมทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 40,756 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.7% YoY และกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2,530 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.7% YoY โดยปัจจัยเหล่านี้เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการจากการดำเนินงานปกติ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **กลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า:** เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 55.9% YoY โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การที่ปีก่อนหน้ามีผลกระทบจากการปิดโรงงานชั่วคราวจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ปีนี้ปริมาณขายเพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาขายที่สูงขึ้น และการมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่มีอัตรากำไรสูง * **กลุ่มอาหารทะเลแปรรูป:** มียอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน เพิ่มขึ้น 13.6% YoY โดยได้แรงหนุนจากราคาขายที่สูงขึ้นตามกลยุทธ์การปรับราคา ความต้องการซื้อที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในตลาดเอเชียและสหรัฐอเมริกา เนื่องจากทูน่ากระป๋องเป็นผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงง่ายและมีโปรตีนสูง เหมาะกับสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว * **ปัจจัยสนับสนุนอื่นๆ:** การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ถึง 10.6% เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยหนุนยอดขายให้เติบโตขึ้นเมื่อแปลงเป็นเงินบาท นอกจากนี้ การปรับสัดส่วนการขายสินค้าไปยังกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น และการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพก็มีส่วนช่วยเสริมกำไรขั้นต้น ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า ซึ่งยังคงมีความต้องการสูงอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายจัดการได้มีการลงทุนขยายกำลังการผลิตโรงงานอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า รวมถึงโรงงานผลิตโปรตีนไฮโดรไลเซตและคอลลาเจนเปปไทด์ ซึ่งจะสนับสนุนการเติบโตในอนาคต ขณะที่กลุ่มอาหารทะเลแปรรูป แม้จะได้รับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น แต่กลยุทธ์การปรับราคาขายและการบริหารต้นทุนยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยรักษาอัตรากำไรได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านราคาวัตถุดิบและต้นทุนค่าขนส่งที่ยังคงผันผวน รวมถึงภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว อาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ## Highlight สำคัญ * **ยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์:** 40,756 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.7% YoY * **กำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์:** 2,530 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.7% YoY * **ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า:** ยอดขายเติบโตโดดเด่น 55.9% YoY * **ธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป:** ยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เติบโต 13.6% YoY * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) แข็งแกร่ง:** อยู่ที่ 18.2% ใกล้เคียงระดับสูงสุดของปีก่อน * **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน:** 792 ล้านบาท จากเงินบาทอ่อนค่าเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ * **ส่วนแบ่งขาดทุนจาก Red Lobster:** เพิ่มขึ้นเป็น 456 ล้านบาท ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ ## ภาพรวมผลประกอบการ ไทยยูเนี่ยนรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 ที่แข็งแกร่ง โดยยอดขายรวม 40,756 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.7% YoY และ 4.6% QoQ กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 7,399 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.8% YoY และ 12.4% QoQ อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวที่ 18.2% ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 2,530 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.7% YoY และ 55.8% QoQ อัตรากำไรสุทธิปรับเพิ่มขึ้นเป็น 6.2% จาก 5.4% ในปีก่อนหน้า ## โอกาส * **การเติบโตของตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง:** ความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลกเป็นโอกาสสำคัญ * **การขยายธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป:** ความต้องการผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงง่ายและดีต่อสุขภาพยังคงมีสูง * **การลงทุนในธุรกิจใหม่:** การขยายโรงงานผลิตอาหารพร้อมรับประทาน, โรงงานผลิตโปรตีนไฮโดรไลเซต, และโรงงานอาหารสัตว์เลี้ยง จะช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตและรายได้ในอนาคต * **การเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรม:** การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคด้านสุขภาพและทางเลือกใหม่ๆ เช่น อาหารจากพืช * **ความร่วมมือทางธุรกิจ:** การร่วมมือกับ ISH ในการขยายธุรกิจอาหารทะเลจากพืชในตลาดอเมริกาเหนือ ## ความเสี่ยง * **ราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น:** ราคาปลาทูน่า, กุ้งขาว, และปลาแซลมอน ปรับตัวสูงขึ้น YoY * **ต้นทุนค่าขนส่งที่ยังสูง:** แม้จะลดลงจากปีก่อน แต่ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต้นทุน * **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค * **ส่วนแบ่งขาดทุนจาก Red Lobster:** ยังคงเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการ * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ไตรมาสนี้ได้ผลบวก แต่ก็อาจเปลี่ยนแปลงได้ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลัก (ทูน่า, กุ้ง, แซลมอน) และต้นทุนค่าขนส่ง * ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค * ความคืบหน้าในการดำเนินงานของธุรกิจใหม่และการขยายโรงงาน * ผลประกอบการของธุรกิจ Red Lobster และแนวทางการบริหารจัดการ * การบริหารจัดการต้นทุนและกลยุทธ์การปรับราคาขายเพื่อรักษาอัตรากำไร ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์) * **ยอดขาย:** กลุ่มอาหารทะเลแปรรูปทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 16,985 ล้านบาท (+14% YoY) อัตรากำไรขั้นต้นสูงที่ 22.9% กลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่าเติบโตโดดเด่น 55.9% YoY มาอยู่ที่ 8,951 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นสูงที่ 28.7% กลุ่มอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็นทรงตัวที่ 14,820 ล้านบาท (-2% YoY) โดยมีปัจจัยกดดันจากราคาตลาดที่ลดลงและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** โดยรวมอยู่ที่ 18.2% ใกล้เคียงปีก่อนหน้า โดยธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปและอาหารสัตว์เลี้ยงมี GPM สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็น GPM ลดลงอย่างมาก * **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A):** เพิ่มขึ้น 12.4% YoY เป็น 5,064 ล้านบาท แต่เมื่อเทียบกับยอดขายอยู่ที่ 12.4% ลดลงจาก 12.7% ในปีก่อนหน้า เนื่องจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดและโฆษณาลดลง * **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน:** 792 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 347 ล้านบาทในปีก่อนหน้า จากเงินบาทอ่อนค่า * **ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วม:** ขาดทุนเพิ่มขึ้นเป็น 256 ล้านบาท โดยหลักมาจากธุรกิจ Red Lobster ที่ขาดทุน 456 ล้านบาท ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** 178,920 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.4% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสินค้าคงคลังและลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น * **หนี้สินรวม:** 115,278 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.4% จากสิ้นปี 2564 โดยส่วนใหญ่เป็นหนี้สินระยะสั้นที่เพิ่มขึ้นเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน * **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** 63,642 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% จากสิ้นปี 2564 * **อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน:** อยู่ที่ 1.13 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.99 เท่า ณ สิ้นปี 2564 * **กระแสเงินสดอิสระ:** ใน 9 เดือนแรกปี 2565 ติดลบ 2,070 ล้านบาท เนื่องจาก EBITDA ที่ลดลงและการลงทุนในสินทรัพย์หมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น * **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด:** ลดลงสุทธิ 6,842 ล้านบาท เหลือ 2,290 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 3/2565 ## สรุปท้าย ไทยยูเนี่ยนโชว์ผลงานไตรมาส 3 ปี 2565 แข็งแกร่งเกินคาด ด้วยการทำสถิติสูงสุดใหม่ทั้งรายได้และกำไรสุทธิ โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการเติบโตอย่างโดดเด่นของกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า รวมถึงกลุ่มอาหารทะเลแปรรูป ประกอบกับปัจจัยบวกจากราคาขายที่สูงขึ้น ปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น และการอ่อนค่าของเงินบาท แม้จะเผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น รวมถึงผลกระทบจากส่วนแบ่งขาดทุนของ Red Lobster แต่กลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุน การปรับราคาขาย และการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตในระยะยาว ซึ่งนักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบและภาวะเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MST ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
502.47 ล้านบาท
↓ 30.9% YoY
กำไรขั้นต้น
421.71 ล้านบาท
↓ 27% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
83.93 %
กำไรสุทธิ
22.51 ล้านบาท
↓ 76.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.48 %
D/E Ratio
1.91
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
502
↓ -30.9% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
422
↓ -27% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
23
↓ -76.9% YoY
D/E Ratio
1.91

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MST

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
502.47
-30.85%
726.65
+14.00%
637.40
-51.43%
1,312.33
+40.73%
932.52
+15.82%
805.14
+36.04%
กำไรขั้นต้น —
421.71
-27.04%
577.98
+4.82%
551.41
-55.48%
1,238.63
+52.39%
812.82
+6.50%
763.19
+98.71%
ค่าใช้จ่ายรวม —
306.56
-9.62%
339.18
+6.51%
318.45
-51.31%
654.00
+64.45%
397.69
-6.83%
426.86
+67.95%
กำไรสุทธิ —
22.51
-76.89%
97.42
+591.78%
14.08
-93.13%
204.94
+58.73%
129.11
-25.81%
174.03
+64.64%
กำไรต่อหุ้น —
0.04
-77.19%
0.17
+584.00%
0.03
-93.04%
0.36
+58.85%
0.23
-25.90%
0.31
+64.86%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
ROE(%) —
4.35
-53.28%
9.31
+25.98%
7.39
-42.18%
12.78
-20.92%
16.16
+48.12%
10.91
+40.41%
ROA(%) —
3.64
-31.06%
5.28
+25.12%
4.22
+3.69%
4.07
-21.43%
5.18
+8.82%
4.76
+1.71%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
1.91
-32.75%
2.84
-8.97%
3.12
-18.54%
3.83
-18.16%
4.68
+48.57%
3.15
+14.96%
P/E —
12.95
-7.57%
14.01
+10.93%
12.63
+21.44%
10.40
+21.35%
8.57
-29.41%
12.14
-28.88%
P/BV —
0.76
-28.97%
1.07
-16.41%
1.28
-3.76%
1.33
-10.14%
1.48
+29.82%
1.14
+23.91%
BV —
8.82
+1.85%
8.66
+2.73%
8.43
-0.59%
8.48
+3.54%
8.19
+5.54%
7.76
+6.16%
YIELD(%) —
9.70
+87.98%
5.16
-40.69%
8.70
+2.35%
8.50
+71.37%
4.96
-48.97%
9.72
-4.24%
ราคาหุ้น —
6.70
-27.96%
9.30
-13.89%
10.80
-4.42%
11.30
0.00
-100.00%
8.85
+32.09%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
83.93
+5.52%
79.54
-8.06%
86.51
-8.34%
94.38
+8.28%
87.16
-8.05%
94.79
+46.06%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
61.01
+30.70%
46.68
-6.57%
49.96
+0.26%
49.83
+16.83%
42.65
-19.56%
53.02
+23.47%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
4.48
-66.59%
13.41
+506.79%
2.21
-85.85%
15.62
+12.78%
13.85
-35.94%
21.62
+21.05%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.91
ROE (%)
4.35
ROA (%)
3.64
Book Value/หุ้น
9.18

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MST

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ —
14,803.56
-24.03%
—
19,998.50
-17.46%
24,227.55
-11.43%
27,353.66
+43.32%
19,085.67
+18.27%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สิน —
9,723.64
-32.56%
—
15,142.93
-21.16%
19,207.02
-14.79%
22,540.05
+55.62%
14,484.12
+22.12%
รวมส่วนของเจ้าของ —
5,079.91
+0.24%
—
4,855.57
-3.29%
5,020.52
+4.30%
4,813.61
+4.61%
4,601.55
+7.58%
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
4.35
—
7.39
12.78
16.16
10.91
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
3.64
—
4.22
4.07
5.18
4.76
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
D/E —
1.91
—
3.12
3.83
4.68
3.15
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-5,968
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MST

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-5,967.95
+34.47%
-4,438.17
-446.05%
1,282.54
+60.50%
799.07
-75.72%
3,291.73
-473.40%
-881.55
+436.39%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-3.30
-70.77%
-11.29
-422.57%
3.50
-122.76%
-15.38
-53.90%
-33.36
+17.96%
-28.28
+211.80%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
5,869.47
+32.55%
4,428.28
-367.27%
-1,656.86
+283.10%
-432.49
-86.79%
-3,274.36
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-101.79
+380.59%
-21.18
-94.29%
-370.83
-205.59%
351.21
-2,296.44%
-15.99
-93.11%
-232.18
-3,053.94%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
277.63
+3.07%
269.36
-40.24%
450.71
-43.72%
800.84
+512.40%
130.77
-64.01%
363.33
-2.31%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
362.99
+30.75%
277.63
+3.07%
269.36
-40.24%
450.71
-43.72%
800.84
+512.41%
0.00
-100.00%